by Carzanova Team Nat
Hits: 808

รีวิว!! FORD MUSTANG 5.0 V8 GT ได้แรง แถมราคาดี

อย่างที่รู้กันว่า ฟอร์ด ประเทศไทย ได้นำ มัสแตง สปอร์ตคาร์ระดับตำนาน มาทำตลาดในประเทศไทย 2 รุ่น คือ รุ่น 5.0L V8 GT และรุ่น 2.3L EcoBoost ซึ่งตอนแรกหลายคนคาดการณ์ว่าตัว 2.3L EcoBoost จะได้รับความสนใจจากคนไทย แต่ไม่ใช่เลยตัวที่ขายดีกลับเป็นตัว 5.0L V8 GT ทั้งที่ราคาแพงขึ้นไปกว่าล้านบาท แต่ทำไมคนซื้อกล้าจ่ายแพงขึ้นขนาดนั้น เหตุผลจะเป็นเพราะอะไรนั้น เราจะพาทุกท่านไปสัมผัสพร้อมกัน...

 

สำหรับ ฟอร์ด มัสแตง ตัว 5.0L V8 GT ถือเป็นม้าป้าตัวที่คึกที่คะนองที่สุดของเมืองไทยตอนนี้เลยก็ว่าได้ เพราะพกพาพละกำลังมาให้สูงถึง 460 แรงม้า กับแรงบิด 556 นิวตัน-เมตร ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ลูกใหม่จากฟอร์ด ที่เห็นว่าเป็น 10 สปีด แต่บอกก่อนนะครับว่าไม่เหมือนกับเกียร์ 10 สปีด ของอีก 3 โมเดลทั้ง เรนเจอร์, แร็พเตอร์ และเอเวอร์เรส โดยในตัวของมัสแตง จีที นั้นมีระบบควบคุมอิเล็คทรอนิคของเกียร์อัตโนมัติที่ช่วยให้สามารถปรับแต่งเครื่องยนต์ได้ตามโหมดการขับขี่ที่แตกต่างได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นโหมดปกติ (Normal) โหมดสปอร์ต (Sport) โหมดแทร็ค (Track) โหมดแข่งทางตรง (Drag Strip) โหมดหิมะ/พื้นเปียก (Snow/Wet) และโหมด My Mode ซึ่งแต่ละโหมดใช้ในรูปแบบการขับที่ไม่เหมือนกัน อย่างเช่น โหมดDrag Strip เกียร์จะปรับให้มีอัตราเร่งสูงสุด ซึ่งสามารถใช้ในการแข่งขันแบบควอเตอร์ไมล์ได้ หรือ My Mode ก็สามารถให้ผู้ขับขี่เลือกตั้งค่าสมรรถนะการขับขี่ และเสียงท่อไอเสียได้ตามต้องการ

 

เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร 

รวมไปถึงโหมด Sport ที่เน้นพละกำลังของเครื่องยนต์โดยให้เกียร์สามารถลากรอบได้สูงกว่า อีกทั้งยังปรับเสียงท่อให้กระหึ้มคำรามดังกว่าโหมด Normal ที่เน้นการใช้งานแบบปกติ บวกกับมีแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยแพดเดิ้ลชิฟท์มาช่วยเพิ่มอรรถรสให้ผู้ขับขี่สามารถควมคุมรถได้ทุกจังหวะ ส่งผลให้เจ้าขุมพลัง และเกียร์ชุดนี้ สามารถทำให้เจ้าม้าป่าทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 4.3 วินาทีเท่านั้น โดยเครื่องยนต์ V8 ตัวนี้ได้รับการพัฒนาให้มีรอบเครื่องที่สูงกว่าที่มัสแตงเคยมีมา ด้วยการใช้ระบบหัวฉีดสองระบบ (Dual-Fuel) ที่ผสานระบบไดเร็คอินเจคชั่นแรงดันสูง (High-Pressure Direct Injection) และระบบฉีดเชื้อเพลิงที่ท่อแบบแรงดันต่ำ (Low-Pressure Port Fuel Injection) อีกทั้งยังช่วยเพิ่มแรงบิดในช่วงรอบเครื่องต่ำ ที่ต้องบอกว่าให้อารมณ์การขับขี่แบบรถสปอร์ตราคาระดับ 10 ล้าน ได้อย่างสบาย ทั้งๆ ที่เราควักกระเป๋าจ่ายเจ้าม้าป่าคันนี้ในราคาไม่ถึง 5 ล้านบาท โดยเฉพาะเมื่อเวลาปิดระบบป้องกันต่างๆ เจ้าม้าป่าตัวนี้ก็พร้อมที่จะคึกเต็มที่ ให้อารมณ์การขับที่ดิบสมกับเป็นม้าป่าพันธุ์คะนอง ที่หากใครได้ลองแล้ว ยากจะปฎิเสธว่าไม่อยากจะปราบพยศเจ้าม้าป่าตัวนี้ ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เจ้า ฟอร์ด มัสแตง 5.0L V8 GT คันนี้ ขายดิบ ขายดี!!

 

ด้านระบบช่วงล่างของ ฟอร์ด มัสแตง ใช้ช็อคอัพที่ได้รับการปรับแต่งใหม่จากรุ่นเดิม ซึ่งฟิลลิ่งของรถนั้น ผมบอกได้เลยครับว่าเจ้าม้าป่าคันนี้สามารถเป็นรถที่ขับได้ทุกวัน เพราะฟิลลิ่งของช่วงล่างมันไม่ได้กระด้างอย่างที่ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดไว้ว่า รถสปอร์ตสมรรถนะโหดๆ อย่างนี้ ช่วงล่างจะต้องมาแบบแน่นๆ แข็งๆ ขับทีกระดูกสันหลังร้าว แต่สำหรับเจ้า 5.0 GT คันนี้ ไม่ใช่เลย ฟิลลิ่งช่วงล่าง มาแบบแน่นๆ แต่นุมนวล ตกหลุมตกบ่อ ขึ้นเนินลูกระนาด มีอารมณ์ของรถหรูให้ได้สัมผัส

แต่ในขณะที่ขับที่ความเร็วสูง ช่วงล่างชุดนี้ที่ทำงานร่วมกับชุดข้อต่อแบบ Cross-Axis ที่ช่วยลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นในการเข้าโค้ง และช่วยลดการบิดของตัวถัง รวมถึงเหล็กกันโคลงที่หนาขึ้นยังช่วยลดอาการโคลง ให้การควบคุมที่แน่นหนึบเฉียบคม ซึ่งอารมณ์การเลี้ยวของต้องบอกว่าคมมากๆ แต่ต้องไม่ปิดระบบช่วยควบคุมการขับขี่นะครับ หากแต่ได้ลองปิด บอกได้คำเดียวว่า อาการพยศของเจ้าม้าป้า มาทันที เร่งแรงๆ เข้าโค้งนี่ตูดสะบัด ต้องมีแก้อาการกันบ้าง แต่ก็เป็นอารมณ์การขับที่สนุกครับ พูดได้เลยว่าจ่ายเงินไป 4.799 ล้านบาท มันคุ้มจริงๆ (ถ้ามีตังค์ถึงนะครับ)

 

ไฟท้าบแบบ LED

อ่อ!! เกือบลืมบอกไป ว่าเจ้ามัสแตง คันนี้ยังมีระบบ Electronic Line Lock ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเบิร์นยางคู่หลังได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมาพร้อมกับโหมดการแข่งทางตรง (drag strip) ที่ได้กล่าวไปแล้วตอนต้น ซึ่งระบบนี้ได้ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมไปถึงชุดแต่ง Performance Pack ที่ให้เฟืองท้ายแบบ Limited-Slip ให้การขับขี่ในโค้งสนุกสนานขึ้น

รวมถึงล้อแม็กขนาด 19 นิ้ว เหมือนกันแต่ใส่ยางคนละขนาด โดยในรุ่น GT โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยสีดำลาย 10 ก้านคู่ ล้ออัลลอยคู่หน้าขนาด 19 x 9 นิ้ว และคู่หลังใช้ขนาด 19 x 9.5 นิ้ว หุ้มด้วยยาง Michelin Pilot Sport 4S ขนาด 255/40 R19 คู่หน้า และ 275/40 R19 สำหรับคู่หลัง ขณะที่ รุ่น EcoBoost มาพร้อมล้ออัลลอยสีดำลาย 7 ก้านคู่ ขนาด 19 x 9 นิ้ว หุ้มด้วยยาง Pirelli P-Zero ขนาด 255/40 เหมือนกันทั้ง 4 ล้อ

 

ล้อแม็กซ์ขนาด 19 นิ้ว

เอ้าๆ พูดกันแต่ถึงเรื่องสมรรถนะ มาดูที่รูปร่างของเจ้าม้าป่าตัวนี้กันบ้าง กับทรวดทรวงที่ดูดัน คงเอกลักษณ์ที่เป็นที่จดจำตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ไฟหน้าเป็นแบบเดย์ไลท์ ไฟเลี้ยวและไฟท้าย 3 แถวอันเป็นเอกลักษณ์ของฟอร์ด มัสแตง ทุกคัน จะมาพร้อมเทคโนโลยีไฟ LED ในขณะที่ฝาไฟหน้าได้รับการออกแบบใหม่เพื่อสอดรับกับทรงสี่เหลี่ยมคางหมูของกระจังหน้าชิ้นบน ฝากระโปรงหน้าได้รับการปรับให้แบนราบลงพร้อมช่องระบายอากาศในตัวและดีไซน์กระจังหน้าที่ต่ำลง ส่งผลดีต่อหลักอากาศพลศาสตร์มากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้วิศวกรของฟอร์ดยังปรับลดความสูงของช่วงหน้าและเพิ่มขนาดของสปลิตเตอร์หรือลิ้นหน้า เพื่อเพิ่มแรงกด ในช่วงหน้าของตัวรถให้สามารถยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น แผงกันชนด้านหลังล้อหน้ายังช่วยให้อากาศไหลผ่านใต้ตัวรถได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งช่วยลดแรงต้านได้มากถึง 3% ส่วนกันชนหลังและดิฟฟิวเซอร์แบบใหม่ช่วยเพิ่มความโฉบเฉี่ยวให้กับด้านท้ายของฟอร์ด มัสแตง โดยในรุ่น GT นี้ใช้ท่อไอเสียแบบ 4 ท่อเพื่อรองรับความแรงของเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร และมีสปอยเลอร์หลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนล้อแม็กมาในขนาด 19 นิ้ว โดยในรุ่น GT โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยสีดำลาย 10 ก้านคู่ ล้ออัลลอยคู่หน้าขนาด 19 x 9 นิ้ว และคู่หลังใช้ขนาด 19 x 9.5 นิ้ว หุ้มด้วยยาง Michelin Pilot Sport 4S ขนาด 255/40 R19 คู่หน้า และ 275/40 R19 สำหรับคู่หลัง

 

ไฟหน้าแบบ LED

ด้านภายในห้องโดยสาร ได้รับการออกแบบให้มีความหรูหรา แต่คงไว้ซึ่งความดุดัน ด้วยวัสดุตกแต่งผิวสัมผัสนุ่มตลอดแนวประตู พร้อมมือจับประตูอะลูมิเนียม ขณะที่แผงหน้าปัดแสดงผลดิจิตอลขนาด 12 นิ้ว จะแสดงข้อมูลที่เหมาะสมกับโหมดขับขี่แต่ละโหมด คล้ายกับที่มีในรถซุปเปอร์คาร์ อย่างรถฟอร์ด จีที ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายอื่นอาจไม่มีครบครอบคลุมเหมือนอย่างในรถหรู เพราะยังคงต้องการความดิบแบบรถสปอร์ตอย่างเซฟตี้เบล์ท ก็ไม่มีระบบไฟฟ้าดันเบล์ทมาให้หยิบจับได้สะดวกเวลาคาด ต้องเอื้อมมือไปหยิบที่ด้านหลัง ซึ่งถ้าเป็นสปอร์ตคาร์แบรนด์หรู จะมีความสะดวกอำนวยมาให้

 

ภายในห้องโดยสาร

และที่ถือเป็นไฮไลท์อีกอันหนึ่งสำหรับ มัสแตง คือทันทีที่ปลดล็อคประตู ปุ่มสตาร์ทรถจะกระพริบไฟสีแดงทันทีจนกว่าจะสตาร์ทรถ โดยจะกระพริบด้วยความเร็ว 30 ครั้งต่อนาที ซึ่งอาจจะสงสัยว่าทำไม มันมีสตอรี่ตรงที่เวลากระพริบนั้นจะเท่ากับอัตราการเต้นของหัวใจของม้าป่ามัสแตงขณะพักนั่นเอง

 

มาตรวัดเรือนไมล์

พร้อมกันนี้ภายในห้องโดยสารยังสามารถปรับระดับความดังท่อไอเสีย ได้ตามความต้องการเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมี Quiet Mode โหมดที่เป็นมิตรต่อเพื่อนบ้านสามารถตั้งค่าให้ท่อไอเสียเงียบได้ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อลดการรบกวนเพื่อนบ้านหรือผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะตอนที่สตาร์ทเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร อันทรงพลังไม่ว่าจะตอนเช้าตรู่ หรือยามค่ำคืนเวลากลับเข้าบ้าน

 

ท่อไอเสียแบบ 4 ท่อ

ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ถือว่าสำคัญสำหรับรถที่มีเพอร์ฟอแมนซ์ขนาดนี้ เจ้ามัสแตง GT ก็มีมาให้ทั้งระบบเตือนการชน (Pre-Collision Assist) ที่ผสานระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน อัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ซึ่งช่วยมอบความเพลิดเพลินให้กับการขับขี่ยิ่งขึ้น

 

ปิดท้ายด้วยราคา สำหรับ ฟอร์ด มัสแตง 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack เปิดราคามาที่ 4,799,000 บาท ต้องบอกว่าราคาระดับนี้จะดูว่าแพงก็แพง แต่สำหรับคนที่อยากได้รถสปอร์ตสมรรถนะดีๆ เครื่องแรงๆ กับค่าตัวระดับนี้ สำหรับผมถือว่าคุ้มค่าทีเดียวครับ!!

 

เรื่อง : ปรม พวงงาม

ภาพ : Funky Snap