Thursday 25, April, 2024
Home » ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

by admin
0 comment

กระแสยุค 90 กลับมาแรงจริงๆ ในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นดนตรี แฟชั่น หรือบรรดารถซิ่งทั้งหลาย ที่แม้กระทั่งเด็กวัยรุ่นยุคใหม่ก็ยังถวิลหา และสิ่งที่ตามมาก็คือราคาที่ปั่นกันจนฟูฟ่องขึ้นฟ้าจนบางอย่างจับต้องไม่ได้แล้ว รถซิ่งที่ราคาซื้อขายเคยอยู่หลักแสนก็ขึ้นไปหลักล้าน ที่เคยอยู่หลักล้านนิดๆ ก็ขึ้นไปสิบล้าน จนผมคุยกับเพื่อนว่าถ้าเมื่อสักสิบกว่าปีที่แล้วซื้อรถซิ่ง 90 เก็บไว้ ทุกวันนี้เอามาขายได้กำไรมากกว่าทองแท่ง

และในเมื่อกระแสรถซิ่ง 90 มันกำลังมา ก็พาลทำให้ผมที่อยู่ตรงยุคนั้นพอดีหวนนึกไปถึงของซิ่งสมัยนั้นที่เก็บเงินแบบอดมื้อกินมื้อเอาไว้ซื้อมาใส่รถอย่างที่คนสมัยนี้มักพูดกันว่า “ของมันต้องมี” และแหล่งช็อปปิ้งของซิ่งสมัยนั้นถ้าเป็นพวกระดับลูกเจ้าสัวพกเงินเป็นปึกๆ ไปสปีดช็อปดังๆ นำเข้าของซิ่งอินเทรนด์จับจ่ายกันสนุกมือตั้งแต่ของแต่งกระจุกกระจิกไปจนถึงของเพิ่มสมรรถนะราคาหลักหมื่นหลักแสน เปลี่ยนล้อทีพกเงินสดๆ ไปสองปึก ปึกละแสน เพราะสมัยนั้นไม่มีหรอกครับ สแกน QR Code หรือโอนผ่าน App

แต่ถ้าทุนทรัพย์จำกัดก็ต้อง “เชียงกงปทุมวัน” สวรรค์ของคนแต่งรถ อยากได้อะไรมีหมดแต่จะเป็นของซิ่งมือสอง (หรืออาจจะมือสาม สี่ ห้า) จากญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด หลายๆ อย่าง ถึงจะเป็นมือสองแต่ราคาก็ไม่ใช่ว่าจะถูก บอกเลยว่าถ้าใครอยากแต่งรถให้เป็นแนวญี่ปุ่นจ๋า (สมัยนั้นไม่มีหรอกคำว่า JDM) มาเชียงกงปทุมวันจบครบกระบวนความ ถ้าคุณเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับผมที่ตอนนี้อายุเข้าหลักสี่ ลองมาย้อนเวลากลับไปรำลึกกันหน่อยมั้ยครับว่าสมัยนั้นอะไรบ้างที่ฮอตฮิตชนิดที่ว่าใส่ไว้ก่อน ทำไว้ก่อน รถวิ่งดีขึ้น หรือสมรรถนะจะดีขึ้นมั้ย ค่อยมาว่ากันทีหลัง ซึ่งจริงๆ แล้วรถซิ่งยุคนั้นก็มีทั้งญี่ปุ่นและยุโรป แต่ในครั้งนี้ผมขอโฟกัสไปที่รถซิ่งสายญี่ปุ่นก่อนนะครับ

ภายนอกตัวรถของที่ต้องมาก่อนคงไม่พ้นล้อและยาง คือรถเพิ่งออกจากโชว์รูมหรือเต๊นท์ก็แวะเปลี่ยนล้อก่อนเข้าบ้านเลย ยุคนั้นถ้าเป็นรถญี่ปุ่นก็เล่นกันตั้งแต่ไซส์ 15 นิ้วไปจนถึง 17 นิ้ว ซึ่งสำหรับรถญี่ปุ่นยุคนั้นคันไหนใส่ล้อ 17 นิ้วนี่หล่อสุดๆ คับเต็มซุ้ม ผิดกับรถสมัยปัจจุบันที่ถ้าใส่ล้อ 17 นิ้วดูจิ๋วไปเลย ยุคนั้นเรื่องล้อก็มีให้เลือกเยอะแยะ ทั้งล้อแท้มือหนึ่ง ล้อแท้มือสอง ล้อเทียม หรือล้อไทย ฮิตๆ ก็ต้อง Enkei, OZ, BBS, Sparco รวมไปถึงล้อในกลุ่ม Rays Engineering ที่ราคามหาโหด และอีกมากมาย

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

แต่ความเท่มันอยู่ตรงที่การพยายามยัดล้อที่ไม่คิดว่าจะยัดเข้าไปได้ให้มันใส่วิ่งได้นี่แหละครับ ที่นิยมสุดๆ ก็คือเอาล้อแบรนด์ยุโรปที่เป็นออฟเซ็ตขับหลังขอบลึกๆ หน้ากว้างๆ  มายัดเข้าไปในรถญี่ปุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า แล้วโหลดเตี้ยติดดิน จะด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่ ถ้าแนวรถซิ่งญี่ปุ่นทั่วไปที่ไม่ได้ต้องการให้เตี้ยมากก็ง่ายหน่อย มีเงินเยอะก็ใส่ชุดสตรัทปรับเกรียวตรงรุ่นไปเลย มีทั้งของใหม่ และของมือสองจากญี่ปุ่น สภาพก็ดีเลวต่างกันไป ตาดีได้ตาร้ายเสียก็เยอะ แต่หมายความว่ารถรุ่นนั้นต้องมีจำหน่ายในญี่ปุ่นด้วยนะครับ

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

แต่ถ้างบประมาณน้อยหรือใช้รถที่ในญี่ปุ่นไม่มีขายก็ต้องพึ่งฝีมือช่างไทย ไล่ไปตั้งแต่ตัดสปริง จะด้วยวิธีแก๊สเป่า หรือเลื่อยหั่นก็ว่าไป (ค่า K สปริงเพี้ยนถาวร) สปริงสั้นแล้วมันเด้งใช่มั้ย ได้ งั้นผ่าโช้คอัพเดิมโรงงานแล้วอัดน้ำมันใหม่ให้มันหนึบๆ หน่อย แต่พอเพื่อนนั่งเยอะ แกนโช้คอัพยันอีก ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ตัดแกนโช้ค ตัดกระบอกโช้ค อัดน้ำมัน เตี้ยสะใจตามคำโฆษณาของร้านทำโช้คอัพซิ่งแบบไทยๆ ว่า “สวย เตี้ย นิ่ม” เรื่องของช่วงล่างระบบถุงลมหรือ Air suspension ตัดไป เพราะสมัยนั้นยังไม่เป็นที่นิยม

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

ซึ่งถ้าจะเอาเตี้ยติดพื้นเวลาจอดแล้วยกขึ้นเวลาขับยุคนั้นก็จะติดตั้งชุดไฮดรอลิคกันไปเลย แต่ส่วนใหญ่จะเห็นกันในรถปิกอัพเสียมากกว่า และราคาของชุดไฮดรอลิคก็หลักแสน ส่วนพวกรถเก๋งซิ่งทั่วไปถ้าเป็นแนววัยรุ่นญี่ปุ่นก็จะไม่ได้เตี้ยมาก เน้นฟิตเมนท์กำลังดีแล้วไปยัดของเพิ่มสมรรถนะกันมากกว่า แต่สำหรับสาวกรถเตี้ย อีกหนึ่งอุปสรรคที่จะเจอก็คือ ไอ้ล้อขอบลึกๆ ที่ยัดเข้าไปได้แล้วก็จริง แต่พอขับมันติดซุ้มล้ออีก ทำยังไงล่ะทีนี้ เริ่มด้วยการพับขอบซุ้มด้านในในกรณีที่ไม่เตี้ยมาก แต่ถ้าเตี้ยมากๆ ก็ต้องทุบขยายซุ้มด้านใน พอล้อมุดเข้าไปได้ไม่ติดซุ้มแล้ว เจอปัญหาล้อแบะแคมเบอร์ลบจนขับแทบไม่ได้ ทำยังไงต่อล่ะครับ ไม่ยากเกินฝีมือช่างไทย ตัดปีกนกล่างให้สั้นลงไงครับ เข้าตำรา “ยาวตัด สั้นต่อ” แค่นี้ก็สวยดั่งใจ แต่มันจะทนมั้ย นั่นก็แล้วแต่ฝีมือช่างที่ทำและการขับของเจ้าของรถ แต่ถ้าถามผม จากประสบการณ์ที่ก็เคยทำแบบนั้นมาแล้ว มันขับสู้รถเดิมๆ ไม่ได้เลย พูดกันตรงๆ ก็คือมันสวยอย่างเดียว

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

ล้อสวยรถเตี้ยแล้ว ท่อเงียบๆ ได้ไง ท่อมันต้องดัง ผมแบ่งเป็น 2 กลุ่มแล้วกันครับ ในกลุ่มแรกที่เน้นสมรรถนะ ถ้าไม่เล่นท่อไอเสียแบรนด์ดังตรงรุ่นนำเข้าจากต่างประเทศที่ราคาสูงลิบลิ่ว ก็ไปร้านท่อเสียไทยนี่แหละครับ จะเป็นลักษณะก๊อปปี้ของแท้มาเป๊ะๆ จะเอาแค่ทรงให้เหมือน หรือจะเป็นสูตรของทางร้านเองก็มีให้เลือกเยอะแยะเต็มไปหมด ถ้าร้านไม่มี อยากได้แบบไหน เอาแมกกาซีนเมืองนอกเปิดให้ร้านดู ทำออกมาหน้าตาเหมือนเป๊ะ ชุดท่อไอเสียแท้ของญี่ปุ่นสมัยนั้นถ้าจะให้ขิงเพื่อนได้ก็ต้อง Fujitsubo, HKS, Tanabe, Kakimoto, APEXi ฯลฯ

แต่ถ้าเป็นสาวก Honda ให้ต้องกินมาม่าทุกมื้อแต่ถ้าท้ายรถมีหม้อพักไอเสียใบท้ายเป็น Mugen หรือ Spoon ทุกคนก็ยอม และจะบอกให้ว่าที่เชียงกงปทุมวันสมัยนั้นบรรดาท่อไอเสียแบรนด์ดังมือสองจากญี่ปุ่นวางกองกันท่วมหัวเลยครับ เลือกเอาที่ชอบได้เลย ราคาก็ขึ้นกับยี่ห้อและสภาพ และความพอใจของผู้ขาย ยกตัวอย่างเช่น หม้อพักไอเสียใบเดียวกัน คุณแต่งตัวหรู นาฬิกา รองเท้าแพง น้ำหอมฟุ้ง หน้าตาเย่อหยิ่งไปซื้ออาจจะใบละหมื่นกว่า แต่ผมเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ มือไม้อ่อนยกมือไหว้ซ้อทำความเคารพ เฮียอาจใจดีให้มา 5-6 พัน ก็เกิดขึ้นบ่อยๆ

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

ของแต่งภายนอกที่เหลือก็ไม่มีอะไรมาก อย่างไฟหน้าก็นิยมเปลี่ยนหลอดให้มันสว่างเป็นแสงสีขาวมากกว่าของเดิม เป็นสีต่างๆ ก็มี หรือเป็นสีแบบรุ้งๆ ก็เยอะ มีให้เลือกทั้งของแพงและของถูก ของแพงมียี่ห้อที่ฮิตๆ อย่าง RAYBRIG ก็แสงสวยและทนหน่อย แต่ถ้างบน้อยก็มีของจากทางไต้หวันให้เลือกราคาไม่เกินห้าร้อยบาทต่อคู่แต่อาจต้องเปลี่ยนบ่อยเพราะหลอดขาดง่าย หรือบางคนก็นิยมเอาไฟท้ายไปพ่นสีดำบางๆ หรือไม่ก็เอาถุงน่องสีดำมาหุ้มไฟท้ายให้ดูเข้มๆหน่อย ขอบอกว่าถุงน่องจริงๆ นะ ไม่ได้พูดเล่น

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

ส่วนพวกชุดพาร์ทก็นิยมในระดับหนึ่งแต่ไม่มาก จะมีก็พวกที่ชอบแนวอวกาศใช่ชุดแต่งไฟเบอร์ท่วมๆ ทั้งคัน สปอยเลอร์หลังสูงปรี๊ดก็มีบ้าง แต่บอกเลยว่าแนวนั้นสาวไม่กรี๊ด แล้วถ้าจะให้ดูซิ่งสุดๆ สติกเกอร์แบรนด์ของแต่งต่างๆ ต้องมา และต้องแปะให้ถูกที่ พิมพ์นิยมคือแปะที่ประตูหน้าตามแนวขอบหน้าสุดเรียงลงมาเป็นแถว แบรนด์ไหนฮิตแปะให้หมดถึงในรถคุณจะไม่ได้ใช้แบรนด์เหล่านั้นเลยก็ตาม ที่ฮิตติดท็อปก็ต้องมี ADVAN, Greddy, Trust, HKS ฯลฯ และปิดท้ายด้วยของแต่งสุดเด็ด ก็กรอบป้ายทะเบียนที่มีแบรนด์ของซิ่งติดอยู่นั่นเอง ซึ่งยุคนั้นก็โดนขโมยงัดกันเป็นประจำ  

เปิดประตูเข้าไปนั่ง ถ้าพวงมาลัยเดิมนี่ไม่ใช่ละ ต้องเปลี่ยน สมัยนั้นเปลี่ยนกันง่ายๆ ทำกันเองได้ เพราะรถยุคนั้นยังไม่ค่อยมีถุงลมนิรภัย แกะฝาแตรออก ขันน็อตตัวเดียวถอดเอาพวงมาลัยเชยๆ โรงงานออก ใส่คอยก หรือคอพับ จับยัดพวงมาลัยซิ่งเข้าไป ขันน็อตล็อค จบ ที่สำคัญอย่าลืมต่อสายไฟสวิตช์แตร จากยุค 80 ที่นิยมพวงมาลัยไม้ มาถึง 90 ต้องเป็นสไตล์เรซซิ่ง แบรนด์ยอดนิยมที่มาเป็นอันดับหนึ่งก็ต้อง MOMO รุ่นฮิตก็เป็น Race กับ Champion นอกนั้นที่ฮิตไม่แพ้กันก็เป็น Nardi, Personal, ATC แต่ที่ผมชอบคือ BBS ที่ดูไม่ซิ่งมากเกินและดูแพงดี

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

เปลี่ยนพวงมาลัยแล้ว เบาะเดิมโหงวเฮ้งไม่ได้ ต้องเปลี่ยน ระดับเสี่ยในชุดนักศึกษาไม่ต้องคิดอะไรมาก ไปที่ Toon Motorsport ริมถนนเพชรเกษมฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าพ่อเสือ เบิก Recaro ของใหม่แกะกล่องใส่กันเลย รุ่นฮิตติดลมบนก็ SRIII ที่ทุกวันนี้ก็ยังฮิตอยู่ รุ่นอื่นก็มีให้เห็นบ้างแต่ก็ไม่ฮิตเท่า ทุนทรัพย์น้อยลงมาหน่อยก็ไปแหล่งรวมของพวกเรา เชียงกงปทุมวัน ส่วนใหญ่เป็น Recaro ที่ถอดจากรถซิ่งญี่ปุ่นที่ตัดครึ่งคันมาแล้วเช่นเบาะของ Mitsubishi Evolution สภาพดีๆ ก็ไปเร็วหน่อย บางตัวผ้าขาดบ้างมีรอยยับย่นบ้างก็ราคาลดหลั่นกันไป บางทีมีคราบสีน้ำตาลแดงๆ ติดมาก็ไม่รู้ว่าคราบน้ำมัน หรือคราบเลือด สะอาดบ้างสกปรกบ้างก็เอาไปซักออกมาเหมือนใหม่ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะช่างไทยซ่อมผ้าได้เหมือนเป๊ะ

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

ส่วนพวก BRIDE ยุคนั้นในเมืองไทยไม่ฮิตเท่าทุกวันนี้ แต่อีกแฟชั่นที่นิมมากๆ ก็คือ หาเบาะเดิมที่ติดรถสปอร์ตเอามาแปลงใส่รถเรานี่แหละครับ ที่ฮิตๆ เลยก็เบาะจาก Nissan 200SX, Nissan Skyline GTR R32 , Honda Prelude ส่วนเบาะของรถสปอร์ตค่าย Toyota สมัยนั้นมันดูไม่ซิ่งเท่าไหร่ ไม่ถูกใจวัยรุ่น ซึ่งเบาะติดรถสปอร์ตที่ยกตัวอย่างมาสมัยนั้นคู่นึงไม่เกิน 5,000 บาทสภาพเนี้ยบๆ เลย มาสมัยนี้อย่างที่บอก แพงกว่าทองแท่ง ซึ่งส่วนตัวผมเบาะซิ่งที่ดูดี ใส่แล้วเท่ห์  นั่งกระชับดี และที่สำคัญราคาไม่แพง ก็คือเบาะจาก Subaru Impreza จนมาถึงวันนี้ราคาก็ยังไม่แพงไม่ดีดเหมือนเบาะรุ่นอื่นๆ แต่คนกลับไม่ฮิต

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

และถ้าเป็น Honda Civic EG ทั้งสามประตูและสี่ประตู อันนี้สนุกสุด เบาะตัวนอกมีให้เลือกเพียบ จะเอารุ่นไหนสีไหน แขนเดี่ยว ผ้าลายตุ๊กแก มาครบชุดรวมแผงข้างประตู วันนี้มาเดินยังไม่เจอที่ถูกใจ สัปดาห์ต่อไปมาใหม่รับรองต้องได้ แล้วราคาก็ไม่ต้องคิดมาก คุยกับเฮียเจ้าของร้านถูกคอพอใจยกใส่รถ ขันน็อตจบ เพราะมันใส่กันได้เลย มาเห็นราคาเบาะ Civic EG ตัวนอกวันนี้ ล่อไปเป็นแสน ถ้าวันนั้นเก็บไว้ไม่ขายไปกับรถ ขายวันนี้เอาเงินมาซื้อ Civic EG เดิมๆ ได้อีกคัน แต่ถ้าขยับมาเป็น Civic EK ต้องจ่ายแพงหน่อย เพราะของตัว Type R มันเป็น Recaro SRIII ซึ่งนอกจากเบาะมือสองจากญี่ปุ่นแล้ว ก็เริ่มมีร้านแต่งรถของไทยเราทำเบาะซิ่งขึ้นมาเองเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นแบรนด์ไทยที่ใส่แล้วเท่ห์ผมยกให้ Three Crowns เพราะเป็นทีมแข่งระดับประเทศ ซึ่งจะเป็นแบบ Full Bucket Seat พนักพิงปรับเอนไม่ได้

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

เปลี่ยนเบาะแล้ว หน้าปัดยังเดิมก็ไม่ได้ ต้องเปลี่ยน ที่ฮิตๆ ก็ต้องที่เป็นของสำนักแต่งตรงรุ่นมีโลโก้อยู่ในหน้าปัดอย่างพวก Nismo, Type R, TRD หรือเดินเล่นๆ เหลือบไปเห็นหนัดปัด Spoon ต้องรีบวิ่งไปตู้ ATM กดเงินมาเอาไว้ก่อนแล้วขายต่อทีหลัง มาตรวัดควาเร็วต้องสูงสุดอยู่ที่ 180 km/h ถึงจะเฟี้ยว ส่วนถ้าไม่เล่นของแต่งแบรนด์เนมหรือตรงรุ่น ก็ต้องเปลี่ยนเป็นพื้นขาวไว้ก่อน หลังๆ มีสำนักแต่งของไทยใส่ลูกเล่นพื้นเกจ์วัดเรืองแสงวัยรุ่นเรียกกันว่าหน้าปัด G-Shock

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

แต่ถ้าจะให้รถคุณดูซิ่งดูแรงเข้าไปอีก ก็ต้องเพิ่มเกจ์วัดแยกออกมา ที่ฮิตสุดๆ และทำให้รถโดนทุบกระจกมากที่สุดก็คือ เกจ์วัดรอบ AutoMeter ทรงกลมขนาดใหญ่ไซส์เท่านาฬิกาปลุก มีหลายรุ่นหลายแบบ หน้าเงิน หน้าดำ สารพัดหน้า ของปลอมก็มี สำหรับรถที่วางเครื่องหรือปรับแต่งเครื่องยนต์มาก็อาจมีความจำเป็นที่ต้องใส่วัดรอบตัวนี้ เพราะวัดรอบเครื่องยนต์เดิมที่มากับรถอาจไม่รองรับการปรับแต่งที่ทำมา แต่บางคันเครื่องเดิมแถมเกียร์ออโต้อีกต่างหาก ก็ยังต้องมีเจ้าวัดรอบนาฬิกาปลุกอันนี้ เพื่อเพิ่มความแรงทางใจ

วัดรอบอย่างเดียวมันไม่ครบ ต้องติด Shift Light พ่วงมาด้วย เป็นกระบอกเล็กๆ คล้ายไฟฉายติดอยู่ข้างวัดรอบ ตั้งให้ไฟสว่างขึ้นตามรอบเครื่องยนต์ที่กำหนดไว้ในการเปลี่ยนเกียร์ ข้อดีก็คือช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ในรอบเครื่องยนต์ที่เหมาะสมกับที่รถคันนั้นทำมา หรือที่จะได้ประโยชน์มากสุดก็คือตั้งไว้ที่รอบเครื่องยนต์สูงสุดที่จะสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ พูดง่ายๆ คือ เอาไว้ไม่ให้ลากรอบสูงเกินจนเครื่องพังนั่นเอง ซึ่งผมก็ยังสงสัยว่ารถเกียร์ออโต้เขาใส่กันทำไมไอ้ Shift Light เนี่ย เพราะรถสมัยนั้นมันก็ยังไม่มีเกียร์ออโต้ที่มีโหมดเปลี่ยนสปีดแบบแมนวลได้ หรือถ้ามีก็ไม่กี่คัน

เกจ์วัดรอบไม่พอ เกจ์วัดบูสต์เทอร์โบก็มา รถไม่มีเทอร์โบก็ใส่ วางไว้บนแดชบอร์ดล่อตาโจรให้ทุบกระจกเล่น ส่วนใหญ่จะนิยมวางกันไว้ที่มุมล่างกระจกหน้าฝั่งคนขับ ถ้าให้เท่ห์หน่อยก็เป็นช่องใส่เกจ์วัดที่ติดอยู่ที่เสา A-Pillar ยุคนั้นมีแค่นั้น ประเภท Defi วางเรียงเป็นตับบนแดชบอร์ดฝั่งคนนั่งยังไม่ค่อยมีให้เห็น ส่วนที่จุดบุหรี่ต้องเปลี่ยนเป็นหน้าตาเหมือนสวิตช์ตัดระบบไฟฟ้า

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

พอภายในซิ่งแล้ว เครื่องเสียงจะป๊อกๆ แป๊กๆ ไม่ได้ ต้องไปร้านเครื่องเสียงรื้อกันจนเละ ตีตู้กันใหม่ เปลี่ยนใหม่ทั้งระบบ วิทยุ ลำโพง แอมป์ และยุคนั้นเป็นยุคแรกเริ่มของเครื่องเล่น CD มีทั้งใส่ทีละแผ่น และเป็นกล่องใส่ CD ได้ทีละหลายๆ แผ่น ตัวกล่องติดอยู่ในฝากระโปรงท้าย ช่วงแรกๆ จะเจอปัญหาขับตกหลุมทีเพลงกระตุกที จนช่วงหลังพัฒนาให้ไม่กระตุกแล้ว และถ้าให้สุดต้องเปลี่ยนกันยันสายไฟ จะเป็นวัสดุ เงิน หรือทองคำขาวอะไรก็ว่าไป ซึ่งเห็นมาหลายคันที่ค่าทำเครื่องเสียงแทบจะเท่าหรือเกินราคารถ

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

สำหรับหลายๆ คนสิ่งที่ผมพล่ามมาถือว่าครบจบแล้ว แค่นี้บางมื้อต้องเริ่มอดข้าวกันแล้ว แต่สำหรับอีกหลายๆ คน รถเดิมๆ มันแซงไม่ขาด มุดอวดสาวไม่ได้ มันต้องโมฯ เพิ่ม บ้านรวยหน่อยก็ขอเงินพ่อยกเครื่องใหม่เอาเครื่องแรงๆ ใส่ไปเลยจบ ให้ง่ายก็เอาเครื่องตรงรุ่นที่เป็นสเป็คญี่ปุ่น แรงม้ากับแรงบิดสูงกว่าสเป็ครถที่ขายเมืองไทย ยกใส่เข้าไปแบบร้อยน็อตแทบไม่ต้องดัดแปลงอะไร ได้ของมาครบ ได้อู่ฝีมือดีก็จบ ไม่เกิน 5 วันซิ่งได้ หรือจะแปลงข้ามรุ่นก็เห็นบ่อยอย่าง Honda Accord วาง H22a ที่อยู่ใน Prelude  

Civic วางเครื่อง B18CR ที่อยู่ใน Integra DC2 หรือ Toyota Corolla วางเครื่อง 3S-GTE จาก Celica และที่ฮิตสุดๆ จนถึงวันนี้ก็ยังฮิตอยู่คือ Nissan Cefiro ที่มีทั้งยกเครื่องจากรถในตระกูลเดียวกันมาวางอย่าง RB26DETT หรือข้ามพันธุ์ไปเป็น 1JZ-GTE หรือ 2JZ-GTE จาก Toyota อันนั้นคือสายแรงของจริงที่ไม่ใช่แค่เอาไว้ขิงแต่จับเช็งยามค่ำคืนกันด้วยเงินแสน

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

แต่ถ้าพ่อไม่รวยหรือพ่อไม่เห็นด้วยที่ลูกเอารถไปซิ่ง หรือเพิ่งทำงานมีเงินเก็บไม่เยอะ ก็แต่งมันเครื่องเดิมนี่แหละ เงินเยอะหน่อยก็ใส่เทอร์โบมันซะ ถ้าไม่ใส่เทอร์โบก็ทำไส้ในเครื่องยนต์ ปาดฝาสูบ พอก-เจียแคมชาร์ฟ เปลี่ยนลูกสูบ เฟี้ยวฟ้าวได้ครึ่งปีแล้วพังยังดีกว่าตามเพื่อนไม่ทัน ที่พังก็เพราะสมัยนั้นเป็นยุคลองผิดลองถูก สูตรสำเร็จหรือชุดคิทยังไม่มี ใช้ความชำนาญของช่างเป็นหลัก แต่ไม่พังเลยนั้นไม่มี มีแต่พังเร็วหรือพังช้าเท่านั้นเอง

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

จะมีอุปกรณ์ช่วยยืดอายุเครื่องยนต์ขึ้นมาหน่อยก็พวกกล่องควบคุมอากาศ น้ำมัน อย่างพวก e-Manage หรือ APEXi จอฟ้าทั้งหลาย กล่อง ECU แต่งก็มีทั้งแบบใช้แทนกล่องเดิมอย่างพวก Motec, Haltech แต่ราคาก็สูงลิบลิ่วและต้องเสียเงินจ้างจูนเนอร์อีก คุยกันที่เลขหกหลัก นอกนั้นก็ไปควานหาเอากล่อง ECU ที่จูนสำเร็จรูปจากสำนักแต่งต่างๆ ของญี่ปุ่นมือสองที่เชียงกง มีทั้งใส่ไปแล้วแรงขึ้นจริง และใส่ไปแล้วไม่วิ่งเลยก็มี

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??
ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

แต่ถ้ายังไปไม่ถึงสเต็ปนั้นก็ต้องพึ่งของแต่งแนวเสริมกำลังใจ ประมาณว่าเปิดฝากระโปรงหน้ามาแล้วพอแอ๊คได้บ้าง แต่ที่แน่ๆ คือต้องมองเห็นด้วยตาเปล่า ที่ฮิตก็จะมี กรองอากาศแบบเปลือย ของแท้แบรนด์ดังก็แพงหน่อย ของไทยเริ่มมีให้เห็นบ้าง ประสิทธิภาพก็ตามราคา แต่ถามว่าทำให้เครื่องเดิมๆ แรงขึ้นมั้ย บอกเลยว่าแทบไม่รู้สึก แต่ที่แน่ๆ เวลาเร่งเครื่องเสียงมันเร้าใจวัยรุ่น ต่อมาก็สายหัวเทียนความต้านทานต่ำ ตัวสายเป็นสีๆ ดูซิ่งดี

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

ถ้าให้ครบต้องเปลี่ยนหัวเทียนเป็นแบบซิ่งด้วย ซึ่งมันก็ช่วยให้กระแสไฟเดินดีขึ้นแต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้รถแรงขึ้นหรอก แถมสายหัวเทียนบางยี่ห้อพอใส่ไปทำให้มีสัญญาณเสียงวี๊ดๆ ในลำโพงเวลาฟังเพลงอีกต่างหาก และเพื่อให้ดูเหมือนรถแข่งก็ต้องใส่เหล็กค้ำโช้คหน้า ถ้าเป็นรถรุ่นที่มีขายในญี่ปุ่นก็มีของแต่งแบรนด์เนมตรงรุ่นทั้งของใหม่แกะกล่องและของมือสองเชียงกง แล้วก็มีของที่อู่เมืองไทยทำขึ้นมาเองสำหรับรถทุกรุ่น ซึ่งค้ำโช้คจากบางอู่ดูแข็งแรงกว่าของนอกราคาแพงๆ เสียอีก ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นนี้มันก็ช่วยเรื่องการทรงตัวของรถได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าช่วงล่างโช้ค-สปริงเดิมๆ ผมว่าช่วยได้ไม่เยอะ

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

แล้วถ้าเงินยังเหลือ จากชุดท่อไอเสียที่เปลี่ยนท่อนกลางกับหม้อพักใบท้ายไปแล้ว ต้องใส่เฮดเดอร์ซะหน่อย ถ้าจะให้เท่ห์ต้องมีป้าย JASMA แปะไว้ด้วย ให้เห็นว่าเป็นเฮดเดอร์ซิ่งจากญี่ปุ่น ซึ่ง JASMA ที่ว่านี้มันย่อมาจาก Japan Automotive Muffler Association เป็นในเรื่องของมาตรฐานควบคุมเสียงและคุณภาพท่อไอเสียที่ถูกผลิตขึ้นในประเทศญี่ปุ่นภายใต้ พ.ร.บ.จราจรทางบกของญี่ปุ่น เฮดเดอร์ถ้าเป็นของใหม่แกะกล่องมือหนึ่งจากญี่ปุ่นสารพัดแบรนด์ก็หลายหมื่น แต่ถ้าไม่ขี้เกียจก็ไปเดินหาที่เชียงกง สภาพดีหน่อยเฮียแกก็จะแขวนไว้ที่กำแพงร้าน ถ้าสภาพแย่หน่อยก็กองๆ ไว้ที่พื้น แต่ผมก็เคยได้แบบ 4-2-1 มาอันนึงที่มีป้าย JASMA จากที่กองๆ ไว้ที่พื้นนั่นแหละ ราคาไม่กี่พันบาท เอาไปให้ร้านท่อไอเสียปัดเงาให้เสร็จออกมาอย่างกับของใหม่ราคาหลักหมื่นที่ไม่มีรอยบุบแม้แต่น้อย

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

แต่สำหรับบางคนที่ไม่ได้บ้าของนอก ก็ขับไปร้านท่อไอเสียบ้านเรานี้แหละครับ มีให้เลือกหลายแบบตรงรุ่นรถเป๊ะๆ ยุคนั้นร้านดังๆ ก็มีเยอะ แล้วคุณภาพงานก็ไม่ได้แพ้ต่างประเทศเลย อาจต่างกันที่วัสดุเท่านั้นเอง ยิ่งบางร้านใช้วิธีถอดแบบของนอกกันเลยทั้งขนาดท่อ รอยโค้ง ความยาว เอาว่าก๊อปปี้มาเป๊ะๆ ก็ใช้ได้ดีเหมือนกัน แต่ราคาก็ใช่ว่าจะถูก มีให้เลือกทั้งเหล็ก และสแตนเลส ส่วนไทเทเนียมยุคนั้นยังไม่มี

ไอเสียจบไปแล้ว ก็ต่อด้วยไอดี จากท่อพลาสติกสีดำๆ มันดูบ้านๆ ก็ต้องไปเสียเงินเดินท่ออลูมิเนียมแทนให้มันดูเป็นรถซิ่งขึ้นมา แต่ถ้ากดดูยอดเงินที่ตู้ ATM แล้วมันยังพอมีให้ฟุ่มเฟือยได้ ท่อไอดีของแต่งตรงรุ่นก็พอมีให้เลือกสำหรับรถบางรุ่นเหมือนกัน จะป่องกลางปลายบีบ ท่อตรงดัดทราย วัสดุอลูมิเนียม คาร์บอน หรือเคฟล่าร์ มีให้เลือกได้ตามกำลังเงิน ใส่ทุกอย่างมาหมดแล้ว

เปิดนิตยสารรถแต่งทั้งหลายดูดันไปเจอหน้าโฆษณาน้ำมันเครื่องซิ่ง แหมมันอดไม่ได้ต้องเอาซะหน่อยเผื่อรถมันจะแซงลื่นขึ้น สมัยนั้นที่ฮิตๆ เลยก็ต้อง Red Line กับ HKS ซึ่งผมจะบอกให้ว่าเพื่อนผมหลายๆ คนควักเงินซื้อน้ำมันเครื่องพวกนั้นเพื่อจะเอาสติกเกอร์มาแปะรถนี่และครับ ซึ่งไม่นานร้านสติกเกอร์ก็ทำออกมาขายมีทั้งตัดและสกรีนสีเหมือนของจริงเป๊ะ!

ย้อนวันวาน ... มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??, ย้อนวันวาน …มาดูวัยรุ่นยุค 90 เค้าแต่งรถกันยังไง??

ถามว่าน้ำมันเครื่องซิ่งราคาแพงๆ มันดีมั้ย แน่นอนครับว่ามันดี ทั้งเรื่องประสิทธิภาพการหล่อลื่น ความทนต่อแรงเสียดสี และการลดความร้อนสะสม แต่ถ้าจะให้เห็นผลชัดๆ ก็ต้องใส่ในรถที่แรงม้าสูงๆ โมดิฟายเครื่องยนต์มาแล้ว และใช้รอบเครื่องยนต์สูงบ่อยๆ เอาน้ำมันเครื่องระดับนั้นมาใส่รถบ้านๆ ที่ใส่ของแต่งกระจุกกระจิก ผมว่าไม่คุ้มเงินที่เสียไปครับ แต่ก็อย่างว่า มันได้คุณค่าทางใจ แต่จะมาน้ำตาตกในตอนที่เอารถไปขึ้นไดโนเทสวัดแรงม้า เพราะไอ้ของที่ใส่ๆไปมันแทบไม่ได้เพิ่มความแรงให้รถเลย   

ทั้งหมดนี้คิดซะว่าเป็นการเอาเรื่องราวสนุกๆ ในอดีตช่วงหนึ่งมาย้อนรำลึกความหลังให้พอนึกภาพรวมๆ เพราะถ้าจะให้ลงรายละเอียดลึกๆ คิดว่าสิบตอนก็คงไม่จบ คนที่ทันยุคนั้นน่าจะอ่านไปยิ้มไปนะครับ มีอะไรเพิ่มเติมหรือมีของชิ้นไหนของยุคนั้นที่คุณเล่นมา เราเอามาแชร์พูดคุยกันครับ ส่วนน้องๆ หลานๆ ที่เกิดไม่ทันก็จะได้รู้ว่าแต่งรถสมัยนี้มันง่ายกว่าสมัยก่อนมาก แต่ความสนุกอาจไม่เท่าสมัยลุงๆ น้าๆ

Photo credit:       https://www.carousell.com.my/p/rim-enkei-rpo1-17-inch-persona-perdana-accord-183926578/

https://yahoo.aleado.com/lot?auctionID=g1103191051

https://koruworks.com/make-model/nissan/s14-silvia-240sx/exhaust/hks-95-98-nissan-240sx-hi-power-exhaust-3203-ex021/ , https://www.u-buy.jp/en/product/RKQJJ9QA-jdm-genuine-mugen-power-twin

https://www.ebay.com/itm/Raybrig-R160-10×31-12V-10W-Blue-Dome-Light-Bulb-QTY-2-Made-in-Japan-/122268525007?_ul=IN

https://mrsteeringwheel.com/momo-champion-350mm-leather-cha35bk0b-out-of-stock-discontinued/

http://www.m11rf.com/product_info.php?products_id=42

https://ls1tech.com/forums/market/1960622

https://www.ebay.com/itm/234709452164

https://xtuners.com/R32-GTR-NISMO

https://www.summitracing.com/parts/atm-3904

https://www.carousell.com.my/p/greddy-emanage-e-manage-blue-mini-complete-harness-243834331/

https://www.shiftperformance.com.au/hks-power-flow-reloaded-filter-100mm-inlet-univers

https://exoracing.co.uk/ngk-silicone-ignition-plug-leads-for-honda-d-series-d16z6-d16y8/?setCurrencyId=2

https://www.ek9.org/index.php?threads/my-okuyama-carbing-brace-kit-for-ek9-impressions.6375/

https://toprankglobal.jp/stockdetail/22506/1997%20Honda%20CIVIC%20TYPE%20R

https://www.rrmci.com/news/rrmci-to-represent-red-line-synthetic-oil-through-north-american-marketing-and-sales-promotions

cazanova_logo_Favicon

บริษัท พีทู ไอเดียส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่)
228/245 ถ.ร่วมมิตรพัฒนา แขวงท่าแร้ง
เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี : 0125558016654

© 2023 CARZANOVA:เว็บซ่าส์เรื่องยานยนต์ All Rights Reserved. Designed By P2 IDEAS

WordPress Ads
Are you sure want to unlock this post?
Unlock left : 0
Are you sure want to cancel subscription?
-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00