by Carzanova Team Nat
Hits: 279

โตโยต้า แถลงยอดขายรถยนต์ปี 63 คาดการณ์ตลาดรวมปี 64 ประมาณ 8.5 - 9 แสนคัน ตั้งเป้าโตโยต้าขาย 2.8 - 3 แสนคัน

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ปี 2563 พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2564

สำหรับยอดขายรถยนต์รวมในประเทศไทยปี 2563 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ยอดขายลดลง 21.4% โดยมียอดขายอยู่ที่ 792,146 คัน

สถิติการขายรถยนต์ในประเทศปี 2563

ยอดขายปี 2563

เปลี่ยนแปลง

เทียบกับปี 2562

Ž ปริมาณการขายรวม

792,146 คัน     

-21.4%

Ž รถยนต์นั่ง

 274,789 คัน

-31.0%

Ž รถเพื่อการพาณิชย์

517,357 คัน

-15.1%

Ž รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)

409,463 คัน

-16.8%

Ž รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)

364,887 คัน

-15.5%

แนวโน้มตลาดรถยนต์ของปี 2564 จะเป็นปีที่ท้าทายอีกครั้งสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย เนื่องจากยังคงต้องเผชิญกับหลายปัจจัย จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 การพัฒนาวัคซีนและการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 รวมถึงแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ กิจกรรมทางการตลาด และกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ จะมีบทบาทสำคัญต่อการกระตุ้นยอดขายรถยนต์  ดังนั้น เมื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆ เหล่านี้แล้ว จึงคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ในปี 2564 จะอยู่ที่ประมาณ 850,000 – 900,000 คัน เพิ่มขึ้น 7-14% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2564

ยอดขาย

ประมาณการปี 2564

เปลี่ยนแปลง

เทียบกับปี 2563

Ž ปริมาณการขายรวม

850,000 900,000 คัน    

+ 7-14%

Ž รถยนต์นั่ง

290,000 318,000 คัน

+ 5-15%

Ž รถเพื่อการพาณิชย์

560,000 582,000 คัน

+ 8-13%

สำหรับยอดขายโตโยต้าในปี 2563 ยอดขายรวมของโตโยต้าลดลง 26.5% หรือคิดเป็นจำนวน 244,316 คัน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบริษัทฯ จะเผชิญกับความยากลำบากมากมายในปีที่ผ่านมา แต่ยังมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 หรือเท่ากับ 30.8% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด เนื่องจากมีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่าง โคโรลล่า ครอส  ยาริส  เอทีฟ  ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์  ไฮลักซ์ รีโว่  และอินโนว่า คริสต้า ทั้งหมดนี้ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า และส่งผลให้โตโยต้าสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดได้   

                                     

สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2563

ยอดขายปี 2563

เปลี่ยนแปลง

เทียบกับปี 2562

ส่วนแบ่งตลาด

Ž ปริมาณการขายโตโยต้า

244,316 คัน     

-26.5%

30.8%

Ž รถยนต์นั่ง

 68,152 คัน

-42.1%

24.8%

Ž รถเพื่อการพาณิชย์

176,164 คัน

-17.9%

34.1%

Ž รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)

149,635 คัน

-21.9%

36.5%

Ž รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)

129,893 คัน

-21.5%

35.6%

เป้าหมายของโตโยต้าในปี 2564 โตโยต้ามีเป้าหมายการขายอยู่ระหว่าง 280,000 - 300,000 คัน หรือคิดเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้น 15 – 20% จากปีที่ผ่านมา คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ 33.3%

ปริมาณการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2564

ยอดขาย

ประมาณการปี 2564

เปลี่ยนแปลง

เทียบกับปี 2563

ส่วนแบ่งตลาด

Ž ปริมาณการขายโตโยต้า

280,000 – 300,000 คัน     

+ 15-23%

33.0%

Ž รถยนต์นั่ง

   82,500 – 92,000 คัน     

+ 21-35%

29.0%

Ž รถเพื่อการพาณิชย์

197,500 – 208,000 คัน     

+ 12-18%

36.0%

Ž รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)

168,500 – 181,000 คัน     

+ 13-21%

38.0%

Ž รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)

144,000 – 153,000 คัน     

+ 11-18%

38.0%

ด้านการส่งออกในปี 2563 โตโยต้าได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 215,277 คัน ลดลง 18.7% ปริมาณการผลิตสำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออกมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 442,822 คัน ลดลง 22.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ปริมาณการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป

และการผลิตของโตโยต้าปี 2563

ปริมาณปี 2563

เปลี่ยนแปลง

เทียบกับปี 2562

Ž ปริมาณการส่งออก

215,277 คัน     

-18.7%

Ž ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ

442,822 คัน

-22.4%

ทั้งนี้สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปีนี้ คาดการณ์ว่าปริมาณการส่งออกจะอยู่ที่ 254,000 คัน เพิ่มขึ้น 18% จากปีที่แล้ว เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นจากภูมิภาคหลัก เช่น เอเชียและโอเชียเนีย ทั้งนี้โตโยต้าตั้งเป้าการผลิตรถยนต์อยู่ที่ 527,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 19% จากปี 2563 ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าว สอดคล้องกับเป้าหมายยอดขายของทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

เป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป

และการผลิตของโตโยต้าปี 2564

ปริมาณปี 2564

เปลี่ยนแปลง

เทียบกับปี 2563

Ž ปริมาณการส่งออก

254,000 คัน     

18%

Ž ยอดผลิตรวมทั้งส่งออกและการขายในประเทศ

527,000 คัน

19%

 

จาก “พันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า 2050” เรามุ่งมั่นบรรลุเป้าหมายลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เป็น “ศูนย์” ในทุกกิจการที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ โดยในระดับโลกเราได้ท้าทายตัวเองให้ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 90% เมื่อเทียบกับปี 2553 และที่ผ่านมาเราได้แนะนำยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น อาทิ รถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากเซลล์เชื้อเพลิง เราเชื่อมั่นว่ารถยนต์เหล่านี้นำมาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน และสอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย

 

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย คือบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายแรกในประเทศไทยที่ริเริ่มการผลิตรถยนต์ไฮบริด ด้วยการแนะนำรถยนต์คัมรี ไฮบริด ตั้งแต่ปี 2552 และตามมาด้วยรถยนต์ไฮบริดอีกหลากหลายรุ่น อาทิ พรีอุส ซีเอชอาร์  โคโรลล่า อัลติส  และโคโรลล่า ครอส ซึ่งทุกรุ่นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย มียอดขายรวมทั้งสิ้นมากกว่า 100,000 คันในปัจจุบัน เป้าหมายของเราคือส่งเสริมให้มีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายด้านพลังงานของภาครัฐและวางรากฐานอันแข็งแกร่งเพื่อนำไปสู่ยุคแห่งการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ การประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคส่วนต่างๆ ที่มีวิสัยทัศน์และจุดยืนเดียวกันกับเราจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นยิ่ง

 

ในฐานะ “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน” เรายังจะเดินหน้ามอบประสบการณ์ที่ดียิ่งกว่าให้กับลูกค้าคนสำคัญของเรา โดยการร่วมมือกับบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง จำกัด และพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลายเพื่อยกระดับการบริการของเรา และเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการในรูปแบบใหม่ในการที่จะพัฒนา เริ่มตั้งแต่ “ประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่” (New Buying Experience) ผ่าน โครงการคินโตะ (KINTO) ซึ่งเป็นบริการเช่ารถของเราโดยเพิ่มตัวเลือกของรุ่นรถสำหรับให้เช่า และแพ็กเกจการให้บริการ พร้อมทั้ง “การอนุมัติสินเชื่อรถยนต์รูปแบบใหม่” (Connected Auto Loan) หรือ CAL ที่ทำให้ลูกค้าสามารถ “เป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น” ผ่านระบบเทเลมาติกส์

 

นอกจากนี้ เรายังแนะนำแพลตฟอร์มใหม่ “โตโยต้า วอลเล็ท” (Toyota Wallet) กระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อเพิ่มอิสระในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และตอบสนองต่อการใช้ชีวิตวิถีใหม่ในยุคหลังโควิด-19 ในการยกระดับ “ประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่” (New Usage Experience) เราได้นำเทคโนโลยี “T-Connect” เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรถรุ่นใหม่ๆ หลากหลายรุ่น อาทิ ไฮลักซ์ รีโว่  ฟอร์จูนเนอร์ใหม่  โคโรลล่า ครอส  และอินโนว่า คริสต้า โดยมี “ระบบติดตามรถหาย” “รายงานการเดินทาง” “ค้นหาตำแหน่งรถ” และ “บริการผู้ช่วยส่วนตัว” ยิ่งไปกว่านั้น “T-Connect” ยังมีบทบาทสำคัญในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเราได้แนะนำประกันภัยรูปแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือ “ประกันภัยขับดีลดให้” (Toyota Care PHYD) ซึ่งถือเป็นประกันภัยที่มอบความคุ้มค่า โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่เพื่อการคำนวณเบี้ยประกันภัย

 *ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนธันวาคม 2563

*ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 104,089 คัน เพิ่มขึ้น 3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า      33,197 คัน        เพิ่มขึ้น      12.6%          ส่วนแบ่งตลาด 31.9%

อันดับที่ 2 อีซูซุ            22,917 คัน        เพิ่มขึ้น      45.3%        ส่วนแบ่งตลาด 22.0%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า      10,075 คัน        เพิ่มขึ้น        5.6%          ส่วนแบ่งตลาด  9.7%

*ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 38,130 คัน เพิ่มขึ้น 1%

อันดับที่ 1 โตโยต้า      8,811 คัน         ลดลง     12.6%             ส่วนแบ่งตลาด 23.1%

อันดับที่ 2 ฮอนด้า       8,378 คัน       เพิ่มขึ้น   22.4%             ส่วนแบ่งตลาด 22.0%

อันดับที่ 3 มาสด้า        3,475 คัน        เพิ่มขึ้น    3.1%              ส่วนแบ่งตลาด  9.1%

*ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 65,959 คัน เพิ่มขึ้น 7%

อันดับที่ 1 โตโยต้า       24,386 คัน        เพิ่มขึ้น      25.7%          ส่วนแบ่งตลาด 37.0%

อันดับที่ 2 อีซูซุ           22,917 คัน        เพิ่มขึ้น     45.3%           ส่วนแบ่งตลาด 34.7%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        4,595 คัน         เท่าเดิม                          ส่วนแบ่งตลาด  7.0%

*ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV)

ปริมาณการขาย 51,516 คัน เพิ่มขึ้น 14.4%                 

อันดับที่ 1 อีซูซุ           21,566 คัน       เพิ่มขึ้น   46.9% ส่วนแบ่งตลาด 41.9%

อันดับที่ 2 โตโยต้า        20,123 คัน       เพิ่มขึ้น   17.5%  ส่วนแบ่งตลาด 39.1%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด           4,595 คัน      เท่าเดิม    ส่วนแบ่งตลาด  8.9%

ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 7,512 คัน

อีซูซุ 2,806 คัน – โตโยต้า 2,709 คัน – มิตซูบิชิ 1,118 คัน – ฟอร์ด 856 คัน – นิสสัน 23 คัน

 5.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 44,004 คัน เพิ่มขึ้น 11.1%

อันดับที่ 1 อีซูซุ           18,760 คัน       เพิ่มขึ้น    34.9%           ส่วนแบ่งตลาด 42.6%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      17,414 คัน       เพิ่มขึ้น    16.4% ส่วนแบ่งตลาด 39.6%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด           3,739 คัน       ลดลง       3.9% ส่วนแบ่งตลาด  8.5%

 

 *สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม ธันวาคม 2563

1.) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 792,146 คัน ลดลง 21.4%                              

อันดับที่ 1 โตโยต้า      244,316 คัน      ลดลง      26.5% ส่วนแบ่งตลาด 30.8%

อันดับที่ 2 อีซูซุ        181,194 คัน      เพิ่มขึ้น      7.7% ส่วนแบ่งตลาด 22.9%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า      93,041 คัน       ลดลง       26.1%  ส่วนแบ่งตลาด 11.7%

2.) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 274,789 คัน ลดลง 31.0%                                

อันดับที่ 1 ฮอนด้า      77,419 คัน        ลดลง      19.5% ส่วนแบ่งตลาด 28.2%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      68,152 คัน       ลดลง      42.1% ส่วนแบ่งตลาด 24.8%

อันดับที่ 3 นิสสัน        27,120 คัน       ลดลง      24.3% ส่วนแบ่งตลาด  9.9%

3.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 517,357 คัน ลดลง 15.1%                    

อันดับที่ 1 อีซูซุ             181,194 คัน      เพิ่มขึ้น      7.7% ส่วนแบ่งตลาด 35.0%

อันดับที่ 2 โตโยต้า       176,164 คัน      ลดลง       17.9%   ส่วนแบ่งตลาด 34.1%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ       35,046 คัน       ลดลง      29.0% ส่วนแบ่งตลาด  6.8%

4.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV)

ปริมาณการขาย 409,463 คัน ลดลง 16.8%

อันดับที่ 1 อีซูซุ           168,467 คัน      เพิ่มขึ้น      10.0%          ส่วนแบ่งตลาด 41.1%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      149,635 คัน      ลดลง       21.9%          ส่วนแบ่งตลาด 36.5%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ      35,046 คัน       ลดลง       29.0%          ส่วนแบ่งตลาด  8.6%

ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน : 44,576 คัน

โตโยต้า 19,742 คัน – มิตซูบิชิ 9,342 คัน – อีซูซุ 8,139 คัน – ฟอร์ด 5,343 คัน –  นิสสัน 1,338 คัน – เชฟโรเลต 672 คัน

5.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 364,887 คัน ลดลง 15.5%

อันดับที่ 1 อีซูซุ            160,328 คัน     เพิ่มขึ้น      11.6%          ส่วนแบ่งตลาด 43.9%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      129,893 คัน     ลดลง        21.5%          ส่วนแบ่งตลาด 35.6%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ        25,704 คัน     ลดลง       28.2%          ส่วนแบ่งตลาด  7.0%