by Carzanova Team Nat
Hits: 248

มิตซูบิชิ แถลงยอดจำหน่ายปี 62 พุ่งทะลุเป้า!! มั่นใจปี 63 เติบโตอย่างต่อเนื่อง

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ประกาศยอดจำหน่ายรถยนต์ในปี 2562 เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4  เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเป็นยอดจำหน่ายรวม 88,244 คัน มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 8.8 ผลการดำเนินงานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ในภาพรวม ซึ่งมียอดจำหน่ายรวมทั้งหมดที่ 1,007,552 คัน ลดลงร้อยละ 3.3 จากปี 2561 

ปี 2562 เป็นปีที่ดีเยี่ยมสำหรับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เป็น 1 ใน 3 บริษัทรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายรถยนต์เติบโตเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา และขอขอบคุณลูกค้าสำหรับความสำเร็จที่เกิดขึ้น ผลการดำเนินงานของเราเติบโตสวนทางกับอุตสาหกรรมยานยนต์ท่ามกลางปัจจัยท้าทายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นนอกจากการนำเสนอรถยนต์ที่มีคุณภาพแล้ว ความสำเร็จยังเกิดขึ้นจากการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายและการให้ความสำคัญกับลูกค้า พร้อมการลงทุนในด้านการพัฒนาบุคลากร 

สำหรับปี 2563 มิตซูบิชิยังคงมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุส่วนแบ่งตลาดให้มากกว่าร้อยละ 9พร้อมเดินหน้าปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพของโรงงานผลิตที่แหลมฉบังด้วยการสร้างโรงพ่นสีแห่งใหม่

ไม่เพียงเติบโตเหนือกว่าอุตสาหกรรมโดยรวมในปี 2562 แต่มิตซูบิชิยังประสบความสำเร็จท่ามกลางสภาพตลาดที่มีความท้าทายและมีการแข่งขันกันสูง รวมทั้งสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลต่อตลาดในประเทศและการส่งออก 

โดยในปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เปิดตัวรถใหม่เพื่อนำเสนอความทันสมัยและน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง ทั้งมิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ รุ่นโลว์ไรเดอร์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่และมิตซูบิชิ มิราจใหม่ รวมถึงมิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ใหม่ 

ส่วนรถที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยคือ มิตซูบิชิ ไทรทัน ที่มียอดจำหน่ายที่ 35,807 คันหรือร้อยละ 41 ของยอดจำหน่ายทั้งหมด ขณะที่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ มียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับสองที่ 16,196 คันหรือร้อยละ 18

ขณะที่มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ซึ่งเปิดตัวในปีที่ผ่านมามียอดจำหน่ายที่13,558 คันหรือร้อยละ 15 และรถซิตี้คาร์ มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิตซูบิชิ มิราจ ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยยอดจำหน่ายรวม 22,683 คัน หรือ ร้อยละ 26 

ด้านการส่งออก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ครองตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 โดยสามารถส่งออกรถยนต์รวมทั้งสิ้น 332,700 คัน ประกอบด้วยรถยนต์สำเร็จรูป (BU) 284,500 คันและรถยนต์ชิ้นส่วนประกอบ (KD) 48,200 คัน โดยในปี 2562มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้ฉลองความสำเร็จในการส่งออกรถยนต์ครบ 4 ล้านคัน

สำหรับการผลิตในปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สามารถผลิตรถยนต์รวมทั้งสิ้น 407,200 คัน ประกอบด้วยรถยนต์สำเร็จรูป(BU) 353,500 คันและรถยนต์ชิ้นส่วนประกอบ (KD)  53,700 คัน

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเป็นเลิศ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จ ได้แก่ การพัฒนาเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายและการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า โดยในปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีเครือข่ายผู้จำหน่ายจำนวน 229 แห่งครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และยังได้เปิดตัวไลฟ์สไตล์โชว์รูมแนวคิดใหม่เพื่อมอบความพึงพอใจและประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้า พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย 

ด้านบริการหลังการขายมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางภายใต้สโลแกน “เราดูแล คุณแค่ขับ” มอบความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในราคาที่ไม่แพง ด้วยคุณภาพสินค้าและบริการที่ดี อะไหล่แท้ที่ตอบโจทย์ การบริการโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนอบรม การดูแลและเข้าใจในสินค้าและการบริการเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ตลอดจนการเข้าถึงบริการและเครือข่ายผู้จำหน่ายได้อย่างสะดวกสบาย

นอกจากนี้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแก่ลูกค้า ได้แก่ กิจกรรมมิตซูบิชิ แฮปปี้ แฟน มิตซูบิชิ แฮปปี้ เฟสติวัล มิตซูบิชิ โรดโชว์ อเวคเคนนิ่ง แบงค็อกซึ่งเป็นเทศกาลแสดงแสงสีและศิลปะผสมผสาน ตลอดจนกิจกรรมอื่น ๆ ที่จัดขึ้นร่วมกับผู้จำหน่าย 

พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากร โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการมอบผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม หรือ EA คือศูนย์กลางการดำเนินงานเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะ โดยในปีที่ผ่านมาทางบริษัทฯ ยังได้ลงทุนเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ผ่านระบบการจัดการการฝึกอบรม(TMS) และระบบการเรียนรู้ออนไลน์ (e-Learning) 

เพื่อบรรลุเป้าหมายการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้มากกว่าร้อยละ 9 ในปี 2563มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงมุ่งเน้น 3 ปัจจัยแห่งความสำเร็จ คือ1) การให้ความสำคัญกับลูกค้า 2) การปรับปรุงพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย และ 3) การพัฒนาบุคลากร โดยยกระดับการดำเนินงานของ ผู้จำหน่ายสู่มาตรฐานขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับภาพลักษณ์โชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยอัตลักษณ์ใหม่ เพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้าในทุกช่องทาง พร้อมกับขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพิ่มเป็น 245 แห่งทั่วประเทศ 

สำหรับด้านการผลิต บริษัทฯ จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการสร้างโรงพ่นสีแห่งใหม่ พร้อมปรับปรุงการปฏิบัติงานในขั้นตอนเชื่อมตัวถังและขั้นตอนการประกอบ โดยมีแผนการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ และระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพ และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าระดับโลก มีแผนที่จะผลิต มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รถพลังงานไฟฟ้าประเภทปลั๊กอินไฮบริด ที่โรงงานผลิตที่แหลมฉบังในปี 2564 ด้วยเงินลงทุนมากกว่า 3,130ล้านบาทและยังส่งเสริมผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศด้วยการจัดหาและใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเป็นหลัก