by Carzanova Team Mai
Hits: 337

ว่าที่ พรบ. จราจรใหม่ มีอะไรอัพเดทบ้าง??

 

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่ผ่านมา พรบ.จราจร ปี พ.ศ.2522 ถูกมองว่าเก่าแก่ล้าสมัย!! เพราะที่ผ่านมาได้ส่งผลให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งระหว่างตำรวจจราจรและผู้ขับขี่เป็นประจำ ทั้งนี้เพื่อให้กฎหมายมีความทันยุคทันสมัยมากขึ้น และสามารถบังคับใช้ได้จริงในปัจจุบัน ทางภาครัฐจึงได้มีแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติม พรบ.จราจร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากยิ่งขึ้น
 

ใบขับขี่ดิจิทัล


ภายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ออก พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 19 ก.ย. 2562 แล้ว ต่อไปการแสดงใบขับขี่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จะสามารถแสดงได้ 3 รูปแบบ คือ 1. แสดงด้วยใบขับขี่ตัวจริง ซึ่งเป็นแบบเดิม 2. แสดงด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบขับขี่ดิจิตอล ซึ่งที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกประกาศรับรองแล้ว โดยจะต้องใช้แอปพลิเคชันของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น และ 3. สำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ รูปแบบตามที่กรมการขนส่งทางบกออกมากำหนด
 

ยกเลิกการยึดใบขับขี่


หลังจากที่ได้มีการเริ่มใช้ใบขับขี่แบบดิจิตอลแล้ว ทางเจ้าพนักงานจราจรไม่จำเป็นที่จะต้องยึดใบขับขี่จากผู้ที่กระทำผิดอีกต่อไป เนื่องจากระบบใบขับขี่แบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมการขนส่งทางบก ก็สามารถทำการเปรียบเทียบปรับได้ โดยเจ้าพนักงานจราจรจะตรวจสอบความถูกต้องของใบขับขี่ จากนั้นจะบันทึกข้อมูลของผู้ขับขี่ และการกระทำความผิดลงในใบสั่ง ส่วนต้นขั้วใบสั่ง จะนำกลับไปที่สถานีตำรวจ หรือหน่วยงานจราจร เพื่อลงบันทึกตัดแต้ม เมื่อผู้ขับขี่มาเสียค่าปรับ จึงจะทราบว่าได้ถูกตัดแต้มไปเท่าใด และหากแต้มหมดทั้ง 12 คะแนน จะมีการส่งจดหมายไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน แจ้งให้ทราบว่าแต้มในใบขับขี่ถูกตัดหมดแล้ว ซึ่งผู้ขับขี่จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 90 วัน และแต้มจะกลับคืนมา 12 คะแนนตามเดิม โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการอบรมใหม่ และต้องสอบให้ผ่าน จะได้รับแต้มคืน สำหรับการตัดแต้มใบขับขี่ เพื่อต้องการให้ระบบมีความแข็งแรงลดการกระทำผิดกฎจราจร ก่อนไปแก้ระบบที่ตัวบุคคลให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลในโลก โดยภายใน 3 ปี หากผู้ขับขี่ถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เกินกว่า 2 ครั้ง ซึ่งในครั้งที่ 3 จะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 1 ปี และช่วงระหว่าง 1 ปี หากกระทำผิดอีกเป็นครั้งที่ 4 จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ในทันที

ขณะที่ข้อมูลกรมการขนส่งทางบก ระบุความผิดกฎหมายจราจร แบ่งเป็น 3 ระดับ
ระดับ 1 ความผิดกระทบต่อตนเอง และสาธารณะเล็กน้อย เช่น ไม่สวมหมวกกันน็อก, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย, ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ และขับรถเร็ว โดยจะถูกตัดคะแนน 1 แต้ม
ระดับ 2 กระทบต่อสาธารณะปานกลาง อาทิ ผ่าไฟแดง, ขับรถย้อนศร จะถูกตัดคะแนน 2 แต้ม และ
ระดับ 3 กระทบสาธารณะอย่างรุนแรง จะถูกตัดคะแนน 3 แต้ม เช่น เมาแล้วขับ, เสพยาเสพติด และชนแล้วหนี เป็นต้น
 

ห้ามขับแช่เลนขวา


จากกรณีที่รถขับช้าแต่วิ่งแช่ในเลนขวาโดยไม่สนใจกติกามารยาทบนท้องถนน ทำให้เกิดปัญหาจราจรที่แออัดคับคั่ง และความปลอดภัยบนท้องถนน เพื่อเป็นการแก้ไข ขณะนี้ ทางภาครัฐกำลังเสนอมาตรการเพื่อเอาผิด และลงโทษกับผู้ที่ขับ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เพราะช่องทางซ้ายสุดเป็นเป็นพื้นที่จราจรที่วิ่งช้า รวมทั้งหามาตรการลงโทษรถบรรทุกที่บรรทุกหนัก แต่วิ่งในเลนจราจรด้านขวาด้วย  
 

ใช้ความเร็วที่ 120 กม./ชม. บนถนนหลวงทั่วไทย


จากปัญหาการจราจรติดขัดในถนนทุกสาย ทั้งในเขตกรุงเทพและ ปริมณฑลขณะนี้ ทางกระทรวงคมนาคมได้มีนโยบายให้รถยนต์สามารถใช้ความเร็วที่ 120 กม./ชม. ได้ โดยแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท และกรมการขนส่งทางบก ให้ประสานงานกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาในเรื่องของการแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบที่จะให้ปรับเปลี่ยนการบังคับของข้อกฎหมาย ให้รถยนต์ทุกประเภทที่เดินทางสัญจรผ่านถนนหลวง และทางหลวงชนบทที่มีช่องทางจราจรตั้งแต่ 4 ช่องทางขึ้นไป สามารถใช้ความเร็วที่ 120 กม./ชม. ได้ ซึ่งจากเดิมที่ให้วิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม. ซึ่งเรื่องดังกล่าวหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน เพื่อแก้ไขกฎระเบียบข้อบังคับของกฎหมายต่อไป
 

ปรับเวลาเดินรถบรรทุก


ในปัจจุบัน มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้ ในการปรับเปลี่ยนเวลาอนุญาตให้รถบรรทุกสามารถวิ่งบนถนนหลวงในเขตกรุงเทพ และปริมณฑลได้เพียงช่วงเวลากลางคืน ตั้งแต่เวลา 24.00 - 04.00 น. เท่านั้น ซึ่งจากเดิมที่เคยอนุญาตให้วิ่งในช่วงตอนกลางวันด้วย ตั้งแต่ 10.00 - 15.00 น. ทั้งนี้ ทางกระทรวงคมนาคม ได้มีการขอความร่วมมือไปยังผู้ที่ต้องใช้รถบรรทุก และกำลังเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป
 

ควบคุมแอพพลิเคชั่นให้บริการรถรับจ้างโดยสารสาธารณะ


ถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่ได้ประกาศไว้เป็นนโยบายที่จะต้องเร่งดำเนินการ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนได้มีไว้บริการ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมการขนส่งทางบก เร่งดำเนินการแก้ไขในเรื่องของข้อกฎหมายให้ถูกต้อง เพื่อประกาศให้มีผลบังคับได้ ภายใน 3 เดือนนี้
 

ปรับลดค่าทางด่วน - โทลล์เวย์ลง ตั้งแต่ 5-10 บาท/คัน


เพื่อเป็นการช่วยลดค่าครองชีพประชาชน ทางกระทรวงคมนาคม ได้มีนโยบายที่จะปรับลดค่าผ่านทางหลวงพิเศษ ระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) และค่าทางด่วนโทลล์เวย์ลง ตั้งแต่ 5-10 บาท/คัน ซึ่งการปรับลดราคาดังกล่าว จะไม่กระทบต่อสัญญาสัมปทาน และคาดว่าจะมีข่างดีในเร็วๆ นี้
 

ปรับแก้ระบบการขอใบอนุญาตขับขี่


กรมการขนส่งทางบก เตรียมปรับปรุงการพิจารณาการออกใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มการทดสอบข้อเขียนเป็น 50 ข้อ เพิ่มการอบรมจากเดิม 2 ชั่วโมง เป็น 5 ชั่วโมง และเน้นเรื่องมาตรฐานการขับขี่อย่างปลอดภัย โดยเปลี่ยนจากการฉายวีดิโอ เป็นการบรรยายจากวิทยากร ที่มีความรู้ความสามารถแทน ส่วนการทดสอบภาคปฏิบัติ จะเปลี่ยนเป็นการทดสอบผ่านสนาม E-Driving โดยเปลี่ยนจากการใช้คนดู เป็นใช้กล้องตรวจจับความผิด เพื่อให้ผู้เข้าสอบเห็นข้อผิดพลาดชัดเจนขึ้น
 

แยกประเภทใบขับขี่รถจักรยานยนต์


ในส่วนของใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ทางกรมการขนส่งทางบกจะมีการกำหนดให้แยกประเภทใบขับขี่รถจักรยานยนต์ประเภทบิ๊กไบค์ หรือความแรงเกิน 400 ซีซี ออกจากใบขับขี่ธรรมดา เนื่องจากพบว่ามีผู้ที่ใช้รถประเภทนี้ มีจำนวนที่มากขึ้น และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดเป็นประเภทของใบขับขี่โดยเฉพาะ โดยผู้ที่ได้รับอนุญาต จะต้องมีอายุเกิน 18 ปี และผ่านการอบรมแบบเป็นกรณีพิเศษด้วย
 
เรื่อง: ศรานนท์ รัชชุศานติ