by Carzanova Team Nat
Hits: 203

ม้าป่าคะนอง! ฟอร์ด มัสแตง 2018 ราคาต่างกันล้านกว่าบาท...ได้อะไรที่แตกต่าง??

ฟอร์ดได้เปิดตัว มัสแตง รถสปอร์ตในตำนานอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยเปิดตัวพร้อมกันถึง 2 รุ่นนั้นก็คือ รุ่น 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack ด้วยราคาค่าตัว 4,799,000 บาท และ รุ่น 2.3L EcoBoost Coupe Performance Packราคา 3,599,000 บาท มองดูตัวเลขแล้ว ฟอร์ด มัสแตง ทั้ง 2 รุ่น ราคาแพงกว่ากันถึง 1.2 ล้านบาทมันมีอะไรที่แตกต่าง จนทำให้ราคาต่างกันมากถึงขนาดนี้...เรามาดูกันครับ!!

รุ่น EcoBoost  Coupe Performance

ดีไซน์ภายนอก

ดีไซน์นอกที่แตกต่างกันของม้าป่าคะนองทั้ง 2 รุ่นเริ่มกันที่กระจังหน้า ซึ่งในรุ่น GT จะมาพร้อมกระจังหน้าที่ออกแบบให้มีความถี่ของช่องระบายอากาศที่มากกว่ารุ่น EcoBoost ที่จะมีช่องระบายอากาศที่กว้างกว่า ต่อมาที่สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ซึ่งจะติดตัวมากับรุ่น GT แต่ในรุ่น EcoBoostจะไม่มีสปอยเลอร์หลังมาให้ ขณะที่ท่อไอเสียในรุ่น GT จะจัดเต็มมาแบบ 4 ท่อซึ่งช่วยเสริมความหล่อให้ดูเท่ห์ และดุดัน สมศักดิ์ศรีกับพละกำลังที่ให้ความแรงมากกว่าส่วนรุ่น EcoBoostจะมากับท่อไอเสีย 2 ท่อ ที่แบ่งออกเป็นข้างละหนึ่งท่อ รวมไปถึงระบบก็จะแตกต่างกัน โดยในรุ่น GT จะเป็นชุดเบรกจากBrembo มองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งนอกจากจะให้ความสวยงามแล้วก็ยังให้ประสิทธิภาพในการเบรกมากขึ้น 

รุ่น EcoBoost  Coupe Performance

มาดูทางด้านล้อและยางกันบ้าง  ฟอร์ด มัสแตง 2018 ในรุ่น GT  โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยสีดำลาย 10 ก้านคู่ล้ออัลลอยคู่หน้าขนาด 19 x 9 นิ้ว และคู่หลังใช้ขนาด 19 x 9.5 นิ้วหุ้มด้วยยาง Michelin Pilot Sport 4S ขนาด 255/40 R19 คู่หน้า และ 275/40 R19 สำหรับคู่หลัง ขณะที่ รุ่น EcoBoostมาพร้อมล้ออัลลอยสีดำลาย 7 ก้านคู่ ขนาด 19 x 9 นิ้ว หุ้มด้วยยาง Pirelli P-Zero ขนาด 255/40 เหมือนกันทั้ง 4 ล้อ

 

รุ่น 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack 

ภายในห้องโดยสาร

มาถึงในส่วนของภายในห้องโดยสาร ทั้ง 2 รุ่น ต้องบอกว่าไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ มีความหรูหราสะดวกสบายกว่าเดิม และมีจุดที่ซ่อนความเป็นมัสแตงเล็กๆและเป็นความใส่ใจในรายละเอียด ก็คือ เมื่อปลดล็อคประตู ปุ่มสตาร์ทรถจะกระพริบไฟสีแดงทันทีจนกว่าจะสตาร์ทรถ โดยจะกระพริบด้วยความเร็ว 30 ครั้งต่อนาที เท่ากับอัตราการเต้นของหัวใจของม้าป่ามัสแตงขณะพักนั่นเอง   แผงหน้าปัด LCD ขนาด 12 นิ้ว แสดงข้อมูลที่เหมาะสมกับโหมดขับขี่แต่ละโหมดมาพร้อมระบบสื่อสารและความบันเทิงภายใน SYNC 3 สั่งงานด้วยเสียงและการสัมผัสบนหน้าจอทัชสกรีนกลางขนาด 8 นิ้ว รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto

 

ภายในห้องโดยสาร

ขุมพลังขับเคลื่อน

มาถึงความต่างด้านขุมพลังขับเคลื่อน จาก ฟอร์ด มัสแตง ใน เจนเนอเรชั่นที่ 6 ที่มีเครื่องยนต์ถึง 3 ทางเลือก คือ 2.3 ลิตร EcoBoost 4 สูบ, 3.7 ลิตร V6 และ 5.0 ลิตร V8  เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ใน ม้าป่าคะนอง ปี 2018 นี้ ฟอร์ดได้ยกเลิกรุ่นเครื่องยนต์ 3.7 ลิตร V6 เหลือเพียงขุมพลัง 2 ทางเลือก และเปลี่ยนมาใช้เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดแทน

เครื่องยนต์  EcoBoost 4 สูบ

ชื่อรุ่นก็บ่งบอกอยู่แล้วว่า ฟอร์ด มัสแตง 2018 ทั้ง 2 ทางเลือกนั้น ต่างกันด้วยขุมพลังขับเคลื่อน มาดูที่รุ่นใหญ่อย่าง GT กับเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ให้รอบเครื่องในส่วนของRed Line สูงกว่าที่เคยมีมา ด้วยระบบหัวฉีดสองระบบ (Dual-Fuel) ที่ผสานระบบไดเร็คอินเจคชั่นแรงดันสูง (High-Pressure Direct Injection) และระบบฉีดเชื้อเพลิงที่ท่อแบบแรงดันต่ำ (Low-Pressure Port Fuel Injection) ให้พละกำลังสูงสุดถึง  460 แรงม้า และแรงบิด  556 นิวตันเมตร  ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดประหยัดน้ำมันได้สูงถึง7.8 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 297 กรัม/กิโลเมตร

เครื่องยนต์  5.0 ลิตร V8

ในขณะที่รุ่นเล็ก มากับเครื่องยนต์EcoBoost ขนาด 2.3 ลิตร ทำงานผสานกับเกียร์ อัตโนมัติ 10 สปีด เช่นกัน ให้พลัง 300 แรงม้า และแรงบิด 440 นิวตันเมตร ประหยัดน้ำมันได้ 10.8 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 217 กรัม/กิโลเมตร มาพร้อมฟังก์ชั่นOverboostยังช่วยเพิ่มแรงดันอากาศจากเทอร์โบ ทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้รวดเร็วดั่งใจ  โดยเครื่องยนต์ของทั้งสองรุ่น ให้พละพลัง ต่างกัน ถึง 160 แรงม้า เลยทีเดียว

นอกจากนี้ทั้ง 2 รุ่นยังมาพร้อม ระบบ Electronic Line Lock ที่ช่วยให้เบิร์นยางคู่หลังได้อย่างง่ายดาย และพร้อมกับการแข่งทางตรง (drag strip) โช้คอัพที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ช่วยให้เข้าโค้งได้ดี ในขณะที่ช่วงล่างได้รับการออกแบบให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยข้อต่อแบบ Cross-Axis ลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นในการเข้าโค้งที่สามารถนำไปสู่การบิดของตัวถังได้ เหล็กกันโคลงที่หนาขึ้นยังช่วยลดอาการโคลง (body-roll) พร้อมโหมดการขับขี่ใหม่ 2 โหมด นอกจากโหมดปกติ (Normal) โหมดสปอร์ต (Sport) โหมดแทร็ค (Track) และโหมดหิมะ/พื้นเปียก (Snow/Wet) ได้แก่ โหมดแข่งทางตรง (Drag Strip) และโหมด My Mode  จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยยิ่งไปกว่านั้น ทั้ง 2 รุ่น ยังมาพร้อมชุดแต่ง Performance Pack ที่ให้เฟืองท้ายแบบ Limited-Slip ขับขี่ในโค้งได้สนุกสนานขึ้น พร้อมฟีเจอร์เสริมอีกมากมาย

แต่โหมดพิเศษที่เพิ่มมาในรุ่น GT ก็คือ โหมดความเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้านในชุมชนด้วยชุดท่อไอเสีย New Active Valve Performance Exhaust ที่ผู้ขับขี่สามารถปรับความดังเสียงของท่อไอเสียได้ตามความต้องการเมื่อปรับมาที่ Quiet Mode สามารถ ตั้งค่าให้ท่อไอเสียเงียบได้ หมดปัญหากับเพื่อนบ้านในกรณีที่คุณสตาร์ทรถในตอนเช้าๆกับเสียงคำรามของเครื่องยนต์  V8 ขนาด 5.0 ลิตร ผ่านท่อไอเสียที่จัดหนักถึง 4 ท่อด้วยกัน

New Active Valve Performance Exhaust 

ฟอร์ด มัสแตง 2018 มีให้เลือกทั้ง 4 สี คือ สีส้ม Orange Fury Metallic Tri-Coatสีดำ Shadow Black Metallic สีแดง Race Redและ สีเทา Magnetic Metallicซึ่งหลักเลยๆ ฟอร์ด มัสแตง 2018 ทั้ง 2 รุ่น ต่างกันที่รูปลักษณ์ ที่อาจจะดูหล่อ เท่ห์กว่ากันเล็กน้อย บวกกับ พละพลังกำลังความแรงของเครื่องยนต์ทั้ง  2 ทางเลือก แม้ราคาจะต่างกันมาก แต่ก็อยู่ที่ใครพอใจจะเลือกเป็นเจ้าของรุ่นไหนที่เหมาะสมกับตนเอง ทั้งทางด้านรูปลักษณ์และสมรรถนะ ซึ่ง เจ้าม้าป่าคะนอง ตัวใหม่นี้ ทาง ฟอร์ด ประเทศไทย ก็เปิดให้จองกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้เปิดรับจองทั่วประเทศนะครับ เฉพาะผู้จำหน่ายฟอร์ด มัสแตง อย่างเป็นทางการ 19 แห่ง ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัดเท่านั้นครับ