by Carzanova Team Kook
Hits: 6054

7 ถนนติดนรกแตก!! เลี่ยงได้ก็เลี่ยง…

สิ่งที่คนกรุงต้องพบเจอกันอยู่ทุกวัน คงหนีไมพ้นปัญหารถติด หนักบ้างเบาบ้างแล้วแต่ช่วงเวลา ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงฤดูฝน ยิ่งทำให้การจราจรติดขัดหนักกว่าปกติ โดยเฉพาะตอนฝนตก ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน นอกจากฝนตกรถติดแล้ว ตอนนี้ก็มีการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าหลายโครงการ ถนนในกรุงเทพบางช่วง ก็ยิ่งติดหนักขึ้นไปอีกเท่าตัว และจุดที่ติดนรกแตกส่วนใหญ่ก็เป็นเส้นทางที่ก่อสร้างรถไฟฟ้านั่นเอง เรามาดูกันว่าจะมีเส้นทางไหนบ้าง เพื่อจะได้วางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้ ทางไหนที่เลี่ยงได้ก็เลี่ยงนะครับ

1. ถนนลาดพร้าว
ไม่หลุดโผแน่นอนสำหรับถนนลาดพร้าว ซึ่งตอนนี้กำลังก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ช่วงลาดพร้าว-สำโรง) และต้องปิดช่องทางจราจร 1-2 ช่องทางและยกเลิกช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) ในบางช่วงเพื่อก่อสร้าง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ผ่านมา และจะปิดต่อเนื่องยาวนานถึง 3 ปี ช่วงเวลาวิกฤตของก็ คือ ช่วงสายๆ ของวันทำงาน และ ช่วงเย็น อย่างไรก็ตามก็ยังมีเส้นทางเลี่ยงเพื่อหลบหลีกรถติดบริเวณถนนลาดพร้าวให้พอได้บรรเทา

                 

โดยช่วงขาออกแนะนำให้ใช้ซอยลัดด้านใน ที่สามารถออกไปสู่ถนนรัชดาภิเษก และถนนประดิษฐ์มนูธรรม ได้แก่ ซอยลาดพร้าว 35, ซอยลาดพร้าว 41 (แยกภาวนา), ถนนโชคชัย 4 ซึ่งไปออก ซอยรัชดา 30, 32 (อาภาภิรมย์) และ 36 (ซอยเสือใหญ่อุทิศ) ได้ช่วงขาเข้า วิ่งลัดซอยลาดพร้าว 64 และซอยลาดพร้าว 80 ไปทะลุออก ถนนรัชดาภิเษกได้และช่วงลาดพร้าวซอย18 ออกบริเวณแยกรัชดา-สุทธิสาร รวมไปถึงทางลัดเข้าซอยรัชดา 30, 32 (อาภาภิรมย์) ไป ออก ถนนโชคชัย 4

2. ถนนรามคำแหง
สำหรับถนนรามคำแหง กับการก่อสร้างรถไฟฟ้าโครงการสายสีส้ม (ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี ในตอนที่ยังไม่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าก็ติดมากอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ติดสุดโดยเฉพาะช่วงเย็น และต้องผจญกับการจราจรที่หนาแน่นแบบไปอีก 3 ปี โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2564 หลายหน่วยงานก็เร่งแก้ปัญหานี้ โดยแนะนำทางเลี่ยงให้กับผู้ที่ต้องสัญจรไปมา

                

ได้แก่ ซอยรามคำแหง 39 หรือวัดเทพลีลา เชื่อมต่อถนนประดิษฐ์มนูธรรม และซอยลาดพร้าว 94, ซอยรามคำแหง 43/1 และรามคำแหง 53 เชื่อมต่อซอยลาดพร้าว 112, ซอยมหาดไทยหรือ รามคำแหง 65 เชื่อมต่อ ซอย ลาดพร้าว 122, ซอยรามคำแหง 81 เชื่อมต่อ ซอยลาดพร้าว 130, แยกลำสาลี เชื่อมต่อ แยกบางกะปิ, ถนนพระราม 9 ซอยถาวรธวัช (ระหว่างซอยพระราม 9 39 - 41) เชื่อมกับซอยรามคำแหง 24 และถนนหัวหมาก ออกแยกกรุงเทพกรีฑา ถนนศรีนครินทร์, แยกตัด ถนนศรีนครินทร์ และมอเตอร์เวย์ เชื่อมต่อ ถนนศรีนครินทร์, ถนนหัวหมาก หรือ ถนนหลัง ม.รามฯ ต้นทางซอยรามคำแหง 24 เชื่อมต่อ แยกกรุงเทพกรีฑา ถนนศรีนครินทร์ ต่อเนื่องขึ้นลงทางด่วนศรีนครินทร์ได้, ถนนพัฒนาการ ซอยถาวรธวัช มีอุโมงค์ลอด ถนนพระราม 9 เพื่อเชื่อมต่อไปออก ซอยรามคำแหง 24 หรือวิ่งไปถนนหัวหมากได้ และแยกพัฒนาการ เชื่อมต่อ ถนนศรีนครินทร์

สำหรับการแก้ไขปัญหารถติดถนนรามคำแหง ล่าสุดที่ประชุมติดตามผลการบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ครั้งที่ 5/2561 มีมติเลือกศูนย์การค้าพาซิโอทาวน์ รามคำแหง ซึ่งรองรับรถได้จำนวน 900 คัน และ ร้านค้าไทวัสดุ รองรับได้ 220 คัน ทำเป็นจุดจอดแล้วจร หรือ Park & Ride โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. จะจัดรถชัทเทิลบัสให้บริการรับส่งประชาชนเพื่อเดินทางต่อไปยังกรุงเทพชั้นใน หรือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์เส้นต่างๆ และมีแนวทางในการให้ ขสมก.ลดจำนวนรถเมล์ประจำทางเพื่อลดปัญหาการจราจรเช่นกัน เนื่องจากรถเมล์มีขนาดใหญ่และเก่าเมื่อเกิดปัญหารถติดรถเสียจะใช้พื้นที่เป็นจำนวนมาก แต่หากมีการลดจำนวนรถเมล์ลงไป ก็ต้องหามาตรการเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนเช่นกัน แต่ทิศทางจะเป็นเช่นคงต้องติดตามกันต่อไป

3. ถนนรามอินทรา
สำหรับถนนรามอินทรา ก็ได้รับผลกระทบจากการสร้างรถไฟฟ้าเช่นกัน กับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ซึ่งส่งผลให้ต้องปิดเบี่ยงจราจรทางขวา (ชิดเกาะกลาง) บนถนนรามอินทรา ฝั่งขาเข้า ตั้งแต่รามอินทรา 69 - บริเวณร้านแสงทวีการไฟฟ้า ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้การจราจรหนาแน่นไม่แพ้เส้นอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างรถไฟฟ้าเลยทีเดียว เช้าก็ติด เย็นก็ติด ไม่เว้นแม้ช่วงระหว่างวัน

หากต้องผ่านเส้นถนนรามอินทราเช่นเคยครับ ศึกษาเส้นทางเลี่ยงไว้ดีกว่า โดยสามารถเลี้ยวเข้าซอยมัยลาภเพื่อออกสู่ถนนเกษตร-นวมินทร์ หรือเข้าซอยรามอินทรา 39 เพื่อออกสู่ถนนวัชรพลและถนนสุขาภิบาล 5 ได้ นอกจากนี้ยังสามารถเลี้ยวเข้าถนนปัญญาอินทรา หรือถนนพระยาสุเรนทร์ เพื่อมุ่งหน้าสู่ถนนหทัยราษฎร์

จากถนนรามอินทรา เข้าสู่ถนนลาดปลาเค้า ไปออกถนนเกษตร – นวมินทร์ มุ่งหน้าแยกเกษตรก็ไปออกถนนพหลโยธินได้ หรือจาก ถนนรามอินทรา เข้าซอยรามอินทรา 62 (คู้บอน) เข้าสู่ ถนนรัชดา – รามอินทรา ออกสู่นวมินทร์ และจากถนนสีหบุรานุกิจ เข้าถนนเสรีไทย ผ่านจุดตัดสวนสยาม ออกสู่ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหาคร (ฝั่งตะวันออก)

4. ถนนติวานนท์
การจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก บนถนนติวานนท์ ก็สืบเนื่องมาจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี เช่นกัน ซึ่งต้องปิดช่องทางการจรางจรหลายช่วง ล่าสุด ตั้งแต่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ปิดเบี่ยงจราจรบนถนนติวานนท์ ฝั่งขาเข้าและขาออกบริเวณซอยติวานนท์ – ปากเกร็ด 4 ถึง ซอยติวานนท์ – ปากเกร็ด 6 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ในระยะที่ 2 เมื่อมีจำนวนช่องทางการจราจรลดลง ก็ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด เจ้าพนักงานจราจรทางบกจังหวัดนนทบุรี จึงได้ออกข้อบังคับ ห้ามจอดรถทุกชนิดบน ถนนติวานนท์ ถนนรัตนาธิเบศร์ และถนนแจ้งวัฒนะ

                

สำหรับถนนติวานนท์ ห้ามจอดรถทุกชนิด ตลอดเวลา ทั้งด้านขาเข้าและขาออก ตั้งแต่สี่แยกแคราย จนถึงห้าแยกปากเกร็ด ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจรไม่ให้ติดหนักมากไปกว่าเดิม และผู้ที่ต้องใช้ถนนติวานนท์ สามารถเลี่ยงเข้าสู่ถนนสามัคคี เพื่อไปยังถนนประชาชื่นหรือถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ดได้

5. ถนนแจ้งวัฒนะ
ขึ้นชื่อเรื่องรถติดแบบที่ไม่พูดถึงไม่ได้เช่นกันสำหรับถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากวนเวียนหลักสี่ไปจนถึงห้าแยกปากเกร็ด จุดที่ติดหนักๆ บริเวณจุดกลับรถหน้าไปรษณีย์ไทย ที่มีรถรอยูเทิร์น บริเวณหน้าศูนย์ราชการซึ่งวิกฤตหนักในช่วงเช้าและช่วงเย็น เนื่องจากมีรถเข้า-ออกพร้อมกันประมาณ 20,000 คันต่อวัน ซึ่งการระบายรถออกจากศูนย์ราชการ และให้กลับรถได้ทันที ทำให้รถทางตรงที่วิ่งมาจากสะพานหลักสี่และถนนวิภาวดี และมาติดกองรวมกัน และเคลื่อนตัวได้ช้า นอกจากนี้ช่วงเร่งด่วนตอนเย็นตรงทางแยกใต้สะพานที่เลี้ยวขวาเข้าเมืองทองธานี รถทางตรงจากหลักสี่ หรือที่ลงทางด่วนมาแล้ววิ่งข้างล่าง และรถที่รอยูเทิร์น บีบเข้ามารวมกันจนติดยาวเลยทีเดียว

             

การแก้ปัญหารถติดบนถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้าศูนย์ราชการ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีจะมีการศึกษามาตรการเหลื่อมเวลาเข้าเวลาเข้างานและเลิกงาน โดยใช้หลักความจำเป็นของแต่ละหน่วย พิจารณาจากลักษณะงาน ไม่ต้องเข้างานพร้อมกัน ที่ผ่านมาก็มีการปรับแผนจราจรใหม่เพื่อแก้ปัญหารถติด และจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยโบกรถในจุดวิกฤตช่วงเวลาเร่งด่วนแต่ก็ยังช่วยไม่ได้มากนัก นี่ยังไม่นับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อกันในส่วนของ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนรามอินทรา ซึ่งเป้นอีกสาเหตุที่ทำให้รถระบายได้ช้า ก็ต้องมารอดูกันว่าหากมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านแล้วจะช่วยบรรเทาปัญหารถติดบนถนนแจ้งวัฒนะได้มากน้อยขนาดไหน

6. ถนนพหลโยธิน
ติดแล้วติดอีก ก็ต้องยกให้ ถนนพหลโยธิน ไปเลยคับ นอกจากกำลังดำเนินงานก่อสร้างอุโมงค์ข้ามแยกรัชโยธิน ยังควบคู่ไปกับการก่อโครงการถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ติดหนักตั้งแต่ช่วง ห้าแยกลาดพร้าวยาวมาถึงแยกเกษตร และที่ติดหนักๆ อีกช่วงคือ ช่วงสะพานใหม่ถึงแยก คปอ.ดอนเมือง

                        

อย่างไรก็ตามการดำเนินงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ก็รุดหน้าไปกว่า 70% แล้ว และคืนพื้นผิวจราจรแล้ว 9.9 กิโลเมตร และจะเปิดใช้อุโมงค์ลอดใต้แยกรัชโยธิน วันที่ 31 ตุลาคมนี้ ส่วนสะพานข้ามแยกแนวถนนพหลโยธินรอแล้วเสร็จช่วงสิ้นปี นอกจากนี้ยังได้มีการสั่งห้ามรถ 6 ล้อใช้ถนนพหลโยธินในบริเวณที่มีการก่อสร้างในช่วงเวลาเร่งด่วน ก็คงจะช่วยผ่อนคลายการจราจรที่ติดขัดของถนนพหลโยธินลงได้บ้างครับ

7. ถนนสาทร
ถนนสาทร แหล่งรวมย่านออฟฟิต แม้จะมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน แต่การจราจรด้านล่างก็ยังคงหนาแน่นตลอดเวลา ยิ่งช่วงเลิกงานด้วยแล้วก็ติดต่อเนื่องกันไปเลยยาวๆ โดยเฉพาะการจราจรในถนนสาทรใต้ช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น หากใครมีกิจธุระจำเป็นในแถวสาทร แนะนำให้ใช้รถไฟฟ้าเลยครับ สะดวกรวดเร็วกว่าเยอะ แต่ใช่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนิ่งนอนใจ ก็ยังคงหาแนวทางในการแก้ไขปัญหากันการจราจรติดขัดบนถนนสาทรกันอยู่ตลอด ทั้งการปรับเส้นทางจราจร ปรับสัญญาณไฟจราจรใหม่ในช่วงเย็น ซึ่งปัญหานี้ศึกษากายภาพถนนและตรวจสอบสภาพการจราจรในเวลาเร่งด่วนอย่างรอบคอบ หาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม เพราะถนนสาทรต่อเนื่องกับถนนพระราม4 ถนนสีลม ถนนสุรศักดิ์ และถนนเจริญราษฏร์ ที่สภาพการจราจรก็หนาแน่นเช่นกัน

 

หากจะถามว่าถนนเส้นไหนในกรุงเทพที่รถติดสุดๆ? ก็คงตอบยากพอๆ กับถนนเส้นไหนในกรุงเทพที่รถติดน้อยที่สุด? เพราะเทรนด์รถติดของกรุงเทพมหานครมุ่งสู่อันดับต้นๆ ของโลกไปแล้ว แต่ที่ทำให้ติดหนักเข้าไปอีกก็คือโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่กินพื้นที่ช่องทางจราจร และบางเส้นทางจะติดแบบนี้ไปอีกราวๆ 3 ปี จนกว่าโครงการฯ จะแล้วเสร็จ ก็ได้แต่หวังว่าเมื่อรถไฟฟ้าทุกสายเปิดให้บริการ การจราจรก็คล่องตัวขึ้น แต่เมื่อคิดถึงปริมาณรถบนท้องถนนที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี ตำรวจจราจรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องเหนื่อยที่จะหาแนวทางแก้ไขการระบายรถต่อไป ส่วนผู้ใช้รถใช้ถนนในกรุงเทพมหานครอย่างเราๆ ท่านๆ ก็บอกได้คำเดียวว่า “ชิน” แล้วครับ ทางออกที่ดีคือ ก่อนเดินทางวางแผนเวลาและเส้นทางให้ดี เป็นอันใช้ได้ครับ.