by Carzanova Team Nat
Hits: 170

TAJA จัดเสวนา “ตลาดรถขาขึ้น...? ซื้อให้ได้ ขายให้ดี”ประเมินใหม่ตลาดรถปีนี้ทะลุล้าน

ค่ายรถมั่นใจตลาดรถปีนี้แตะหลักล้านคัน ระบุปัจจัยเอื้อ ทั้งจีดีพี ลงทุนภาครัฐ เอกชน ส่งออก ท่องเที่ยวขยายตัว ชี้เก๋งเล็ก อีโค คาร์ เอสยูวี ตัวขับเคลื่อนหลักด้านส่งออกเผยราคาน้ำมันเพิ่ม ดันตลาดตะวันออกกลางส่งสัญญาณฟื้นตัว

 

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย จัดเสวนาหัวข้อ “ตลาดรถขาขึ้น...? ซื้อให้ได้ ขายให้ดี” โดยมีนักการตลาดจากบริษัทรถยนต์และนักวิชาการมาร่วมแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ ตลาดรถยนต์ กำลังซื้อผู้บริโภค

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้ามองว่าตลาดรถยนต์ไทยมีขนาดเฉลี่ยประมาณ 1 ล้านคัน/ปี แต่จะมากกว่าหรือน้อยกว่าขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบ เช่นปีนี้เห็นว่าภาพรวมต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ส่งผลให้ตลาดมีทิศทางที่สดใส และมีความเป็นไปได้ที่ยอดขายโดยรวมจะสูงกว่า 1 ล้านคัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับบริษัทรถยนต์ 

 

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย)

ตลาดหลักรถยนต์ไทยยังคงเป็นรถปิกอัพ แต่ตลาดที่โดดเด่นและเป็นตัวขับเคลื่อนในช่วงนี้ คือ กลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ประกอบไปด้วย อีโค คาร์ และบี คาร์ ซึ่งมีอัตราการเติบโตที่สูง “รถเอสยูวี และพีพีวีก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ขยายตัวอย่างโดดเด่น แต่เป็นตลาดสำหรับกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น ส่วนอีโค คาร์ และบีคาร์เป็นกลุ่มที่ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย” 

ด้านนายยอดชาย ซื่อวัฒนากุล ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักสื่อสารการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อีโค คาร์ เพิ่มบทบาทความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ มียอดขายที่สูงกว่าไตรมาสแรก 56% ส่วนรถกลุ่มพีพีวีก็ขยายตัวเช่นกัน ประมาณ 5% ทั้งนี้ หากมองในภาพรวม พบว่าตลาดรถยนต์มีทิศทางการเติบโตที่ดี โดยได้แรงหนุนจากปัจจัยบวกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น การลงทุนจากทั้งภาครัฐและเอกชนเพิ่มขึ้น การส่งออกที่เติบโตต่อเนื่อง 12.3% รวมถึงการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องซึ่งขยายตัวอย่างชัดเจน ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโต และจีดีพีเพิ่มขึ้น 4.8% ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ประเมินว่าทั้่งปี จีดีพี จะเติบโต 4.2-4.7% ซึ่งจะเป็นผลดีต่อตลาดรถยนต์เช่นกัน

 

นายยอดชาย ซื่อวัฒนากุล ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักสื่อสารการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) 

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งปีแรกยอดขายรถยนต์มีทั้งสิ้น 4.89 แสนคัน เพิ่มขึ้น 19.3% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว แต่มั่นใจว่าช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งปกติจะมียอดขายที่สูงกว่าครึ่งปีแรก โดยประเมินว่าจะสูงกว่า 5 แสนคัน ดังนั้นทำให้ภาพรวมตลาดทั้งปี 2561 มีความเป็นไปได้สูงที่จะแตะระดับ 1 ล้านคัน 

สำหรับตลาดรถยนต์ปี 2560 มียอดขายทั้งสิ้น 8.67 แสนคัน ส่วนปีนี้ช่วงต้นปีประเมินว่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว แต่การที่ยอดขายเติบโตต่อเนื่องทุกเดือน ทำให้ผู้ประกอบการปรับเป้าหมายขึ้นเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็น 9 แสนคัน 9.3-9.5 แสนคัน และก่อนหน้าที่ประกาศอย่างเป็นทางการคือ 9.8 แสนคัน ก่อนที่จะมีการพูดถึงตัวเลขระดับ 1 ล้านคันในช่วงนี้ 

นายกฤษฎาอุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า ในส่วนของตลาดพรีีเมียมซึ่งที่ผ่านมาแตกต่างจากตลาดทั่วไป เพราะนับตั้งแต่ปี 2550 ที่ตลาดรถยนต์ไทยผันผวน แต่รถพรีเมียมมีทิศทางที่เติบโตมาโดยตลอด สะดุดเล็กน้อยแค่ 2 ปี ส่วนปีนี้ก็เชื่อว่าจะเติบจากปีที่แล้วที่มียอดขาย 2.6 หมื่นคัน

 

นายกฤษฎาอุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

“ตลาดพรีเมียม ยังคงเติบโตต่อไป ซึ่งปัจจัยหลักๆ ที่จะหนุนตลาดนี้มี 2 เรื่อง คือ มีสินค้าที่ตรงใจ กับการที่ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในการใช้จ่าย”

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยช่วง ม.ค.-ก.ค.ทำได้ 5.71 แสนคัน เพิ่มขึ้น 20% ทำให้กลุ่มฯ ตัดสินใจปรับเพิ่มเป้าหมายการผลิตปีนี้จาก 2 ล้านคัน เป็น 2.08 ล้านคัน แต่ในส่วนของการส่งออกยังคงเป้าหมายเดิมคือ 1 ล้านคัน 

 

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์

อย่างไรก็ตาม การส่งออกมีสัญญาณที่ดี จากการที่ตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งในอดีตเคยเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไทย โดยเคยมีมีสัดส่วน 26% ก่อนที่จะหดตัวลงในช่วงเกิดวิกฤติราคาน้ำมันทำให้ลดลงเหลือ 8% แต่เมื่อราคาน้ำมันขยับตัวดีขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้วทำให้ล่าสุดสัดส่วนตะวันออกกลางเพิ่มเป็น 10% ส่วนตลาดใหญ่ที่สุดขณะนี้คือ ออสเตรเลีย อยู่ที่ 32%

ด้านผศ.ดร.ชยุต ภวภานันท์กุล นักวัตกรรมการตลาดและอาจารย์ประจำหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวถึงกลยุทธ์การขายรถยนต์ในภาวะตลาดรถขาขึ้นให้ได้ผลทั้งในระยะสั้น และระยะยาวว่า ปัจจัยหลักอยู่ที่การให้บริการของบริษัทไฟแนนซ์ต้องลดเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อที่เข้มข้นลงมา เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ง่ายขึ้น เพราะผู้บริโภคในเมืองไทยที่ซื้อรถกว่า 70-80% นอกจากนี้การให้บริการหลังการขายของไฟแนนซ์ต้องมีความยืดหยุ่นให้กับลูกค้าบ้างในกรกรณีที่ลูกค้าชำระค่างวดไม่ตรงเวลา สำคัญที่สุดการทวงถามหนี้กรณีลูกค้าชำระไม่ตรงเวลาต้องกระทำหรือดำเนินการด้วยความสุภาพ

 

ผศ.ดร.ชยุต ภวภานันท์กุล นักวัตกรรมการตลาด

ส่วนอีกกลไกสำคัญที่จะทำให้การขายรถประสบความสำเร็จ คือ เซลส์ หรือในอุตสาหกรรมยานยนต์นิยมเรียกว่า “ที่ปรึกษาการขาย/เจ้าหน้าที่แนะนำผลิตภัณฑ์”ที่มาจากดีลเลอร์ต้องมีจิตวิญญาณนักขาย ให้บริการลูกค้าที่เข้ามาในโชว์ด้วยความจริงใจยิ้มแย้มให้ความเสมอภาคกันกับให้ลูกทุกคน นอกจากยังนี้ต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่จะให้บริการลูกค้าตามความเป็นจริง อาทิ โปรโมชั่น ลดแลกแจกแถมต่างๆ รวมถึงมีการติดตามโทรศัพท์ไปสอบถามความพึงพอใจผลิตภัณฑ์และการให้บริการหลังการขาย และจัดเตรียมห้องรับรองลูกค้าที่นำรถเข้ามาใช้บริการตรวจเช็คระยะให้สามารถมองเห็นการทำงานของช่างที่ให้บริการรถของเขา มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายในห้องรับรองระดับพรีเมี่ยม ซึ่งจะเป็นช่องทางเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าดีอย่างดี

ขณะที่นายองอาจ จรุงศรี บรรณาธิการอาวุโส ยานยนต์กรุ๊ป และบรรณาธิการนิตยสารนักเลงรถกระบะ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ที่คร่ำหวอดอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์กล่าวว่า กลยุทธ์การเลือกซื้อรถให้ถูกใจผู้ซื้อต้องเตรียมความพร้อมทั้งเงินงบประมาณที่เหมาะสม และศึกษาข้อมูลรถที่อยู่ในความสนใจให้มากที่สุดจากสื่อต่างๆ หรือเข้าไปขอข้อมูลจากตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้าน เพราะปัจจุบันมีผู้ผลิตรถยนต์ได้ผลิตรถยนต์ออกสู่ตลาดหลากหลายรุ่นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค อาทิ รถยนต์นั่ง, รถอเนกประสงค์ SUV, รถอเนกประสงค์ PPV, รถอเนกประสงค์ MPV, รถเพื่อการพาณิชย์ (ปิกอัพ/รถบรรทุก) หลังจากนั้นมาดูรถจริงที่โชว์รูม และทดลองขับเพื่อเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจครั้งสุดท้ายอีกด้วย

 

นายองอาจ จรุงศรี บรรณาธิการอาวุโส ยานยนต์กรุ๊ป