by Carzanova Team Mai
Hits: 801

Mini เปิดตัวน้องใหม่ 3 รุ่น ในตระกูล Cooper S Countryman

 

ล่าสุดทาง มินิ ประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัว Mini Cooper S Countryman รุ่นย่อยใหม่ถึง 3 รุ่น ด้วยกัน เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ซึ่งได้แก่รุ่น Mini Cooper S Countryman Entry, รุ่น Mini Cooper S Countryman และ รุ่น Mini Cooper S Countryman Hightrim และในการปรากฏตัวครั้งนี้ ทาง Mini ได้ใส่เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง MINI Connected ที่เป็นอุปกรณ์พื้นฐานในรุ่นย่อยทั้ง 3 รุ่น มาด้วยเป็นครั้งแรก รวมทั้งยังได้ทำการปรับราคาให้เร้าใจขึ้นกว่าเดิม เพื่อที่ลูกค้าจะสามารถเข้าถึงบริการได้ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น ไม่พูดพร่ำทำเพลงกันมาก เรามาเริ่มที่คันแรกกันเลยดีกว่าครับ


Mini Cooper S Countryman Entry และ Mini Cooper S Countryman

สำหรับดีไซน์ภายนอกของ Mini Cooper S Countryman Entry และ Mini Cooper S Countryman ยังคงความโฉบเฉี่ยว และความอเนกประสงค์อันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Countryman ทั้งภายในและภายนอก รูปโฉมสะดุดตาด้วยเส้นสายการตกแต่งบริเวณกระโปรงหน้า ฝาครอบกระจกข้าง และหลังคาในสีดำ ไฟหน้า LED daytime driving light ให้แสงสว่างที่นวลตาอย่างทั่วถึงทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน พร้อม LED Fog light ตัดหมอกทั้งไฟหน้าและไฟท้าย ก่อนจะเสริมความเอ็กซ์คลูซีฟด้วย MINI Excitement Package ที่มาพร้อมกับระบบไฟเพื่อฉายโลโก้มินิลงบนพื้นบริเวณฝั่งคนขับเมื่อเปิดประตูรถ  และยังคงพกพาความสปอร์ตมาอย่างเต็มเปี่ยมด้วยล้ออัลลอย Pair Spoke สีเงิน ขนาด 18 นิ้ว ที่มาพร้อมยาง Runflat





ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับพวงมาลัยหนังแท้สปอร์ตแบบมัลติฟังก์ชั่นระบบ Servotronic เบาะนั่งหนังแท้สีดำ Leather Cross Punch Carbon Black สไตล์สปอร์ต เข้ากันกับการตกแต่งภายในสี Hazy Grey สำหรับระบบช่วยผู้ขับขี่ มอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยด้วยระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชั่นช่วยลดความเร็ว ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC) ระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอด (PDC) ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) โดยในรุ่น Mini Cooper S Countryman จะมาพร้อมกับระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ (Parking Assistant) ด้วย



สำหรับในรุ่น Mini Cooper S Countryman Entry มีระบบสื่อสาร และความบันเทิงที่มาพร้อมเทคโนโลยี MINI Connected ที่เป็นไฮไลท์สำคัญในโพรไฟล์ใหม่ของตระกูล Mini Cooper S Countryman ในแพ็คเกจ “Connected Media” ที่จะมอบความสะดวกสบาย และการเชื่อมต่อสื่อสารแก่ผู้ขับขี่ โดยมาพร้อมอุปกรณ์ และการให้บริการดังนี้

• หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว ระบบสัมผัส
• บริการ Remote Services: เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของรถยนต์จากแอพพลิเคชั่น MINI Connected บนโทรศัพท์ เช่น ระยะทางที่ขับไปแล้ว สถานะของหน้าต่างและประตู ซึ่งบริการนี้ยังสามารถควบคุมระบบปรับอากาศ ระบบแตร และระบบไฟจากระยะไกลได้
• บริการ Teleservices: บริการที่ช่วยจัดการนัดหมายอัตโนมัติผ่านการแชร์ข้อมูลของรถยนต์กับศูนย์บริการมินิที่คุณต้องการ หรือผู้ขับขี่สามารถทำการติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของมินิด้วยตนเองผ่าน Teleservice Call
• บริการ Intelligent Emergency Call: ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ติดต่อกับศูนย์บริการฉุกเฉินของมินิ
ทางโทรศัพท์เพียงแค่กดปุ่ม SOS หรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ระบบเซ็นเซอร์การชนจะส่งสัญญาณแจ้งตำแหน่งพิกัดรถโดยอัตโนมัติไปยังศูนย์บริการ เพื่อการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
• Connected Drive Services: ติดตามข้อมูลข่าวสารและข้อมูลสภาพอากาศประจำวันโดยละเอียดจาก RSS feed และยังมีบริการ Online Search ที่สามารถค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ต่าง ๆ และส่งข้อมูลไปยังระบบนำทางในรถโดยอัตโนมัติ

แต่สำหรับรุ่น Mini Cooper S Countryman นั้น จะมาพร้อมแพ็คเกจ “Connected Media Navigation” พร้อมมอบความสะดวกสบาย และการเชื่อมต่อสื่อสารที่มากกว่าในรุ่น Entry โดยจะมาพร้อมอุปกรณ์ และการให้บริการดังต่อไปนี้

• หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว ระบบสัมผัส
• บริการ Remote Services: เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของรถยนต์จากแอพพลิเคชั่น MINI Connected บนโทรศัพท์ เช่น ระยะทางที่ขับไปแล้ว สถานะของหน้าต่างและประตู ซึ่งบริการนี้ยังสามารถควบคุมระบบปรับอากาศ ระบบแตร และระบบไฟจากระยะไกลได้
• บริการ Teleservices: บริการที่ช่วยจัดการนัดหมายอัตโนมัติผ่านการแชร์ข้อมูลของรถยนต์กับศูนย์บริการมินิที่คุณต้องการ หรือผู้ขับขี่สามารถทำการติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของมินิด้วยตนเองผ่าน Teleservice Call
• บริการ Intelligent Emergency Call: ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ติดต่อกับศูนย์บริการฉุกเฉินของมินิ
ทางโทรศัพท์เพียงแค่กดปุ่ม SOS หรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ระบบเซ็นเซอร์การชนจะส่งสัญญาณแจ้งตำแหน่งพิกัดรถโดยอัตโนมัติไปยังศูนย์บริการ เพื่อการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
• Connected Drive Services: ติดตามข้อมูลข่าวสารและข้อมูลสภาพอากาศประจำวันโดยละเอียดจาก RSS feed และยังมีบริการ Online Search ที่สามารถค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ต่าง ๆ และส่งข้อมูลไปยังระบบนำทางในรถโดยอัตโนมัติ
• ระบบนำทางพร้อมข้อมูลการจราจรจาก Real-Time Traffic Information (RTTI) ที่สามารถแสดงข้อมูลสภาพการจราจรแบบนาทีต่อนาที ผ่านทั้งระบบนำทางภายในรถและแอพพลิเคชั่น
MINI Connected
• การอัพเดทแผนที่ผ่านคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ไร้สายอัตโนมัติ เพื่อการใช้งานบนแผนที่ที่ได้รับ
การอัพเดทข้อมูลล่าสุดอย่างมั่นใจ
• Apple CarPlay Preparation: เข้าถึงฟีเจอร์และแอพพลิเคชั่นโปรดใน iPhone จากรถยนต์มินิได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะฟังเพลง รับสายโทรศัพท์ หรือพูดคุยกับ Siri รวมถึงการใช้งานแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ผ่านระบบ MINI Connected



ทั้ง Mini Cooper S Countryman Entry และ Mini Cooper S Countryman ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ MINI TwinPower Turbo ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่และการตอบสนองที่ดีขึ้น ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุดอยู่ที่ 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที ส่งความเร็วสูงสุดที่ 224 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.4 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 15.9 กิโลเมตรต่อลิตร ระดับการปล่อย CO2 เพียง 142 กรัมต่อกิโลเมตร และทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ



Mini Cooper S Countryman Hightrim

ดีไซน์ภายนอก ไฟหน้า LED daytime driving light และไฟ LED Fog light ตัดหมอกทั้งไฟหน้าและไฟท้าย มาพร้อมล้ออัลลอยลาย Edged Spoke ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง Runflat รอบคันตกแต่งด้วย Chrome Line ตัดขอบด้วยเส้นสายโครเมียมสีเงิน สายคาดบนฝากระโปรง หลังคา และฝาครอบกระจกในสีขาวหรือดำ พร้อมราวหลังคา ส่วนกล้องมองหลังติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์พื้นฐาน และยังคงความเอ็กซ์คลูซีฟด้วย MINI Excitement Package ที่ฉายโลโก้มินิบนพื้นบริเวณฝั่งคนขับเช่นเดียวกัน





ภายในห้องโดยสารตกแต่งในสไตล์ MINI Yours Piano Black Illuminated สะดุดตาด้วยสีดำมันวาว พร้อมไฟสีที่แต่งแต้มห้องโดยสารเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศยามค่ำคืน และตัดขอบด้วย Chrome Line เช่นเดียวกับภายนอก ทั้งยังมาพร้อมกับพวงมาลัยหนังแท้สไตล์ MINI Yours แบบสปอร์ตพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น และกระจกมองหลังตัดแสงเพื่อความสบายตา ระบบช่วยผู้ขับขี่ มีครบครันทั้งระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชั่นช่วยลดความเร็ว ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC) ระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง (PDC) และระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) และระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ (Parking Assistant)



สำหรับเทคโนโลยี MINI Connected ในรุ่น Mini Cooper S Countryman Hightrim มาในแพ็คเกจ “Connected Navigation Plus” ที่ยกระดับระบบความบันเทิง และการสื่อสารให้เต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมอุปกรณ์ และการให้บริการ ดังต่อไปนี้

• หน้าจอขนาด 8.8 นิ้ว พร้อมปุ่ม MINI Touch Controller แบบสัมผัส และระบบแผนที่นำทาง
• บริการ Remote Services: เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของรถยนต์จากแอพพลิเคชั่น MINI Connected บนโทรศัพท์ เช่น ระยะทางที่ขับไปแล้ว สถานะของหน้าต่างและประตู ซึ่งบริการนี้ยังสามารถควบคุมระบบปรับอากาศ ระบบแตร และระบบไฟจากระยะไกลได้
• บริการ Teleservices: บริการที่ช่วยจัดการนัดหมายอัตโนมัติผ่านการแชร์ข้อมูลของรถยนต์กับศูนย์บริการมินิที่คุณต้องการ หรือผู้ขับขี่สามารถทำการติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของมินิด้วยตนเองผ่าน Teleservice Call
• บริการ Intelligent Emergency Call: ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ติดต่อกับศูนย์บริการฉุกเฉินของมินิ
ทางโทรศัพท์เพียงแค่กดปุ่ม SOS หรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ระบบเซ็นเซอร์การชนจะส่งสัญญาณแจ้งตำแหน่งพิกัดรถโดยอัตโนมัติไปยังศูนย์บริการ เพื่อการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
• Connected Drive Services: ติดตามข้อมูลข่าวสารและข้อมูลสภาพอากาศประจำวันโดยละเอียดจาก RSS feed และยังมีบริการ Online Search ที่สามารถค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ต่าง ๆ และส่งข้อมูลไปยังระบบนำทางในรถโดยอัตโนมัติ
• ระบบนำทางพร้อมข้อมูลการจราจรจาก Real-Time Traffic Information (RTTI) ที่สามารถแสดงข้อมูลสภาพการจราจรแบบนาทีต่อนาที ผ่านทั้งระบบนำทางภายในรถและแอพพลิเคชั่น
MINI Connected
• การอัพเดทแผนที่ผ่านคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ไร้สายอัตโนมัติ เพื่อการใช้งานบนแผนที่ที่ได้รับ
การอัพเดทข้อมูลล่าสุดอย่างมั่นใจ
• Apple CarPlay Preparation: เข้าถึงฟีเจอร์และแอพพลิเคชั่นโปรดใน iPhone จากรถยนต์มินิได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะฟังเพลง รับสายโทรศัพท์ หรือพูดคุยกับ Siri รวมถึงการใช้งานแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ผ่านระบบ MINI Connected
• MINI FindMate มาพร้อมอุปกรณ์ระบุตำแหน่ง GPS เพื่อแจ้งเตือนตำแหน่งของใช้สำคัญต่าง ๆ เช่น กุญแจรถหรือกระเป๋าสตางค์ ผ่านการส่งสัญญาณบลูทูธที่เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่น MINI Connected บนสมาร์ทโฟน โดยจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนผู้ใช้งานหากอยู่ห่างจากตัวส่งสัญญาณเกิน 40 เมตร

Mini Cooper S Countryman Hightrim ยังคงเอกลักษณ์ปราดเปรียวและการขับขี่เหนือระดับในเซกเมนต์ พรีเมียม คอมแพ็ค ขับเคลื่อนด้วยเบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ที่มอบกำลังสูงสุดถึง 141 กิโลวัตต์/192 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที และทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะแบบสปอร์ตพร้อม Paddle Shift



สำหรับ Mini Cooper S Countryman ทั้ง 3 รุ่น มีราคาจำหน่ายดังต่อไปนี้:-
Mini Cooper S Countryman Entry ราคา 1,989,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)
Mini Cooper S Countryman ราคา 2,299,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)
Mini Cooper S Countryman Hightrim ราคา 2,499,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

เรื่อง: ศรานนท์ รัชชุศานติ