by Carzanova Team Nat
Hits: 238

The New Porsche Cayenne เสริมทางเลือกด้วยรุ่นปลั๊ก-อินไฮบริดขุมพลัง E-performance

ปอร์เช่ เสริมทัพขุมพลังขับเคลื่อนไฮบริดต่อยอดสมรรถนะเหนือระดับให้ยนตรกรรม SUV สุดหรูปอร์เช่ คาเยนน์อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche Cayenne E-Hybrid)

The new Porsche Cayenne E-Hybrid

The new Porsche Cayenne E-Hybridผสมผสานการบังคับควบคุมสไตล์สปอร์ตให้เป็นหนึ่งเดียวกับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดเครื่องยนต์ V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0ลิตร340 แรงม้าเสริมพลังด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า136 แรงม้าให้พละกำลังสูงสุดรวมกว่า462แรงม้าแรงบิดสูงสุดถึง 700 นิวตัน-เมตร

ด้วยศักยภาพของขุมพลังที่สืบทอดแนวทางการออกแบบจากรถซูเปอร์สปอร์ตอย่าง ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์(Porsche 918 Spyder)คาเยนน์ปลั๊ก-อินไฮบริด( Cayenne plug-in hybrid)สามารถเร่งออกตัวจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 5.0 วินาทีเท่านั้น เร้าใจยิ่งกว่าด้วยความเร็วสูงสุดถึง 253 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 ปอร์เช่ คาเยนน์อี-ไฮบริดใหม่ สามารถเดินทางได้ 44)กิโลเมตร และทำความเร็วได้ถึง 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเมื่อวัดตามมาตรฐาน New European Drive Cycle (NEDC)โดยขึ้นอยู่กับขนาดของยางรถยนต์ที่ติดตั้งอยู่ที่ 29.4-31.2กิโลเมตรต่อลิตรอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.9 – 20.6 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อระยะทาง100 กิโลเมตรนอกจากการเปิดตัว คาเยนน์อี-ไฮบริดยังได้เพิ่มเติมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบช่วยเหลือการขับขี่หลากหลายรายการให้แก่คาเยนน์ทุกรุ่น อาทิ หน้าจอแสดงข้อมูล head-up displayแบบใหม่ เบาะนวดไฟฟ้า และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 22นิ้ว

เครื่องยนต์ V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0ลิตร340 แรงม้า

คาเยนน์ อี-ไฮบริด คือหนึ่งในผลงานอันเป็นตัวแทนที่แสดงออกถึงทิศทางการพัฒนายานพาหนะพลังงานไฟฟ้าในอนาคตของปอร์เช่ ประจำการด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในสมรรถนะสูง ซึ่งผ่านการปรับแต่งจนมีกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 7 แรงม้ารวมเป็น340 แรงม้าประสิทธิภาพจากระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 136 แรงม้าทั้ง 2 ขุมพลังผสานพละกำลังสูงสุดกว่า 462แรงม้าแนวทางในการออกแบบระบบเสริมสมรรถนะที่ได้รับการถ่ายทอดโดยตรงจากรถซูเปอร์สปอร์ต ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ถูกนำมาใช้อย่างเหมาะสมลงตัว เพื่อให้มั่นใจว่ามอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพเมื่ออยู่ภายใต้โปรแกรมการขับขี่ทุกรูปแบบของชุดแต่งสปอร์ตโครโน (Sport Chrono Package) ซึ่งติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานนั่นหมายความว่าแรงบิดสูงสุดจะพร้อมตอบสนองต่อการบังคับควบคุมทุกครั้งที่สัมผัสคันเร่ง ผู้ขับขี่สามารถสนุกสนานกับอัตราเร่งและแรงบิดมหาศาลในทุกรอบความเร็ว พร้อมรับมือกับสถานการณ์บนท้องถนนที่ต้องเผชิญด้วยความมั่นใจ ทั้งหมดข้างต้นนำมาซึ่งเสถียรภาพการทรงตัวและประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยมกำลังสำรองที่ล้นเหลือจากมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกเก็บสะสมเอาไว้ผ่านการชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างการเดินทางโดยขึ้นอยู่กับโปรแกรมการขับขี่ที่เลือกใช้งานขณะนั้น โหมด Sport และ Sport Plus เน้นการดึงสมรรถนะตัวรถออกมาจนถึงขีดสุด พลังงานจากแบตเตอรี่ทั้งหมดจะได้รับการนำมาใช้เพื่อสร้างอัตราเร่ง สำหรับโหมด Sportการชาร์จแบตเตอรี่จะเกิดขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อการเสริมพละกำลัง ในส่วนของโหมด Sport Plus แบตเตอรี่จะได้รับการชาร์จอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โหมดการขับขี่อื่นๆนั้นเหมาะสมกับลักษณะการขับขี่ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด

สำหรับแบตเตอรี่ที่ติดตั้งในคาเยนน์อี-ไฮบริดได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพื่อเพิ่มความจุในการเก็บสะสมพลังงานเสริมขีดความสามารถทั้งในแง่ของพิสัยระยะการเดินทางและพละกำลังสำรองยามที่ต้องการอัตราเร่ง

เมื่อเปรียบเทียบกับ คาเยนน์รุ่นก่อนหน้า พบว่าความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นจาก 10.8 เป็น 14.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง แบตเตอรี่ดังกล่าวผ่านการระบายความร้อนด้วยระบบ fluid-cooled ติดตั้งลงบริเวณพื้นตัวถังด้านท้ายของรถอย่างหนาแน่น ประกอบด้วยโมดูลพลังงาน 8 ชุด ภายในแต่ละโมดูลคือเซลล์ prismatic lithium ion จำนวน 13 เซลล์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มความจุภายในระยะเวลา 7.8ชั่วโมง ด้วยไฟฟ้าแรงดัน230โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 10 แอมป์ ในกรณีที่ใช้อุปกรณ์พิเศษon-board charger7.2 กิโลวัตต์ ด้วยไฟฟ้าแรงดัน230โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 32แอมป์ แทนที่ระบบชาร์จมาตรฐานแบบ 3.6 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่จะได้รับการชาร์จพลังงานจนเต็มความจุภายในระยะเวลาเพียง 2.3 ชั่วโมงเท่านั้น 

เกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 จังหวะ Tiptronic S

กระบวนการชาร์จพลังงานสามารถควบคุมและตรวจสอบสภาวะการทำงานผ่านระบบติดต่อสื่อสาร PCM พร้อมสั่งการระบบปรับอากาศอย่างสะดวกสบายจาก Porsche Connect app ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิหรือลดอุณหภูมิในขณะปิดสวิทช์กุญแจ ทั้งหมดข้างต้นติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานและสามารถเลือกเชื่อมต่อด้วยโทรศัพท์มือถือได้ตามต้องการ นอกจากนี้ระบบPorsche Connect ยังรองรับการค้นหาและคัดกรองสถานีชาร์จพลังงาน รวมทั้งบันทึกตำแหน่งที่ตั้งของสถานีลงในจุดหมายของระบบนำทางผ่านดาวเทียมระบบเครือข่ายการให้บริการ Porsche Charging Service ใหม่ล่าสุด เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่เข้าถึงสถานีบริการชาร์จพลังงานสาธารณะได้โดยอิสระ ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการจะถูกส่งตรงมายังผู้ใช้งานผ่าน Porsche ID accountโดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใช้งานเพิ่มเติมกับผู้ให้บริการรายอื่นแต่อย่างใด

 ระบบขับเคลื่อนและระบบส่งกำลังของ คาเยนน์อี-ไฮบริดใหม่ทั้งหมด ชุดขับเคลื่อนไฮบริดประกอบด้วยเซลล์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงพร้อมชุดคลัทช์อิสระ electromechanical แตกต่างจากระบบelectro-hydraulic และอุปกรณ์spindle actuator ในรุ่นก่อนหน้าให้อัตราการตอบสนองที่รวดเร็วและฉับไวกว่าอย่างเห็นได้ชัดในส่วนของระบบส่งกำลังประจำการด้วยเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 จังหวะ Tiptronic Sที่ได้รับการปรับแต่งใหม่สำหรับปอร์เช่ คาเยนน์ โดยเฉพาะเกียร์อัตโนมัติชุดนี้ไม่เพียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความนุ่มนวล แต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนอัตราทดได้อย่างรวดเร็ว ลดอาการกระตุกที่เกิดขึ้นขณะเปลี่ยนจังหวะ

ด้วยการทำงานของระบบ Porsche Traction Management (PTM) ส่งผลให้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ของ คาเยนน์อี-ไฮบริดได้รับการควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านอุปกรณ์map-controlled multiplate clutch โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนอย่างเหมาะสม การทำงานของระบบดังกล่าวช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถบังคับควบคุมรถยนต์ได้ทุกรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่สไตล์สปอร์ตความเร็วสูงที่ต้องการเสถียรภาพในการทรงตัว หรือแม้แต่ในยามบุกตะลุยไปบนเส้นทางทุรกันดารสไตล์ offroadต้องยกประโยชน์ให้ระบบรองรับและช่วงล่างของ คาเยนน์ไฮบริดมีประสิทธิภาพเทียบเท่ารถสปอร์ตพันธุ์แท้ เฉกเช่นกับที่เคยเป็นมาใน ปอร์เช่ คาเยนน์ทุกเจเนอเรชั่น ระบบควบคุมการทรงตัว PASM ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้สามารถเลือกสั่งติดตั้งอุปกรณ์พิเศษอีกหลากหลายรายการ อาทิ ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control ระบบroll stabilisation และระบบลากจูงรถต่อพ่วงที่สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 3.5 ตัน

ระบบควบคุมการทรงตัวPASM

คาเยนน์ อี-ไฮบริด เพิ่มเติมระบบช่วยเหลือการขับขี่และนวัตกรรมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำยุคมากมายหลายรายการ สำหรับ คาเยนน์ทุกรุ่น นับเป็นครั้งแรกของปอร์เช่สำหรับการติดตั้งหน้าจอแสดงผลแบบใหม่ head-up display ทำงานด้วยการฉายภาพข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบต่างๆของตัวรถไปยังระดับสายตาของผู้ขับขี่โดยตรงในลักษณะของหน้าจอสี ในส่วนของอุปกรณ์พิเศษอื่นๆที่ได้รับการเพิ่มเติมลงใน คาเยนน์เป็นครั้งแรก ได้แก่ระบบดิจิทัลช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Porsche InnoDriveพร้อมระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ adaptive cruise controlเบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบนวดไฟฟ้า massage seatsระบบไล่ฝ้ากระจกบังลมหน้า heated windscreenระบบทำความร้อนภายในห้องโดยสารแยกตำแหน่งอิสระควบคุมด้วยรีโมท และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 22นิ้ว

ปอร์เช่ คาเยนน์อี-ไฮบริดใหม่ (The new Porsche Cayenne E-Hybrid) เพิ่งมีกำหนดเปิดตัวในภูมิภาคยุโรปประมาณปลายเดือนพฤษภาคม 2018 ส่วนเมืองไทยก็ได้เห็นตัวจริงแล้ว และพร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้ว กับราคาค่าตัว 7.5 ล้านบาท