by Carzanova Team Nat
Hits: 146

เอ.พี.ฮอนด้า “Race to the Dream สปิริตไทย ท้าทายสู่ฝัน”

บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด โชว์ความเป็นที่หนึ่งของฮอนด้าระดับโลกในการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ด้วยการเป็นเจ้าของแชมป์การแข่งขันระดับโลกสูงสุดมากกว่า 750 แชมป์ และได้จุดประกายความฝันอันยิ่งใหญ่ของเอพีฮอนด้า “เรซ ทู เดอะ ดรีม” (Race To The Dream) สปิริตไทย ท้าทายสู่ฝัน" หวังสร้างความภูมิใจให้กับคนไทยในการส่งนักแข่งไทยเข้าร่วมการแข่งขัน MotoGP ปี 2025 อย่างเต็มฤดูกาล โดยถือโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัด MotoGP 3 ปี (ค.ศ. 2018-2020) ชวนคนไทยร่วมเชียร์กระหึ่มสนามให้กับเจ้าชิพ นครินทร์ อธิรัฐภูภัทร์ นักบิดตัวจริง หนึ่งเดียวของไทยที่ลงแข่งแบบเต็มฤดูกาล ในศึก "โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ" และเจ้าก้อง สมเกียรติ จันทรา นักบิด ดาวรุ่งฟอร์มดีที่ได้รับสิทธิ์ไวด์การ์ด ให้ลงบิดในรุ่นเดียวกันในสนาม โฮมเรซ พร้อมลุ้นมันส์ไปกับลีลาการขับขี่ระดับโลกของเจ้าหนูมหัศจรรย์เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุด มาร์ค มาเกซ สังกัดทีมเรพโซลฮอนด้า ที่มีคะแนนรวมปัจจุบันสูงถึง 201 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งมากถึง 59 คะแนน มีสิทธิ์ลุ้นแชมป์โลกสมัยที่ 5 จากการแข่งขันในรุ่น MotoGP เป็นปีที่ 6 ต่อหน้าแฟนๆ ความเร็วชาวไทย ระหว่าง 5-7 ตุลาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

ฮอนด้า ถือเป็นค่ายรถจักรยานยนต์อันดับ 1 ของวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก จากผลงานที่คว้าชัยชนะมากที่สุดจากการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ได้มากกว่า 750 ครั้งนับตั้งแต่เริ่มมีการแข่งขันชิงแชมป์ความเร็วระดับโลกเกิดขึ้น และได้สร้างนักแข่งระดับตำนานมาแล้วมากมาย โดยล่าสุดในปี 2018 นี้นักแข่งรุ่นใหม่ฟอร์มสด เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัยชาวสเปนที่อายุน้อยที่สุดกับรถแข่งคู่ใจ "Honda RC213V" มาร์ค มาเกซ สังกัดทีมเรพโซลฮอนด้า กำลังมีคะแนนนำลุ้นแชมป์พรีเมียร์คลาส MotoGP สมัยที่ 5 ในฤดูกาล 2018 นี้อีกด้วย และในโอกาสที่ประเทศไทย เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการระดับโลกครั้งนี้ ทาง เอ.พี. ฮอนด้า ในฐานะผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าอันดับหนึ่งในประเทศไทย และผู้บุกเบิกวงการมอเตอร์สปอร์ตมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จึงมุ่งหวังที่จะเป็นสะพานเชื่อมให้คนไทยได้มีโอกาสใกล้ชิดกับรายการระดับโลกนี้มากขึ้น และเข้าใจในแนวคิด “Race to the Dream สปิริตไทย ท้าทายสู่ฝัน” ที่แสดงถึงความมุ่งหวังของเอพีฮอนด้า ในการสร้างนักแข่งไทยเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันระดับ Premiere Class รุ่น MotoGP ในปี 2025

ภายใต้คอนเซ็ปต์ เอ.พี. ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม (Race To The Dream ) สปิริตไทย ท้าทายสู่ฝัน คือ แนวคิดสำคัญในการปั้นนักแข่งไทยไปสู่สนามระดับโลก "โมโตจีพี" ในปี 2025 โดยเราได้วางโร้ดแม็ปเอาไว้อย่างชัดเจนจากโครงสร้างที่ได้มาตรฐานในทุกขั้นตอน ทุกระดับ นับตั้งแต่ ฮอนด้า อะคาเดมี่ ไทยแลนด์ สำหรับนักแข่งอายุ 9-14 ปี เพื่อเรียนรู้พัฒนาทักษะการขับขี่ และความแข็งแกร่งของร่างกาย ก่อนก้าวสู่ความท้าทายในการแข่งขันรายการ ฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนท์ คัพ เมื่อเติบโตขึ้นมีอายุระหว่าง 15-20 ปี และเด็กที่มีฝีมือจะถูกคัดเลือกไปแข่งขันที่รายการ เอเชีย ทาเลนท์ คัพ ก่อนจะผลักดันสู่ ซีอีวี โมโตทรี จูเนียร์ ซึ่งมีปลายทางที่การแข่งขันระดับโลกเวิลด์กรังด์ปรีซ์ ในรุ่น โมโต ทรี, โมโตทู และจุดสูงสุดคือ โมโตจีพี นั่นเอง

นอกจากนั้นในการสนับสนุนนักแข่งไทยที่มีความสามารถในระดับโลก ปัจจุบันเรามี “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักบิดตัวจริง หนึ่งเดียวของไทยที่ลงชิงชัยในศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก "รุ่นโมโตทรี" เต็มฤดูกาลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน รวมถึงล่าสุดเราได้สิทธิ์ (ไวด์การ์ด) ส่ง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ดาวรุ่งที่ผ่านสังเวียนระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย ให้ลงแข่งขันในรายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018 ต่อหน้าแฟนๆ ชาวไทยในแผ่นดินเกิดด้วยเช่นกัน"

ทั้งนี้ ในศึกโมโตจีพีครั้งแรกบนผืนแผ่นดินไทย จะมีนักบิดไทยลงแข่งขันในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นเวทีที่รวมเอายอดนักบิดดาวรุ่งจากทั่วโลกมาไว้ในเรซเดียวกันมากที่สุด นำโดย “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักบิดตัวจริงที่ลงดวลความเร็วแบบเต็มฤดูกาลกับสังกัด ฮอนด้า ทีม เอเชีย เป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน โดยใช้รถแข่ง Honda NSF250RW หมายเลข 41 ในการแข่งขัน และนี่คือการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกในโฮมเรซครั้งแรกของนักบิดไทยรายนี้ รวมถึง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในรายการ เอฟไอเอ็ม ซีอีวี โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ที่ฉายแววยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่สองกับการแข่งขันในยุโรป จะได้รับสิทธิ์ (ไวด์การ์ด) ลงดวลความเร็วในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ในนามทีมเอพีฮอนด้าเรซซิ่งไทยแลนด์

นอกจากนี้ รายการเอเชีย ทาเลนท์ คัพ 2018 ซึ่งเป็นหนึ่งใน Road Map การพัฒนานักแข่งไทยสู่สนามโมโตจีพีในปี 2025 ยังถูกบรรจุเป็นซัพพอร์ตเรซให้กับรายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ครั้งนี้อีกด้วย โดยเอพีฮอนด้าจะส่ง 3 นักบิดสายเลือดใหม่จากรายการไทยแลนด์ทาเลนต์คัพที่ผ่านการคัดเลือกจากดอร์น่าสปอร์ต ผู้จัดการแข่งขันระดับโลกให้ลงสู้ศึกในนามประเทศไทย นำโดย “ไอซ์” นิติพงษ์ แสงสว่าง, “ก๊อง” ธัชกร บัวศรี และ “แชมป์” กอบชัย แซ่หลิว โดยรายการนี้นับเป็นบันไดสำคัญที่ทางดอร์นาสปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์โมโตจีพี มุ่งหวังที่จะเปิดโอกาสให้นักบิดทั่วเอเชียที่อายุไม่เกิน 19 ปี ร่วมแข่งขันเพื่อเก็บประสบการณ์ร่วมกับนักบิดระดับโลก ก่อนพัฒนาตัวเองให้ก้าวขึ้นสู่ศึกโมโตจีพีต่อไปในอนาคต

สำหรับในรุ่นโมโตจีพี ซึ่งเป็นเรซสูงสุดในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลก ฮอนด้ามีคะแนนนำสูงสุด โดยเจ้าหนูมหัศจรรย์เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุด มาร์ค มาเกซ สังกัดทีมเรพโซลฮอนด้า กับรถแข่งคู่ใจ Honda RC213V ซึ่งปัจจุบันมีคะแนนนำอยู่ที่ 201 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งในอันดับสองถึง 59 คะแนน มีสิทธิ์ลุ้นแชมป์โลกสมัยที่ 5 จากการลงแข่งขันในรุ่น MotoGP เป็นปีที่ 6 ถือเป็นนักแข่งรุ่นใหม่ ฟอร์มสด ที่มีอายุน้อยที่สุดที่สามารถเป็นแชมป์โลกได้ถึง 4 สมัยในปัจจุบัน จึงอยากให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย ได้มาเห็นลีลาการขับขี่ระดับโลกของ มาร์ค มาเกซ นักแข่งดาวรุ่งเลือดใหม่ไฟแรงของฮอนด้าแบบติดขอบสนามในครั้งนี้

สำหรับเส้นทางปั้นนักแข่งสู่ โมโตจีพี "Race to the Dream สปิริตไทย ท้าทายสู่ฝัน" มีดังนี้
โครงการ เอ.พี. ฮอนด้า อะคาเดมี ไทยแลนด์ (A.P. Honda Academy Thailand)
เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี ไทยแลนด์ หรือโปรเจกต์ปั้นนักบิดไทยสู่โมโตจีพีอย่างเป็นทางการ นับเป็นโปรเจคแรกของ เอ.พี. ฮอนด้า ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการเฟ้นหาดาวรุ่งดวงใหม่ที่มีพรสวรรค์ในการขับขี่ อายุระหว่าง 9-14 ปี จำนวน 15 คน เข้าร่วมโปรแกรมพัฒนาเป็นนักแข่งรถจักรยานยนต์มืออาชีพ สังกัด เอ.พี.ฮอนด้า เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยที่ใช้รถสูตร ฮอนด้า เอ็นเอสเอฟ100 (Honda NSF100) นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นทั้งคัน ซึ่งผลิตและพัฒนาขึ้นมาเพื่อขับขี่ในสนามแข่งขันโดยเฉพาะเป็นรถสำหรับฝึกสอน ผ่านการควบคุมและฝึกสอนโดย “มาโกโตะ ทามาดะ” อดีตนักแข่งชาวญี่ปุ่นผู้มีประสบการณ์บนเวทีระดับโลกในศึกโมโตจีพี พร้อมด้วย “ฟิล์ม-รัฐภาคย์ วิไลโรจน์” นักบิดชาวไทยคนแรกที่เคยโลดแล่นในรายการเดียวกันรุ่นโมโต 2 เอ.พี.ฮอนด้า อะคาเดมี ไทยแลนด์ จะทำการแข่งขันกันทั้งสิ้น 10 สนาม เพื่อผลักดันนักแข่งที่มีพรสวรรค์เหล่านี้ให้ต่อยอดไปสู่ระดับ Thailand Talent Cup ต่อไป

โครงการ ฮอนด้า ไทยแลนท์ ทาเลนต์ คัพ (Honda Thailand Talent Cup)
การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบรายการฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ เป็นการแข่งขันประลองความเร็วโปรเจคที่สองของ เอ.พี. ฮอนด้า เน้นเฉพาะนักบิดดาวรุ่งอายุระหว่าง 15-18 ปี ที่มีทั้งพรสวรรค์และความสามารถในการขับขี่ที่สุดในประเทศมาประชันฝีมือบนรถแข่ง Honda NSF250 นักแข่งที่ดีที่สุดจะได้รับการผลักดันไปสู้ศึกชิงแชมป์เอเชีย หรือ Asia Talent Cup ในฐานะตัวแทนประเทศไทยในปีต่อไป การแข่งขัน ฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ จะใช้รถเรซซิ่งแมชชีน ฮอนด้า NSF250 ซึ่งเป็นคลาสเดียวกับรุ่นโมโตทรีในศึกระดับโลกลงทำการแข่งขัน ปัจจุบันมีนักแข่งเยาวชนไทยลงทำการแข่งขันจำนวน 13 คน และนักแข่งนานาชาติที่ขอเข้าร่วมการแข่งขันอีก 7 คน โดยตัดสินแชมป์ประจำปีจากการแข่งขันแบบเก็บคะแนนทั้งสิ้น 7 สนาม

โครงการ เอเชีย ทาเลนท์ คัพ (Asia Talent Cup)
การแข่งขัน Asia Talent Cup เป็นโปรเจกต์สานฝันเส้นทางสู่โมโตจีพี ของนักบิดเยาวชนทั่วเอเชีย และเป็นการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียรายการเดียวที่ถือกำเนิดขึ้นโดย Dorna ซึ่งเป็นผู้จัดการแข่งขัน MotoGP โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่การปั้นนักแข่งรุ่นใหม่ขึ้นมาประดับวงการ MotoGP

การแข่งขัน Asia Talent Cup เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้นักบิดจากทั่วเอเชีย ที่มีอายุไม่เกิน 19 ปี ได้เข้าร่วมการแข่งขันได้ แต่นักแข่งทุกคนต้องผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ ก่อนจะได้เข้าร่วมการแข่งขันจริง โดยบริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ได้เล็งเห็นความสำคัญ ในการสร้างนักบิดสู่เกมระดับโลก โดยใช้เวที Asia Talent Cup เป็นอีกหนึ่งบันไดให้กับนักบิดไทยไปสู่การเป็นนักแข่งระดับโลก จึงมีการส่งนักบิดเยาวชนไทยเข้าร่วมการคัดเลือกและเข้าร่วมการแข่งขัน Asia Talent Cup มาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร ที่ปัจจุบันโลดแล่นอยู่ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกรุ่น Moto3 และ สมเกียรติ จันทรา แชมป์เอเชียทาเลนท์คัพ ฤดูกาล 2016

ในปี 2018 มีนักแข่งจาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่งไทยแลนด์ ที่ผ่านการคัดเลือกจาก Dorna เพื่อเข้าแข่งขันรายการนี้ถึง 3 คนได้แก่ ก๊อง-ธัชกร บัวศรี เจ้าของแชมป์ไทยแลนด์ทาเลนท์คัพ 2017, แชมป์-กอบชัย แซ่หลิว รองแชมป์ไทยแลนด์ทาเลนท์คัพ 2017 และ ไอซ์ นิติพงษ์ แสงสว่าง นักบิดดาวรุ่งที่มีอายุเพียง 15 ปี แต่เปี่ยมด้วยทักษะการขับขี่รถแข่งที่สูงเกินวัย

เอฟไอเอ็ม ซีอีวี เรปโซล อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนชิพ (FIM CEV Repsol International Championship)
รายการแข่งชิงแชมป์ทวีปยุโรป เป็นรายการค้นหาดาวรุ่งที่สำคัญของโลก และเป็นจุดเริ่มต้นของนักแข่งในระดับเวิลด์จีพีหลายคน การันตีได้จากนักแข่งที่เคยผ่านแข่งรายการนี้ ไม่ว่าจะเป็น Marc Márquez, Dani Pedrosa, Andrea Dovizioso, พี่น้อง Espargaro, Tito Rabat, Max Biaggi และสุดท้ายแชมป์โลกคนปัจจุบัน Jorge Lorenzo ก็ล้วนแล้วเคยผ่านเวทีนี้มาแล้วทั้งสิ้น โดยใช้รถ NSF250RW ทำการแข่งขัน
ก้อง-สมเกียรติ จันทรา คือนักบิดดาวรุ่งพรสวรรค์สูงคนล่าสุดในการแข่งขันชิงแชมป์เยาวชนโลก FiM CEV Moto3 Junior World Championship ซึ่งลงทำการแข่งขันเป็นปีที่สองติดต่อกัน ภายใต้สังกัด Asia Talent Team (Junior Talent Team) โดยการสนับสนุนของเอ.พี. ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี (MotoGP)
เป็นการแข่งขันชิงแชมป์ที่สำคัญที่สุดของจักรยานยนต์ทางเรียบ ซึ่งในปัจจุบันมีการแข่ง 3 รุ่น คือ โมโตจีพี, โมโต2 และ โมโต3 โดยการแข่งโมโตจีพี จะเป็นรถมอเตอร์ไซค์แบบสูตรหนึ่ง หรือ ออกมาเพื่อแข่งขันโดยเฉพาะไม่มีการวางจําหน่ายในตลาด
•Moto GP การแข่งขันที่ใช้รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 1000cc 4 สูบ
•Moto2 การแข่งขันที่ใช้รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 600cc 4 สูบ โดยทุกทีมจะต้องใช้เครื่องยนต์ของ Honda ลงทำการแข่งขัน โดยทาง Honda จะแจกจ่ายเครื่องยนต์ให้กับทุกทีม และทุกทีมสามารถนำไปปรับแต่งกได้ภายในกติกากำหนด ซึ่งมีนักแข่งโมโตทู คนแรกของประเทศไทย ฟิลม์ – รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ลงทำการแข่งขันตั้งแต่ปี 2007 - 2013
•Moto3 การแข่งขันที่ใช้รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 250cc เป็นรายการสำหรับนักบิดหน้าใหม่ เป็นรุกกี้ที่เตรียมผลักดันให้ลงทำการการแข่งขันต่อไปในระดับที่สูงขึ้น โดยการแข่งขันรุ่นนี้ ชิพ-นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักแข่งหนี่งเดียวของไทยลงทำการแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลเป็นปีที่ 2 ภายใต้สังกัด Honda Team Asia โดยการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก เอ.พี. ฮอนด้า เรซซิ่งไทยแลนด์
นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย รายการ Asia Road Racing Championship หรือ ARRC และ Suzuka 4Hours Endurance ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบสุดหฤโหด แบบมาราธอนระดับโลก ที่ เอ.พี. ฮอนด้าส่งนักแข่งลงทำการแข่งขันเพื่อเสริมประสบการณ์และพัฒนาศักยภาพให้มีความแข็งแกร่งในระยะยาว

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ Asia Road Racing Championship
เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่งไทยแลนด์ ส่งนักบิดสายเลือดใหม่ภายใต้การคุมทีมของ มาโกโตะ ทามาดะ ในฐานะผู้จัดการทีม โดยมี ฟิลม์-รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ คอยสนับสนุนในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทีม เพื่อลงแข่งขันรายการ Asia Road Racing Championship ใน 2 รุ่นดังต่อไปนี้

ARRC รุ่น AP250
เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ พร้อมส่งนักแข่งเข้าร่วม 2 คน โดยใช้รถ Honda CBR250RR ลงทำการแข่งขัน ประกอบด้วย
•มุกข์-มุกข์ลดา สารพืช No. 44 นักแข่งหญิงคนแรกและคนเดียวของไทย ที่ลงสู้ศึกในรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย
เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
•นิว – กฤชพร แก้วสนธิ No. 35 นักบิดดาวรุ่งดวงใหม่ที่ฉายแววโดดเด่นจากการแข่งขัน Asia Talent Cup ในปีที่ผ่านมา

ARRC รุ่น SS600
เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ พร้อมส่งนักแข่งเข้าร่วม 2 คน โดยใช้รถ Honda CBR600RR ลงทำการแข่งขัน ประกอบด้วย
•แชมป์-ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ No. 123 หนึ่งในดาวรุ่งฝีมือดีของไทย ผู้มีหัวใจนักสู้เกินร้อย
•ไคสุเกะ คุริฮาระ No.88 นักบิดดาวรุ่งชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ผู้เคยลงแข่งขันชิงแชมป์โลกในรุ่น Moto3 มาแล้ว

Suzuka 4Hours Endurance ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบสุดหฤโหด
ในปี 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีแรกของภารกิจประวัติศาสตร์ส่งทีมไทย 100% สู้ศึกระดับโลก “เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการแข่งขัน ซูซูกะ เอ็นดูรานซ์ 4 ชั่วโมง 2017 โดยมี “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช และ “เอ้” วรพงษ์ มาลาหวล ช่วยกันพาทีมคว้าอันดับ 4 มาครองได้สำเร็จ และนับเป็นก้าวสำคัญของทีมแข่งจากประเทศไทยเพียงทีมเดียวที่ใช้บุคลากรทั้งทีมเป็นคนไทย กับการแข่งขันเอ็นดูรานซ์สากลระดับโลก
สำหรับในปี 2018 นี้ “เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ยังคงสานต่อการสร้างประวัติศาสตร์สำคัญให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ด้วยการจัดทัพทีมไทย 100% ปี 2 ท้าทายความสามารถทีมแข่งไทยในรายการ Suzuka 4 ชั่วโมง นำโดย “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ในตำแหน่ง Head Coach และ มุกข์ มุกลดา สารพืช ในตำแหน่ง Rider Coach พร้อมกับทีมช่างที่เป็นคนไทยทั้งหมด และยังให้โอกาสนักบิดรุ่นใหม่ได้เสริมประสบการณ์และพัฒนาศักยภาพให้มีความแข็งแกร่งในระยะยาว ซึ่งถือเป็นการเดินหน้าตามนโยบายที่ต้องการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับทีมแข่งไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยส่งทัพนักบิดหน้าใหม่ “บิว” วริทธิ์ ทองนพคุณ และ ฟิล์ม” ปิยวัฒน์ ประทุมยศ ลงทำการแข่งขัน พร้อมนำรถแข่งเข้าป้ายในอันดับ 7 ซึ่งนับเป็นการสร้างผลงานที่โดดเด่นได้อีกครั้งกับการส่งทีมแข่งที่ประกอบด้วยคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนักบิด, ทีมช่าง และผู้จัดการทีม
เอพีฮอนด้าขอเชิญคนไทยร่วมแสดงพลังกองเชียร์เจ้าบ้าน อย่าพลาด! ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เพื่ออวดสายตาให้ทั่วโลกได้เห็นถึงศักยภาพของคนไทย โดยเอพีฮอนด้าร่วมกับร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่ร่วมกิจกรรม จัดทริปพิเศษพาสมาชิกฮอนด้าคลับเข้าชมการแข่งขันแบบติดขอบสนาม พร้อมกิจกรรมพิเศษ Meet & Greet กับนักแข่งระดับโลก และ ชมคอนเสิร์ตจากศิลปินไอดอล Girl Group ชื่อดังของประเทศไทย BNK48 โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่ร่วมกิจกรรมได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.aphonda.co.th, www.aphondaracingthailand.com และเฟซ บุ๊ก แฟนเพจรถจักรยานยนต์