by Carzanova Team Nat
Hits: 179

แนะเคล็ดลับประหยัดน้ำมันในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ด

ยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดแบบนี้ คนใช้รถหลายคนคำนึงถืงความประหยัดน้ำมันของรถที่ใช้งาน วันนี้เรามีเคล็ดลับประหยัดน้ำมันในยุคเศรษฐกิจขาลงแบบนี้

 

ปรับตั้งเครื่องยนต์อย่างถูกต้อง

เครื่องยนต์ที่มีการปรับตั้งที่ถูกต้องจะช่วยประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 4%นอกจากนี้การแก้ไขปัญหาที่สำคัญเช่น เซ็นเซอร์วัดปริมาณออกซิเจนทำงานผิดปกติจะสามารถช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้มากขึ้น 40%และผู้ขับขี่ไม่ควรละเลยสัญญาณไฟเตือนให้นำรถเข้าไปตรวจสอบ

 

ตรวจสอบแรงดันลมยาง

การเติมลมยางที่เหมาะสมสามารถเพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้มากขึ้นถึง3.3%และช่วยให้ปลอดภัยและใช้งานได้ยาวนานขึ้น ยางที่มีลมยางอ่อนอาจทำให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น0.3%สำหรับทุกหนึ่งปอนด์ต่อตารางนิ้วของความดันลมยางที่ตกลงทั้งสี่ล้อทั้งนี้ สำหรับการตรวจสอบลมยาง ผู้ขับขี่ไม่ควรตรวจสอบแค่จากในระบบเพียงอย่างเดียวแต่ควรตรวจเช็คสภาพลมยางด้วยอุปกรณ์วัดลมยางที่ดีอย่างน้อยเดือนละครั้งและหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโปรดอ่านคู่มือการใช้งานรถยนต์ของคุณ

 

แก้ไขปัญหาสิ่งอุดตัน

หากคุณหายใจไม่ออก คุณก็จะเคลื่อนไหวได้ยากลำบากเครื่องยนต์ก็เช่นกัน เครื่องกรองอากาศที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานอย่างหนัก และสิ่งแปลกปลอมอาจทำลายเครื่องยนต์ได้ การเปลี่ยนไส้กรองที่อุดตันจะช่วยเพิ่มการประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันขึ้น14% ตามข้อมูลของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐหรืออีพีเอ ระบุว่า ในรถยนต์สมัยใหม่การเปลี่ยนไส้กรองที่อุดตันและสกปรกจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้รถยนต์มีการเร่งความเร็วที่ดีขึ้น

 

เลือกใช้น้ำมันเครื่องให้เหมาะสม

การใช้น้ำมันเครื่องจะช่วยลดการเสียดสีของเครื่องยนต์ เพราะการเสียดสีนั้นจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ยากขึ้นดังนั้น การใช้น้ำมันเครื่องตามที่บริษัทผู้ผลิตรถแนะนำจะช่วยเพิ่มการประหยัดน้ำมันขึ้นอีก 1-2%

 

ตรวจสอบฝาถังน้ำมัน

ฝาถังน้ำมันที่หลวมหรือปิดไม่สนิทไม่เพียงแต่จะทำให้ “ไฟเตือนรูปเครื่องยนต์”แจ้งเตือนแต่ยังเป็นเหตุทำให้น้ำมันระเหยไปหลายล้านลิตรในทุกๆปี ฝาถังน้ำมันที่หลวมหรือปิดไม่สนิทจะทำให้การประหยัดน้ำมันลดลง 1-2%

 

หลีกเลี่ยงสิ่งของที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ

การมีล้อขนาดใหญ่เต็มซุ้มล้อ และยางอัลตราโลว์โปรไฟล์อาจจะทำให้รถดูน่ามอง แต่จะเพิ่มอัตราการบริโภคน้ำมันให้สูงขึ้นนอกจากนี้ ล้อและยางที่มีขนาดใหญ่ยังทำให้แรงต้านการหมุนของล้อเพิ่มขึ้นเพิ่มน้ำหนักใต้สปริงของช่วงล่าง (Un-sprung weight) และส่งผลต่อหลักอากาศพลศาสตร์ซึ่งทำให้ใช้น้ำมันมากขึ้น และอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่ในกรณีร้ายแรงอาจเป็นอันตรายต่อการเบรกและการควบคุมรถ

วางแผนการเดินทางของคุณ

ควรวางแผนการเดินทางให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการพาลูกไปโรงเรียน การไปซื้อของใช้จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีการจราจรติดขัด

นำสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากรถ

การบรรทุกสัมภาระที่มากเกินไปทำให้รถของคุณต้องใช้กำลังและสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนเพิ่มขึ้นสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐหรืออีพีเอ ระบุว่า น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น 45 กิโลกรัม จะทำให้ประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันลดลง2%และอาจจะลดลงมากขึ้นสำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก การบรรทุกของหนักบนราวบนหลังคารถยนต์ทำให้ประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันลดลงถึง5% น้ำมันประมาณหนึ่งในสี่ลิตรของน้ำมันเชื้อเพลิงจะถูกเผาผลาญเมื่อรถต้องต้านกับแรงลมดังนั้น เมื่อรถมีการบรรทุกสัมภาระไว้บนหลังคาจะทำให้การประหยัดน้ำมันลดลง

 

ขับรถให้ช้าลง

การขับรถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าจะใช้น้ำมันมากกว่าการรักษาความเร็วให้คงที่ เหยียบคันเร่งอย่างนุ่มนวลเมื่อออกจากทางแยกหรือสัญญาณไฟจราจร หลีกเลี่ยงการเร่งรถอย่างรวดเร็วการใช้ความเร็วมากเกินไปและการเบรกอย่างรุนแรง ซึ่งจะทำให้การประหยัดน้ำมันลดลง 33% บนทางหลวง และลดลง 5% สำหรับการขับรถในเมือง การขับรถที่ความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ 10-15% ซึ่งประหยัดกว่าการขับด้วยความเร็ว104กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามข้อมูลทางทรัพยากรธรรมชาติของประเทศแคนาดา (Natural Resources Canada)ความเร็วที่ช่วยประหยัดน้ำมันมากที่สุดสำหรับรถส่วนมากจะอยู่ระหว่าง50-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

หลีกเลี่ยงการจอดรถแบบติดเครื่องยนต์นานเกินไป

เมื่อคุณต้องขับรถอยู่ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด หากอากาศไม่ร้อนเกินไป ขอแนะนำให้ดับเครื่องยนต์ การจอดรถโดยที่ติดเครื่องยนต์ไว้จะเผาผลาญน้ำมันอย่างไร้ประโยชน์ รถคันหนึ่งจะกินน้ำมันศูนย์กิโลเมตรต่อหนึ่งลิตรเมื่อเครื่องยนต์ไม่ทำงาน ขณะที่การสตาร์ทรถใหม่จะใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อยแต่การจอดรถติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 15 นาที จะเผาผลาญน้ำมันเกือบหนึ่งลิตร

 

ใช้ระบบปรับอากาศอย่างชาญฉลาด

เครื่องปรับอากาศในรถยนต์ลดประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันลง10% ถ้าสภาพอากาศภายนอกเอื้ออำนวย แนะนำให้ปรับเพิ่มแรงลมให้สูงขึ้นเพื่อหมุนเวียนอากาศแทนการปรับลดอุณหภูมิลง และหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องปรับอากาศหากขับขี่ด้วยความเร็วต่ำกว่า64 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยสามารถปิดแอร์และเปิดหน้าต่างแทนได้ถ้าอากาศดีแต่ถ้าหากขับด้วยความเร็วเกินกว่า 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วเปิดหน้าต่างรับอากาศจากด้านนอก แรงฉุดของลมที่ไหลเวียนเข้ามาทางหน้าต่างจะทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าการเปิดแอร์

 

ใช้เกียร์สูง

เมื่อขับรถด้วยเกียร์ธรรมดาให้ใช้เกียร์สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อรักษารอบเครื่องยนต์ให้ต่ำเนื่องจากการหมุนรอบเครื่องยนต์ต่ำจะใช้น้ำมันที่น้อยกว่า แต่ไม่ควรขับขี่เช่นนี้มากเกินไป เพราะจะฉุดกำลังเครื่องยนต์ทำให้เครื่องยนต์หยุดทำงาน หากขับขี่รถเกียร์อัตโนมัติ ควรผ่อนคันเร่งเล็กน้อยในจังหวะที่ระบบเกียร์เปลี่ยนไปสู่เกียร์ที่สูงขึ้น รถเชฟโรเลตทุกรุ่นใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ซึ่งมีอัตราการทดเกียร์ที่สูงกว่า ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่และประหยัดน้ำมัน

ใช้ระบบควบคุมความเร็วให้คงที่อัตโนมัติ(ครูสคอนโทรล)

ถ้ารถของคุณมาพร้อมระบบครูสคอนโทรล ให้เปิดใช้ระบบนี้ โดยเฉพาะการขับรถบนทางหลวงระบบครูสคอนโทรลจะช่วยป้องกันไม่ให้ขับรถเร็วเกินกำหนด และช่วยประหยัดน้ำมัน ผ่านการเร่งและผ่อนความเร็วอย่างนุ่มนวล ซึ่งระบบจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับโหมด “ประหยัด” หรือโหมด“ออโต้” ทั้งนี้ไม่ควรใช้ระบบดังกล่าวในช่วงที่ฝนตกหนักหรือบนถนนที่เปียกลื่น

ดความเร็วลงอย่างนุ่มนวลหรือเปลี่ยนเกียร์จากเกียร์สูงมาเกียร์ต่ำจนรถจอดสนิท

เมื่อขับรถเกียร์อัตโนมัติในสภาพการจราจรที่หนาแน่น คุณสามารถขับรถเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆเพราะรถจะแล่นไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ หากขับรถเกียร์ธรรมดา ให้ลดเกียร์ลงอย่างต่อเนื่องจนรถจอดสนิท ผู้ขับขี่สามารถถอนคันเร่งออกขณะที่ยังใส่เกียร์เดินหน้าอยู่ได้เครื่องยนต์สมัยใหม่แทบจะไม่ใช้น้ำมันและเพียงพอต่อการเลี้ยงเครื่องยนต์ไม่ให้ดับ เครื่องยนต์จะใช้น้ำมันมากกว่าถ้าอยู่เกียร์ว่างขณะรถจอดนิ่ง

 

ข้อมูล : เชฟโรเลต ประเทศไทย