ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสรถครสโอเวอร์ในเมืองไทยกำลังมาแรง จนทำให้มีผู้เล่นทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ตบเท้าเข้ามาร่วมวงในตลาดนี้กันอย่างคับคั่ง ซึ่งแต่ละค่ายแต่ละแบรนด์ก็นำจุดเด่นของตัวเองออกมาโชว์เพื่อเรียกแขก บ้างก็เล่นกลยุทธ์ด้านราคา บ้างก็มาโหมดอัดออปชันแน่นๆ และสำหรับ All-new Honda HR-V RS ตัวท็อปคันนี้ที่ผมนำมาทดสอบล่ะ เค้าเลือกทางไหน เรามาอ่านบทรีวิวกันครับ

 

 

 

All-New Honda HR-V RS

 

 รูปลักษ์ภายนอก


All-new Honda HR-V RS (ฮอนด้า เอชอาร์-วี อาร์เอส ใหม่) เป็นการโมเดลเชนจ์ที่จะเห็นการปรับเปลี่ยนจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมจะดูตัวถังโค้งมน แต่มาตัวนี้จะเป็นเส้นสายที่มีเหลี่ยมมีสันดูแข็งแรงขึ้น โดยคันที่เราทดสอบนี้ จะเป็นรุ่นท็อปสุดของอนุกรมเค้า โดยมีชื่อเรียกว่ารุ่น RS ซึ่งจะมาพร้อมอุปกรณ์ และชุดแต่งที่ครบครันที่สุด ไล่ไปตั้งแต่ ไฟหน้า Full LED ที่มาพร้อม Day Time Running Light ซึ่งจะเสริมด้วยระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED โดย HR-V ใหม่ นี้ ในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐานของทุกรุ่นนั้น จะมีระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ (AHB) มาให้ด้วย แต่ที่ในรุ่น RS จะไม่เหมือนใคร คือ ไฟเลี้ยวด้านหน้าจะเหนือกว่าด้วยไฟเลี้ยวแบบ LED Sequential หรือที่เราคุ้นเคยเรียกกันว่า ไฟเลี้ยวแบบวิ่งนั่นเอง

 

 ไฟหน้าแบบ Full LED พร้อม Day Time Running Light

 

มาดูที่ด้านท้ายกันบ้าง ไฟท้ายก็เป็นแบบ LED Light Strip ตามสไตล์รถยุคนี้ โดยความพิเศษในรุ่น RS จะเป็นโคมไฟรมดำ แต่สีมันจะไม่ดำมาก จะออกเทาๆ ซะมากกว่า อีกทั้งยังเสริมกิมมิกด้วยหลังคากระจกแบบพาโนรามาผืนใหญ่ ที่ต้องบอกก่อนนะครับ ว่ามันไม่สามารถเปิด-ปิดได้ ซึ่งข้อดีที่ทางวิศวกรเค้าบอกว่าคือ สามารถออกแบบหลังคากระจกให้มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษได้ เนื่องจากไม่ต้องซ่อนกลไกเปิด-ปิดหลังคาให้เสียพื้นที่ แต่สำหรับใครที่ชอบหลังคาแบบเปิด-ปิดได้ สำหรับเอชอาร์-วี ใหม่ เสียใจด้วยนะครับ

 

 

ในขณะที่ของแต่งสำหรับตัว RS ก็จะมีชุดสเกิร์ตสีดำรอบคัน ตั้งแต่ใต้กันชนหน้าและหลัง กาบชายล่างขอบประตู ส่วนล้อแม็กเลือกใช้ล้ออัลลอยสีเทาดำขนาด 18 นิ้ว กับยางขนาด 225/50 R18 ซึ่งในส่วนของล้อแม็กนั้นเป็นลายเฉพาะรุ่น RS เท่านั้น ส่วนรุ่นอื่นๆ จะไม่ใช่ขนาดนี้และลายนี้

 

ล้ออัลลอยสีเทาดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/50 R18

 

ภายในห้องโดยสาร

ขยับเข้ามาที่ห้องโดยสารกันบ้าง ซึ่งต้องขออนุญาตพูดเรื่องของกระจกหลังคาต่อเลย โดยในตัว เอชอาร์-วี ใหม่ นั้น แผ่นบังแดดปิดกระจกหลังคา พวกเราอาจจะไม่คุ้นกันเท่าไหร่ โดยในส่วนของผู้โดยสารด้านหน้านั้นไม่แปลกอะไร เป็นม่านเลื่อนเปิด-ปิดได้แบบธรรมดา ที่แค่ไม่มีระบบไฟฟ้า ต้องใช้มือเลื่อนเอาล้วนๆ เท่านั้น แต่ด้านหลังนี่สิ มันแปลกๆ โดยทางฮอนด้าได้ออกแบบให้เป็นแผงบังแดด 2 ชิ้น ที่ต้องถอดคลิปหรือสลัก ซึ่งจริงๆ การถอดการใส่ไม่ยากหรอกครับ แต่ดูแล้วเวลาถอดไม่รู้จะเอาไปเก็บตรงไหนมากกว่า โดยผมได้ลองดูตามตัวรถแล้วครับว่ามีจุดเก็บแผงนี้เฉพาะมั้ย ก็ไม่มี ดูแล้วจะมีโอกาสลืมหายเอาง่ายๆ แต่ก็อย่างที่ว่าล่ะครับ ด้วยความที่เค้าต้องการให้กระจกดูกว้างก็เลยต้องใช้วิธีแบบนี้เอานั่นเอง

 

ภายในห้องโดยสาร

 

เอาล่ะ!! มาดูกันต่องภายในห้องโดยสารของ HR-V ใหม่ ที่เน้นความเรียบง่ายดูหรู โดยรุ่น RS จะถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่มีการเล่นกิมมิกด้วยตะเข็บสีแดงบริเวณเบาะนั่งและแผงคอนโซล โดยพื้นที่ภายในถือว่าเป็นครอสโอเวอร์ที่กว้างขวางนั่งสบาย ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แต่ในส่วนด้านหลังอาจจะเข้าออกยากหน่อยเนื่องจากต้องการยืดพื้นที่ห้องโดยสาร ทำให้เบาะนั่งด้านหลังเลยยาวไปถึงซุ้มล้อ ส่งผลให้ตอนเข้าออกจะมีซุ้มล้อมาบีบตรงทางเข้า แต่พอเข้าไปนั่งแล้ว พื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังถือกว่ากว้างดีทีเดียว

 

มาตรวัดเรือนไมล์

 

มาที่เบาะนั่งกันบ้าง สำหรับรุ่น RS นั้นจะถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุหนังแท้สลับหนังสังเคราะห์ ที่ตำแหน่งคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง ส่วนฝั่งผู้โดยสารเป็นแบบปรับมือ 4 ทิศทาง ซึ่งจะเป็นแบบนี้ในทุกรุ่น ส่วนเบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับพับแยกแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย แต่หากไม่พับเบาะ ต้องบอกก่อนครับว่า ด้วยความที่เน้นพื้นที่นั่งในห้องโดยสาร ทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระดูจะแคบไปนิดนึง

 

 

ต่อกันที่พวงมาลัย ซึ่งในรุ่นของ RS นั้นจะเป็นแบบหุ้มหนัง พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น ที่ควบคุมระบบเครื่องเสียง และรับ-วางสายโทรศัพท์ ทางด้านซ้าย และควบคุมระบบช่วยเหลือการขับขี่ ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC) ที่ฝั่งขวา นอกจากนี้หากมองไปที่ด้านหลังของพวงมาลัยจะเห็นก้านคล้าย Paddle Shift ไว้เปลี่ยนเกียร์ แต่สำหรับรถไฮบริด e:HEV คันนี้จะเป็น Deceleration Paddle Selectors ช่วยชะลอความเร็ว หรือเป็นการเลือกปริมาณการชาร์จไฟกลับไปยังแบตเตอรี่ ที่กระดิกไปทางลบมากเท่าไหร่ตัวรถยิ่งหน่วงมากขึ้น ชาร์จไฟมากขึ้นนั่นเอง

 

พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น

 

ในขณะที่ปลายก้านไฟเลี้ยวซึ่งติดตั้งอยู่ด้านขวานั้นจะเป็นปุ่มเปิด-ปิดระบบแสดงภาพมุมอับสายตา Honda LaneWatch ที่ผมชื่นชอบมากเป็นพิเศษ เพราะมันช่วยลดอุบัติเหตุจากพวกมอเตอร์ไซค์ที่ชอบซอกแซกตามมุมท้ายรถด้านหลังได้เป็นอย่างดี  

 

 

ด้านอุปกรณ์ภายใน ตรงคอนโซลกลางมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ซึ่งโดยส่วนตัวไม่ชอบลักษณะการติดตั้งที่มีลักษณะเป็นกล่องแบบนี้ มันดูโบราณ ซึ่งรถยุคนี้มันต้องวางจอลอยๆ หรือไม่ก็ฝังไปในคอนโซลเลย ส่วนเรื่องการใช้งานนั้นรองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ผ่านทางช่อง USB โดยที่รุ่น RS จะเป็นเพียงรุ่นเดียวที่มีระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT ติดตั้งมาให้พร้อมด้วยลำโพง 8 ตัว

 

ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย

 

ส่วนอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ของรุ่น RS ก็มีมาให้แบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ซึ่งมีเป็นมาตรฐานในทุกรุ่น ระบบกุญแจอัจฉริยะ ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบ Auto Brake Hold มาตรวัดเรืองแสงพร้อมจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบชาร์จมือถือไร้สาย ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ เป็นต้น

 

 

 

สมรรถนะ

มาเข้าเรื่องสมรรถนะกันบ้าง สำหรับขุมพลังของ HR-V ใหม่ ทุกรุ่นจะเป็นเครื่องยนต์ไฮบริด e:HEV ทั้งหมด โดยจะทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ i-VTEC ความจุ 1.5 ลิตร 106 แรงม้า แรงบิด 127 นิวตัน-เมตร กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 131 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ที่ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่สามารถรองรับน้ำมันทางเลือก E20 ได้ โดยมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ ประกอบด้วย ECON, NORMAL และ SPORT

 

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตรพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า

 

ฟิลลิ่งการขับนั้น ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า หลายคนจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง สำหรับรถไฮบริด ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า ว่าจะต้องมีสมรรถนะการขับขี่ที่แรง เร็ว เร้าใจ แต่อันนี้บอกเลยครับว่าไม่เสมอไป เพราะในกลุ่มรถครอสโอเวอร์เซกเมนต์นี้ ไม่มีคันไหนที่เน้นความแรงเลย อย่าง All-new Honda HR-V ก็เช่นกัน เริ่มตั้งแต่ตอนออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง ระบบก็จะทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งให้ความแรงระดับ 131 แรงม้า แต่หากต้องการอัตราเร่งที่ดีขึ้น เครื่องยนต์จะติดแล้วข้ามาทำงานเสริม ซึ่งขุมพลัง e:HEV นั้นบอกได้เลยว่าอัตราเร่งตอนช่วงออกตัวนั้น จะเป็นฟิลนิ่มๆ ไม่แรง ไม่จี๊ดจ๊าอะไร แต่เมื่อความเร็วไต่มาถึงช่วงลอยตัวแล้ว คราวนี้ล่ะจะได้ฟิลขับสนุกขึ้นเยอะ อัตราเร่งมีมาให้ใช้แบบไม่หงุดหงิด และก็จะไปหมดอีกทีตอนความเร็วปลายที่มันจะไปอั้นอยู่ที่ประมาณ 160 กม./ชม. แล้ว

 

 

มาในเรื่องของการควบคุมบ้าง HR-V ใหม่ ใช้ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลังเป็นทอร์ชั่นบีม โดยได้มีการปรับปรุงช่วงล่างให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยในรุ่นก่อนหน้านี้ที่ความเร็วสูงจะมีอาการค่อนข้างโคลง ค่อนข้างย้วย แต่สำหรับตัวใหม่นี้ฟิลลิ่งความรู้สึกมันแน่นมันหนึบขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงซับแรงสะเทือนได้ดีให้ความรู้สึกเวลาขึ้นเนิน หรือตกหลุมบ่อ ที่ไม่สะเทือนเกินไป แต่น่าเสียดายเรื่องการเก็บเสียงยังทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทั้งจากพื้นถนน และเสียงลมที่ลอดเข้าห้องโดยสารเมื่อขับด้วยความเร็วพอสมควร ด้านระบบพวงมาลัยเป็นแร็ค แอนด์ พิเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPS) ที่ให้น้ำหนัก และความแม่นอยู่ในเกณฑ์ดี

 

 

ระบบความปลอดภัย

ถือเป็นอีกเรื่องที่ทาง All-new Honda HR-V RS ให้ความสำคัญ จากระบบ Honda SENSING ประกอบด้วย

  • ระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก (CBMS)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW)
  • ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ พร้อมปรับความเร็วตามคันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC with LSF)
  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)
  • ระบบไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว (VSA)
  • ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HAS)
  • ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
  • ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (AHA)
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ (ESS)
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  • กล้องส่องภาพด้านหลัง
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้างคู่หน้า และม่านถุงลมด้านข้าง เป็นต้น

 

 

นอกจากนี้ Honda HR-V ใหม่ ยังมีระบบที่สาวๆ น่าจะชอบ คือ ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมตอยู่ห่างจากตัวรถ หรือ Walk Away Auto Lock สามารถตั้งค่าให้ล็อกประตูรถอัตโนมัติเมื่อเดินออกห่างจากตัวรถได้ รวมถึงกรณีเปิดประตูท้ายแบบไฟฟ้า ก็สามารถกดปุ่มด้านขวาบนประตูท้าย (ที่มีรูปคนอยู่ด้วย) จากนั้นประตูจะยังไม่ปิดในทันที แต่จะปิดก็ต่อเมื่อผู้ที่ถือกุญแจเดินออกจากตัวรถไปแล้ว โดยจะปิดลงเองพร้อมล็อกประตูให้อัตโนมัติ สะดวกสำหรับคุณผู้หญิงที่กุญแจอยู่ในกระเป๋าสะพายที่ยากจะหากุญแจเจอ รวมถึงคนที่ต้องหิ้วของไม่มีมือจะหยิบกุญแจ อ่อแล้วเกือบลืมบอกไปประตูท้ายก็มีเซ็นเซอร์เปิด-ปิดด้วยเท้ามาให้ด้วย

 

 

สรุปปิดท้าย

All-new Honda HR-V RS ที่ได้รับการปรับปรุงในทุกด้าน ทั้งเรื่องของขุมพลังที่หันมารักษ์โลกมากขึ้นกับ e:HEV ซึ่งจะว่าไปก็แรงกว่าเครื่องเดิม 1.8 ลิตร รวมไปถึงช่วงล่างที่แน่นหนึบขึ้น ซับแรงสะเทือนได้ดี อีกทั้งยังมีระบบความปลอดภัย Honda SENSING มาให้ ขณะที่ราคาตั้งไว้ที่ 1,179,000 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับคู่แข่งในแบรนด์ระดับเดียวกันอย่าง Toyota Cross ก็อยู่ในช่วงเดียวกัน คราวนี้ก็ต้องเลือกแล้วล่ะครับว่า รูปทรงแบบนี้ โดนใจมั้ย ส่วนเรื่องสมรรถนะและชื่อชั้น บอกได้เลยว่าไม่ทิ้งกันครับ