มีชื่อต่อท้ายว่า GR Sport ย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว เพราะมันคือสายพันธุ์ที่พัฒนามาจากรถแข่งของทีม Toyota Gazoo Racing ซึ่งเจ้า Toyota Hilux Revo GR Sport (Hi-Floor) 4×4 คันนี้ก็เป็นหนึ่งทายาทอนุกรม GR เรามาดูกันดีกว่าว่าเจ้า GR Sport คันนี้เค้ามีทีเด็ดอะไร???

 

 

Toyota Hilux Revo GR Sport (Hi-Floor) 4×4

 

สำหรับ Toyota Hilux Revo GR Sport  เวอร์ชั่นยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ (Hi-Floor) เกิดขึ้นมาจากแรงบันดาลใจของรถแข่งในรายการ WRC ที่เปิดราคามา 1,299,000 บาท บอกตรงๆ เห็นราคาแล้วแอบตกใจ ว่ารถกระบะสมัยนี้ราคาไม่ใช่แค่ทะลุล้าน ที่มันกระโดดไปเกือบ ล้านสาม!! แต่อย่าเพิ่งตกใจอะไรไปครับ ลองมาดูกันก่อนดีกว่า ว่ารถกระบะยกสูงราคาเกือบล้านสามเค้ายัดอะไรเข้าไป แล้วมันคุ้มค่าหรือไม่...

 

 

Toyota Hilux Revo GR Sport (Hi-Floor) 4×4 ถือเป็นกระบะยกสูงตัวพิเศษที่มีพื้นฐานเดิมเป็นรถรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และตัวถังแบบ 4 ประตู มาเพิ่มออปชั่น ยัดของแต่ง และปรับเซ็ทอัพสมรรถนะขึ้นใหม่ เพราะฉะนั้นงั้นในส่วนของรูปลักษณ์มันจึงไม่เหมือน Hilux Revo ทั่วไป แต่มันจะมีกลิ่นไอของความเป็น GR Sport ที่ชัดเจนพอสมควร เริ่มกันตั้งแต่ กระจังหน้าที่จากเดิมจะเป็นโลโก้สามห่วงของโตโยต้า ก็ได้ถูกปรับให้เป็นตัวอักษร TOYOTA เหมือนกระบะในแถบอาหรับอะไรประมาณนั้น รวมถึงมาพร้อมกับสัญลักษณ์ GR ที่แปะหราไว้ทางด้านซ้าย ให้เห็นชัดๆ กันไปเลย ว่าตัวเค้านั้นไม่ใช่รุ่นธรรม รวมไปถึงชุดกันชนหน้าก็ได้รับการตกแต่งใหม่ให้ดูมีความสปอร์ตแข็งแกร่งมากกว่าเดิม

 

 

ขยับมาดูด้านข้างกันบ้าง จะเห็นความแตกต่างจากตัวยกสูงธรรมดาอย่างเด่นชัด สะดุดตาแรก คงหนีไม่พ้นลายสติ๊กเกอร์ที่บอกตามตรงลายมันยังไม่โดนใจเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ก็คงแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน ในขณะที่จุดอื่นๆ ก็มีการปรับแต่งเพิ่มเติม ไล่มาตั้งแต่กระจกมองข้างสีดํา ที่ดูเผินๆ อาจนึกว่าไม่มีอะไร แต่ที่จริงแล้วมีการใส่ Welcome Light เข้าไปให้ด้วย ตามด้วยชุดแต่งซุ้มล้อ ที่แอบสะกิดใจนิดๆ กับการมีคลิปสีดำเข้ามาตรงชุดโป่งล้อ ซึ่งถ้าเป็นสีเดียวกับตัวรถไปเลยน่าจะดูสปอร์ตเรียบหรูกว่า ส่วนล้ออัลลอยในรุ่นนี้ใช้ขนาด 18 นิ้ว กับดีไซน์ใหม่แบบ GR Sport ที่ดูแล้วก็รับกับชุดเบรกคาลิปเปอร์สีแดง ที่มีสัญลักษณ์ GR เพิ่มความแตกต่างในจุดนี้อย่างชัดเจน

 

ชุดเบรกคาลิปเปอร์สีแดง สัญลักษณ์ GR

 

ต่อเนื่องไล่ต่อไปดูในส่วนด้านบนหลังคารถกันบ้าง เสาอากาศที่เปลี่ยนมาเป็นแบบ Shark Fin รวมทั้งมีสปอร์ตบาร์โทนสีดำเข้ม และพื้นปูกระบะท้ายที่มีโลโก้ Toyota มองยาวๆ ต่อมาที่ด้านหลัง ดุดันด้วยชุดกันชนหลังสีดำ ในขณะที่ฝาท้ายในรุ่นนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะไม่เพียงมีแค่มีโลโก้ GR Sport และลายสติ๊กเกอร์ที่แปะเพิ่ม แต่มันน่าสนใจตรงที่มีการใส่ใจรายละเอียดเรื่องความปลอดภัย ที่ไม่ใช่ว่าใครอยากจะเปิดฝาท้ายเล่นก็เปิดได้ มันต้องใช้กุญแจในการเปิด ด้วยเหตุผลที่ไม่ให้มิจฉาชีพสามารถถอดขโมยของด้านท้ายกระบะไป ยกตัวอย่างเช่น พื้นปูกระบะท้าย หรือโคมไฟท้าย

 

เสาอากาศแบบ Shark Fin

 

เอาล่ะ!! จบเรื่องภายนอกกันไปแล้ว คราวนี้มาต่อที่ภายในกันบ้าง สำหรับภายในห้องโดยสารนั้น ถือเป็นการเปลี่ยนอารมณ์ไปจากเดิมให้ดูเร้าใจตามสไตล์ GR Sport ด้วยการใช้โทนสีดำสลับแดง สอดแทรกรายละเอียดด้วยวัสดุสี Smoke Silver พร้อมโลโก้ GR ที่แฝงไปทุกแห่งในห้องโดยสาร ทั้งในส่วนของเบาะนั่งหุ้มหนังสังเคระห์สลับหนัง Suede แบบเจาะรู ที่คู่หน้าตรงหมอนพิงศีรษะมีปักโลโก้ GR พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นดีไซน์สปอร์ต 3 ก้าน ที่ด้านล่างมีโลโก้ GR กระทั่งปุ่ม Push start ก็มีโลโก้ GR ไว้บิวท์อารมร์สปอร์ตตั้งแต่เริ่มสตาร์ทรถ ในขณะที่คันเร่ง และเบรก ก็จะมาพร้อมแป้นเหยียบแบบสปอร์ต และที่สำคัญที่ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังให้อีกด้วย

 

ภายในห้องโดยสาร

 

พูดมาซะยาวเฟื้อยเลย แต่อยากจะบอกว่า นี่ยังไม่ถึงจุดไฮไลท์ของเจ้า Toyota Hilux Revo GR Sport (Hi-Floor) 4×4 คันนี้เลยนะ เพราะนอกจากเรื่องของการดีไซน์แล้ว มันยังได้รับการปรับเปลี่ยนช็อคอัพใหม่ มาใช้แบบ Monotube ของยี่ห้อคายาบ้า (Kayaba) ซึ่งให้ฟิลลิ่งการขับขี่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก โดยจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มหนึบที่มากกว่า หากวิ่งช่วงถนนขรุขระแบบใน กทม. ที่ขุดทำถนนมีแผ่นเหล็ก หลุมบ่ออะไรไม่รู้เต็มไปหมดนั้น จะรับรู้ได้ถึงความนุ่ม หรือบอกอีกนัยก็คืออาการกระเด้งกระดอนของช็อคอัพโดยเฉพาะด้านหลังที่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเมื่อได้ลองวิ่งช่วงความเร็วสูง ก็จะรู้สึกถึงอาการของรถที่นิ่งมากกว่า เกาะถนนมากกว่า เข้าโค้งได้แม่นยำกว่า

 

 

แต่จะว่าไปแล้วผมเชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้ว่าหากเอาไปเทียบกับกระบะของอีกค่ายที่มีการเลือกใช้ช็อคอัพ Monotube เหมือนกัน แต่เป็นของยี่ห้อ FOX อย่างตัว Ford FX 4 Max นั้นถ้าเทียบฟิลลิ่งกันจะเป็นอย่างไร ซึ่งต้องบอกว่าโชคดีมากที่ก่อนหน้านี้ไม่นาน ผมได้เจ้าตัว Ford FX 4 Max มารีวิวพอดี เลยยังพอจำฟิลลิ่งของมันได้ โดยฟิลลิ่งของช็อคอัพทั้ง 2 ตัวนั้น เอาจริงๆ ฟิลลิ่งดีแทบไม่ต่างกัน  FOX อาจจะได้เรื่องความนุ่มที่มากกว่าเล็กน้อย แต่จุดอื่นๆ ผมว่าใกล้เคียงกัน แต่ด้วยภาพลักษณ์ของแบรนด์นั้น เชื่อว่าหลายคนคงเอียงๆ ไปทาง FOX มากว่าเท่านั้นเอง

ช็อคอัพแบบ Monotube (Kayaba)

 

มาปิดท้ายกันที่เรื่องของขุมพลัง ที่ยังคงมากับเครื่องยนต์บล็อกใหญ่ 2.8 ลิตร ดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบ ที่ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ที่มาพร้อม Sequential Shift และแป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัย ด้านระบบขับเคลื่อนเป็นแบบ 4 WD Part Time ที่ปรับการทำงานได้ทั้ง 2 ล้อ (2H), 4 ล้อ (4H) ไปจนถึง 4 ล้อความเร็วต่ำ (4L)

 

เครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตร ดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบ

 

สำหรับสมรรถนะของเครื่องยนต์ ไม่ได้มีการปรับแต่งอะไรเพิ่มเติม ยังคงเป็นฟิลลิ่งที่คุ้นเคยกับพละกำลัง 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที่ กับแรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที ที่เหลือมากเกินพอกว่าการใช้งาน แต่ไม่ได้ครับ!! ขายกระบะในเมืองไทยยังไงเครื่องต้องแรงไว้ก่อน

 

มาตรวัดเรือนไมล์

 

กล่าวมาซะยืดยาว ขอตอบคำถามที่ตั้งไว้แต่แรกคือ กระบะยกสูง 4WD ที่ตั้งราคาไว้ 1.299 ล้านบาท มันคุ้มไหม?? ถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนคงได้คำตอบในใจกันแล้ว สำหรับผม เป็นคนไม่ชอบลุยป่าฝ่าดง อาจจะมองว่าราคาสูงไปหน่อย แต่ถ้าใครเป็นสายลุยแล้วล่ะก็ เมื่อมองการตกต่งที่มากับจิตวิญญาณรถแข่ง WRC อาจจะมองว่าราคานี้ไม่สูงเกินไปก็ได้ ... เรื่องนี้แล้วแต่มุมมอง และรูปแบบการใช้งานของแต่ละคน