All-New Honda Civic เจเนอเรชั่นที่ 11 ซึ่งมากับรหัสตัวถัง FE บอกได้เลยว่าเจนฯ นี้ ดูจะเน้นเรื่องสมรรถนะ ที่แบบว่าขับแล้วรู้สึกถึงความแตกต่างจากตัวก่อนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของช่วงล่าง และการควบคุม ส่วนเรื่องดีไซน์อันนี้ก็อยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล

 

 

โดยการรีวิวครั้งนี้ เราได้หยิบจับเอาเจ้า Civic ใหม่ ตัว RS ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดของโมเดลมาทำการทดลองขับ เพราะเราอยากรู้ถึงออปชั่น และฟีเจอร์ทั้งหมดที่ทางฮอนด้า เค้าจัดมาให้ ก่อนอื่นเรามาดูโครงสร้างของ All-New Honda Civic RS กันก่อนว่ามีการปรับใหม่โครงสร้างอะไรบ้าง เริ่มกันตั้งแต่การออกแบบใหม่ให้กว้างและต่ำลงกว่าเดิม รวมทั้งยังทำให้ตัวถังทนต่อการบิดตัวได้มากขึ้น 8% ทนต่อการงอตัวดีขึ้น 13% ซึ่งเรื่องนี้จะได้ช่วยให้ตัวรถขับได้นิ่งกว่าเดิม และการเข้าโค้งนั้นเกาะถนนมากกว่าเดิม

 

โดยในเจนฯ นี้ การประกอบตัวถังจะเป็นแบบใหม่ที่ขึ้นงานเป็นชิ้นเดียว ด้วยเทคโนโลยี Roof Braze ในการประกอบตัวถัง เพื่อลดรอยต่อบริเวณหลังคา โดยเราจะไม่เห็นเส้นยางสีดำมาพาดยาวจากด้านหน้าไปด้านหลังบนหลังคารถ All-New Honda Civic อีกต่อไปแล้ว ซึ่งจะช่วยลดปัญหาที่พอเวลาผ่านไปนานๆ รอยต่อพวกนี้จะเป็นสาเหตุของหลังคารั่วนั่นเอง

 

 

มาดูกันต่อในเรื่องของมิติตัวถัง ยาวxกว้างxสูง จะอยู่ที่ 4,678 x 1,802 x 1,415 มม. ฐานล้อกว้าง 2,733 มม. ซึ่งถ้าเทียบกับตัวเก่าแล้วจะยาวกว่าเดิม 48 มม. กว้างกว่า 3 มม. เตี้ยลง 1 มม. ฐานล้อกว้างขึ้น 35 มม. ตามลำดับ แต่เท่านั้นยังไม่พอ ทางฮอนด้า ยังได้เพิ่มความห่างของล้อหลังให้เพิ่มขึ้นอีก 12 มม. เพื่อให้ตัวรถเวลาวิ่งที่ความเร็วสูงจะมีความนิ่งมากกว่าตัวเดิม

 

ส่วนระบบช่วงล่างนั้น ก็อย่างที่บอกว่าเจ้าซีวิค ใหม่ นี้ เน้นเรื่องสมรรถนะ เพราะฉะนั้นการจะถอยหลังลงคลองไปใช้ช่วงล่างหลังแบบคานแข็งนั้นคงไม่ใช่แน่ๆ โดยด้านหน้าเป็นแบบอิสระ แม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังใช้แบบอิสระ มัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง ขณะที่ล้อแม็กใช้เป็นสีดำ Matte Black ขนาด 17 นิ้ว กับยางขนาด 215/50 R17 ที่บอกได้เลยว่า ถ้าเป็นสายวัยรุ่นแต่งซิ่งมีเอาไปเปลี่ยนขนาดแม็กและยางอย่างแน่นอน ส่วนระบบเบรกให้มาเป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ

 

 

เอาล่ะ!! หลังจากเราได้ดูเรื่องของโครงสร้างคร่าวๆ ของตัวรถไปแล้ว คราวนี้มาดูเรื่องของการดีไซน์กันบ้าง ซึ่งเรื่องนี้มันเป็นความชอบของคนแต่ละคน ผมจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความคิดเห็นและกัน แต่จะไล่เรียงให้ฟังแล้วกันว่าภายนอก ภายใน เค้าใส่ฟีเจอร์ออปชั่นอะไรมาให้บ้าง

 

 

โดยภายนอก All-New Honda Civic RS ใช้ไฟหน้าแบบ Full LED เปิด-ปิดได้อัตโนมัติ พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED รวมทั้งก็ยังมีไฟตัดหมอกแบบ LED ด้วยเช่นกัน โดยการตกแต่งของตัว RS จะเน้นสีดำเยอะหน่อย โดยด้านหน้าก็จะมีกระจังหน้าแผงบน และแผงล่าง รวมถึงกรอบไฟตัดหมอก ส่วนด้านข้างจะมีกระจกมองข้างและมือจับประตูที่เป็นสีดำ และในเจนฯ นี้ จะไม่มีรูกุญแจบนมือจับ เพราะเค้าเอาไปซ่อนเอาไว้ใต้มือจับอีกที เอาเป็นว่าถ้ารีโมทแบตเตอรี่หมด ก็ดึงมือจับประตูออกมา ก็จะเห็นรูกุญแจใต้นั้น

 

 

มาที่ด้านท้ายกันบ้าง สำหรับไฟท้ายก็ใช้แบบ LED ในสไตล์ C line ปลายท่อไอเสียแบบคู่ที่แยกออกซ้าย-ขวา โดยในรุ่น RS จะมีสปอยเลอร์หลังแบบ Ducktail สีดำติดอยู่บนแนวของฝากระโปรง ซึ่งตรงนี้ขอพูดหน่อยละกัน ว่าในส่วนของชุดแต่ง RS ทั้งหมด เกือบจะสวยแล้วเชียว มีเพียงไอ้เจ้าตูดเป็ดอันนี้เท่านั้น ที่มันดูใหญ่ เลอะเทอะด้านท้ายไปซะหน่อย ถ้าออกแบบให้ดูเล็กกว่านี้อีกนิด ดูจะเข้ากับทรงรถมากกว่านี้ รวมไปถึงลายล้อแม็ก ที่เกริ่นไปแล้วข้างต้น ซึ่งด้วยลวดลายของล็อแม็กแล้ว มันดูไม่หรูหราเข้ากับตัวรถเท่าไหร่ แต่ก็อย่างว่าทางฮอนด้า เค้าคงคิดว่าคนที่ซื้อตัว RS ไปคงเอาไปเปลี่ยนล้อแม็กอยู่แล้วมั้ง เลยไม่ได้ใส่ใจในจุนี้

 

 

ขยับเข้าไปภายในห้องโดยสารกันบ้าง สำหรับ All-New Honda Civic RS ที่ผมสะดุ้งโหยงทันทีที่เห็นแผงรังผึ้งบนคอนโซลหน้าที่พาดยาวไปทั้งเส้น ไม่ใช่อะไรหรอก ผมเป็นคนกลัวหรือขยะแขยงอะไรที่เป็นรูๆ ไม่รู้มีใครเป็นเหมือนผมบ้างไหม ต้องใช้เวลาทำใจอยู่พอสมควร ก่อนจะได้สำรวจจุดต่างๆ ภายในห้องโดยสาร ซึ่งก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง โดย ซีวิค ใหม่ นั้นเน้นความเรียบง่าย ใช้งานง่าย ปุ่มต่างๆ ถูกตัดทอนออกไป เหลือไว้แต่ปุ่มปรับแอร์อัตโนมัติแบบแยกโซน ส่วนที่เหลือก็ไปไว้ในหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วตรงกลางแทน โดยไอ้เจ้าหน้าจอนี้ไม่ใช่หน้าจอธรรมดาทั่วไปนะครับ มันเป็นแบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri แต่ก็มีช่อง USB ให้เสียบสายเชื่อมต่อได้เหมือนเดิม ส่วนเรื่งความบันเทิง Civic RS จัดชุดลำโพงมาให้ 8 ตำแหน่ง มีระบบ Honda Connect และก็มี Wireless Charge มาให้อีกด้วย

 

 

มาที่เรื่องเบาะนั่งที่ผมดูจะชอบเป็นพิเศษ กับดีไซน์ที่เป็นการผสมกันระหว่างหนังกลับและหนังสังเคราะห์ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดงตามสไตล์ RS โดยมีระบบปรับไฟฟ้าฝั่งคนขับได้ 8 ทิศทาง ของคนนั่งข้างได้ 4 ทิศทาง ส่วนเบาะหลังก็สไตล์เดียวกัน แต่น่าเสียดายที่พับไม่ได้ เพราะเค้ามองว่าพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังก็ใหญ่โตอยู่แล้ว รวมไปถึงไม่มีช่องแอร์ด้านหลังมาให้อีกต่างหาก ด้านพวงมาลัยเป็นแบบหุ้มหนังทรงกลม ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง พร้อม Paddle Shift และปุ่ม Multi-Function อยู่บนก้านทั้ง 2 ข้าง ด้านซ้ายใช้ปรับคุมเครื่องเสียง ด้านขวามเอาไว้คุมระบบ Adaptive Cruise Control สำหรับมาตรวัดหน้าจอ TFT มากับขนาด 10.2 นิ้ว แบบ Digital ซึ่งจะบอกข้อมูลทุกอย่างบนจอนี้

 

 

ไล่เรียงเรื่องนู้นเรื่องนี้มาซะยาวยืด มาเข้าเรื่องสมรรถนะกันดีกว่า ที่ผมรู้สึกว่าเจ้า ซีวิค ใหม่ เจนฯ นี้ มันขับดีซะเหลือเกิน เริ่มกันที่เรื่องขุมพลังกันก่อน ซึ่ง ซีวิค ใหม่ นี้ ไม่ต้องยุ่งยากมีหลายเครื่องยนต์ให้เลือก เพราะทุกรุ่นใส่เครื่องยนต์บล็อกเดียวกันเลยนั่นก็คือเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว VTEC TURBO หัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI ที่ถึงแม้จะเป็นขนาดเดิม แต่ไม่ใช่เครื่องยนต์ตัวเดิมที่ใช้อยู่ในซีวิค ตัวก่อนหน้านี้ แต่เครื่อง 1.5 ลิตร VTEC TURBO นี้ ได้ไปหยิบยืมเอามาจากตัว Accord ซึ่งแน่นอนสิ่งที่ได้มานั่นก็คือระบบ VTEC ที่เหนือกว่าเครื่องตัวเดิมที่ใช้ในซีวิคเก่า แต่เครื่องตัวนี้ใช่ว่าจะมีพละกำลังเท่าตัวแอคคอร์ด 1.5 นะ เพราะในส่วนของเทอร์โบนั้น ได้มีการลดจำนวนของใบเทอร์โบลง เพื่อไม่ให้แรงเกินหน้าเกินตาไป โดยทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้สามารถรีดพละกำลังออกมาได้มากกว่าเดิม 5 ตัว เป็น 178 แรงม้า แรงบิด 240 นิวตันเมตร (จากเดิม 220 นิวตันเมตร) โดยยังไม่เปลี่ยนระบบส่งกำลัง ยังคงเลือกใช้งานเกียร์แบบ CVT เหมือนเดิม แต่ในส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถรองรับน้ำมันได้สูงสุดถึง E85

 

 

 

sซึ่งฟิลลิ่งการขับขี่ต้องบอกว่าอัตราเร่งนั้นตอบสนองดีมากๆ เห็นรถตัวถังใหญ่กว่าเดิม ไม่ต้องกังวลว่าจะอืดจะยืดเลยครับ เพราะขุมพลังที่จัดมาให้นั้น มาแบบเหลือๆ ขับแค่โหมด Normal ธรรมดาๆ ก็ขับสนุกแล้วครับ แถมยังได้ความนุ่มนวลอีก แต่ถ้าอยากสนุกปรับไปโหมดสปอร์ต ก็จะลากรอบได้มากขึ้น รู้สึกถึงแรงดึงของเทอร์โบได้ชัดเจนขึ้น แต่สำหรับผมเริ่มแก่และครับ ขับแค่โหมด Normal สบายๆ ประหยัดๆ พอ อ่อ!! และสำหรับอัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ผมจำในตัวก่อนหน้านี้ไม่ได้นะครับ ว่าวิ่งได้อยู่เท่าไหร่ แต่สำหรับตัวนี้ผมทำอัตราเฉลี่ยวิ่งในเมืองนอกเมืองได้ประมาณ 10.2 กม./ลิตร ก็ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ที่รับได้สำหรับเครื่องที่ให้สมรรถนะสูงขนาดนี้

 

มาในส่วนของการควบคุมบ้าง โดยในส่วนของช่วงล่างนั้น ผมสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดจากตัวเดิมที่ช่วงล่างจะเน้นนุ่ม นั่งสบาย แต่พอขับช่วงความเร็วเข้าหน่อยเข้าโค้งนี่มีอาการตูดย้วย แต่สำหรับเจนฯ ใหม่นี้ มาคนละแนวเลยครับ ความนุ่มก็ยังคงนุ่มอยู่ แต่อาจจะรู้สึกแข็งขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แต่เรื่องความเกาะถนน ความหนึบของช่วงล่างแล้ว ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ เหมาะแล้วครับช่วงล่างกับความแรงระดับนี้ ในขณะที่พวงมาลัยก็คมใช้ได้ น้ำหนักก็กำลังพอดีมือ ตามคอนเซ็ปต์ของฮอนด้าที่ให้ผู้หญิงขับได้สบาย

 

 

อ่อ!! พอพูดถึงผู้หญิงเกือบลืมเรื่องของระบบกุญแจแบบใหม่ Honda Smart Key Card ที่มีลักษณะแบนเล็ก พกสะดวก ง่ายสำหรับคุณผู้หญิงที่จะเสียบไว้ในช่องกระเป๋า แต่ใครไม่ชอบจะใช้รีโมทแบบเดิม ฮอนด้าเค้าก็มีมาให้ด้วยนะครับ โดยเจ้ารีโมทแบบเดิมแม้จะหนาๆ แต่ก็สามารถใช้งานระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศได้ โดยเจ้าตัวการ์ดไม่มีปุ่มให้กดจ้า แต่ถ้าจะสั่งการผ่านระบบ Honda Connect ก็สามารถทำได้เช่นกัน

 

 

มาถึงเรื่องสุดท้ายกับระบบความปลอดภัย Honda Sensing ที่คราวนี้ Civic ใหม่ จัดมาให้ในทุกรุ่นย่อย และแน่นอนตัว RS ก็มีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น

 

• ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)

 

• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

 

• ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

 

• ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)

 

• ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

 

• ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) (ซึ่งเฉพาะระบบนี้จะมีแต่เฉพาะในรุ่น RS เท่านั้น)

 

• กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)

 

• ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

 

• ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)

 

• สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal - ESS)

 

 

และสุดท้ายที่ผมชอบที่สุดคือ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN) เวลาที่เราใช้ Auto Hold ซึ่งระบบจะเตือนทั้งหน้าจอและเสียง เมื่อรถข้างหน้าขยับเคลื่อนที่ ซึ่งแน่นอนเหมาะกับยุคนี้ที่เราจอดติดไฟแดงปุ๊บก็หยิบมือถือขึ้นมาเล่นปั๊บ และพอรถขยับเราไม่รู้ โดนรถหลังปีบแตรด่า ซึ่งในซีวิค ใหม่ นี้หมดปัญหาเรื่องนี้ไปเลยจ้า

 

 

สรุปปิดท้าย สำหรับ All-New Honda Civic RS ที่วางราคาจำหน่ายเอาไว้ที่ 1,199,900 บาท ผมว่าน่าสนใจเลยทีเดียว เพราะหากเทียบกับตัวเดิมนั้นเค้าตั้งราคาไว้ต่ำกว่า เหตุผลหนึ่งก็จากรุ่นนี้เติม E85 ได้ ทำให้ได้ภาษีลดลง รวมถึงของที่ให้มาก็จัดว่าครบ ยกเว้นล้อแม็กที่ผมว่าต้องเอาไปเปลี่ยนซะหน่อย อีกทั้งยังมีระบบ Honda Sensing ที่ให้มาแบบล้นๆ มองทุกจุดแล้วไม่ยากกับการตัดสินใจเป็นเจ้าของ หากแต่อย่างที่บอกสำหรับใครที่ไม่ชอบรูๆ ตรงคอนโซลด้านใน อันนี้ทำใจยากหน่อย แต่ถ้าไม่สนใจจุดนี้ อย่างอื่นผมให้ผ่านหมดเลยครับ