ถือเป็นการอัพสเต็ปไปอีกขั้นสำหรับปิกอัพสปอร์ตออฟโรด NEW ISUZU V-CROSS 4X4 MAGIC EYEs ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ทั้งรูปร่างหน้าตา และที่สำคัญมีการใส่เพิ่มระบบความปลอดภัย โดยมาพร้อมค่าตัว 1.224 ล้านบาท

 

 

 

NEW ISUZU V-CROSS 4X4 MAGIC EYEs

 

NEW ISUZU V-CROSS 4X4 MAGIC EYEs กับหน้าตาใหม่ที่มาพร้อมการ์ดกันชนหน้าสีทูโทน และชุดแต่งสีเทาดำรอบคัน ไม่เว้นแม้แต่กระจกมองข้าง ราวหลังคา มือจับประตู บันไดข้าง ที่เปิดกระบะท้าย รวมไปถึง Fender Lip และ Robust Extender ที่เพิ่มความดุดันให้กับตัวรถไม่น้อย ในขณะที่ภายในไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร เบาะไฟฟ้ามีให้แค่ตำแหน่งคนขับตำแหน่งเดียว ส่วนตัวหนังหุ้มเบาะเป็นหนังแบบ Coolmax ที่ช่วยสะท้อนความร้อนเวลาจอดตากแดด ให้สามารถขึ้นไปนั่งได้โดยไม่ร้อนก้น

 

 

 

ด้านขุมพลัง ยังคงมากับเครื่องยนต์เดิม Isuzu 3.0 Ddi Blue Power รหัส 4JJ3-TCX ที่เดิมๆ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที โดยระบบส่งกำลังเป็นแบบอัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Terrain Command ที่มีสวิตช์เปลี่ยนการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อเป็น 4 ล้อ ทำงานได้ง่ายดาย โดยเลือกการใช้งานให้เหมาะกับทุกสภาพถนนทั้ง 2H/4H และ 4L พร้อมกับความสามารถลุยน้ำท่วม!! … เอ้ย!! น้ำลึกได้สูงสุด 800 มิลลิเมตร และที่สำคัญยังมาพร้อมระบบ Electronic Diff-Lock ควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า เพียงกดปุ่มง่ายๆ ระบบก็จะช่วยล็อกเฟืองท้ายให้เครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังล้อหลังด้านซ้าย และขวาเท่ากันเพื่อให้ผ่านอุปสรรคเส้นทางทุรกันดารได้อย่างง่ายดาย

 

เครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power 

 

ส่วนเรื่องการควบคุม NEW ISUZU V-CROSS 4X4 MAGIC EYEs มากับแพลตฟอร์ม ISUZU DYNAMIC DRIVE ที่ออกแบบมิติฐานล้อ และช่วงล้อหน้า-หลัง ที่เหมาะทั้งการขับขี่แบบรถเปล่า และรองรับการบรรทุกหนัก

 

 

ซึ่งจากการทดลองขับแล้ว เรื่องเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ก็เป็นแบบเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยกันอยู่ 190 แรงม้า  450 นิวตัน-เมตร แรงพอตัว หรือถ้าหากแรงไม่พอ บอกเลยว่า เอาไปดันราง จูนเพิ่มหน่อย เครื่องตัวนี้ พวกช่างจูนบอกหวานหมู แรงขึ้นเห็นๆ ทั้งแรงม้า แรงบิด กระโดดเอาเรื่อง ในขณะที่เรื่องการควบคุมฟิลลิ่งของช่วงล่างค่อนข้างแข็งกระด้างหน่อย ดูแล้วจะเซ็ตค่อนไปทางบรรทุกมากกว่าการใช้งานทั่วไป แต่จุดที่น่าปรับปรุงคือเรื่องพวงมาลัยที่แม้เป็นพาวเวอร์แบบแร็คแอนด์พิเนี่ยน แต่น้ำหนักยังรู้สึกหนักมือไปหน่อย หากปรับให้เบากว่านี้ น่าจะขับได้ง่ายขึ้น

 

 

มาถึงเรื่องไฮไลท์ที่ถือเป็นจุดสำคัญหลักของปรับพัฒนาใหม่ครั้งนี้ คือเรื่องการติดตั้งระบบเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของวงการรถปิกอัพเมืองไทยกับนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่ทำหน้าที่เสมือนดวงตาคอยตรวจจับวัตถุด้านหน้าแบบ Real Time ได้อย่างชัดเจน และแม่นยำกว่าระบบกล้องหน้าเดี่ยว (Mono Camera) นอกจากนี้ยังมีเรดาร์อีก 2 จุด และเซ็นเซอร์อีก 8 จุดรอบคัน

 

 

ซึ่งระบบความปลอดภัย ADAS ใน NEW V-CROSS 4X4 MAGIC EYEs ใหม่ นี้มีระบบอะไรบ้าง เราสรุปมาให้ทั้งหมด 12 รายการประกอบไปด้วย

 

 

 

  1. ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop and Go (Full Speed Range Adaptive Cruise Control - ACC) ระบบจะควบคุมความเร็วให้คงที่พร้อมตรวจจับรถยนต์ด้านหน้า และจะช่วยควบคุมความเร็ว เพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยโดยอัตโนมัติได้ พร้อมฟังก์ชัน Stop and Go
  2. ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning - FCW) จะตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้าเมื่อระยะห่างระหว่างรถกับสิ่งกีดขวางอยู่ในระยะกระชั้นชิดเกินไป และเสี่ยงต่อการชน โดยแสดงคำเตือนบนหน้าจอ MID
  3. ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking - AEB) เมื่อระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (FCW) เตือนขึ้นแต่ผู้ขับขี่ยังไม่เหยียบเบรก และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการชนระบบ AEB จะทำงาน เพื่อหลีกเลี่ยงการชน โดยระบบจะแจ้งให้ผู้ขับขี่ทราบผ่านคำเตือนบนหน้าจอ MID และการส่งเสียงเตือนสั้นซ้ำๆ หลังจากรถหยุดนิ่ง ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติจะยังทำงานต่อเนื่องอีก 2 วินาที และจะยกเลิกการทำงาน ทั้งนี้ระบบจะทำงานเมื่อรถยนต์เคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วประมาณ 8-160 กม./ชม.
  4. ระบบแจ้งเตือนออกนอกเลน (Lane Departure Warning - LDW) ระบบจะช่วยเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบเมื่อรถยนต์ออกนอกเลน เมื่อรถมีความเร็วประมาณ 60-130 กม./ชม. และถนนต้องมีเส้นแบ่งเลนชัดเจน
  5. ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beam - AHB) กล้องหน้าคู่จะตรวจสอบความสว่างโดยรวม และเปิด-ปิดไฟสูงให้เหมาะสมกับการขับขี่โดยอัตโนมัติ เมื่อความเร็วรถมากกว่า 40 กม./ชม. 
  6. ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด (Pedal Misapplication Mitigation - PMM) ระบบจะตรวจจับการเหยียบคันเร่ง และสิ่งกีดขวางด้านหน้าด้วยกล้องหน้าคู่ เมื่อพบว่ามีการเหยียบคันเร่งมากเกินไปโดยไม่ได้ตั้งใจด้วยแรงเหยียบเกินกว่า 30% ขณะรถยนต์จอดอยู่ หรือเคลื่อนที่ช้า ๆ และกล้องหน้าคู่พบสิ่งกีดขวางด้านหน้ารถยนต์มีระยะห่างน้อยกว่า  4 เมตร ระบบจะตัดการทำงานของเครื่องยนต์เพื่อป้องกันหรือลดความเสียหายของการชน
  7. ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง (Manual Speed Limiter - MSL) ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าความเร็วสูงสุดที่ต้องการให้สอดคล้องกับสภาพถนนในขณะขับขี่ โดยตั้งค่าได้ทั้งในขณะขับรถหรือรถหยุดนิ่ง  ให้อยู่ในช่วงความเร็วระหว่าง 30-160 กม./ชม.
  8. ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Monitoring - BSM) ขณะขับรถที่ความเร็ว 15 กม./ชม. หากมียานพาหนะอื่นอยู่ในบริเวณจุดอับสายตา  ระบบจะตรวจจับด้วยเรดาร์ด้านท้ายรถยนต์
  9. ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถยนต์ (Rear Cross Traffic Alert - RCTA) เมื่อเรดาร์ด้านท้ายรถยนต์ตรวจจับพบว่ามีวัตถุวิ่งผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ระบบจะส่งสัญญาณเสียงเตือน พร้อมไฟกะพริบที่กระจกมองข้าง  ทั้งนี้รถยนต์ต้องมีความเร็วไม่เกิน 10 กม./ชม.  เกียร์ต้องอยู่ในตำแหน่ง “R”
  10. ระบบเซ็นเซอร์ช่วยจอดรถยนต์ (Parking Aid System) ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายขณะจอดรถยนต์ หรือขับขี่ในเส้นทางแคบ  ด้วยเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน ทั้งนี้รถยนต์ต้องมีความเร็วไม่เกิน 10 กม./ชม.  และระดับเสียงเตือนจะดัง-เบาตามระยะใกล้-ไกลระหว่างวัตถุกับรถยนต์
  11. ระบบเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ (Multi - Collision Brake - MCB) เพื่อลดโอกาสการชนต่อเนื่อง ระบบจะช่วยเบรกอัตโนมัติภายหลังการเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้แอร์แบคทำงาน เพื่อลดความเร็วและแรงเหวี่ยงของรถยนต์หลังการชน
  12. ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา Turn Assist with AEB

 

 

 

ซึ่งบอกตามตรงว่า ผมไม่ได้ลองทุกระบบที่เค้าใส่มาให้ แต่เท่าที่ได้ลองเกือบ 10 ระบบ ทุกระบบทำงานตอบสนองได้ดี แต่มีนิดนึงครับ สำหรับใครที่ขับรถแล้วขี้รำคาญกับเสียงเตือนของระบบความปลอดภัยที่ค่อนข้างจะเตือนดังหน่อย ผมแนะนำให้ปรับตัวซักนิดนึง เพราะระบบต่างๆ พวกนี้ บางครั้งอาจเป็นตัวช่วยให้รอดจากอุบัติเหตุร้ายแรง ก็เป็นได้ครับ