เริ่มต้นขึ้นแล้วสำหรับ Motor Expo 2022 ซึ่งครั้งนี้เป็นการจัดงานที่เรียกได้ว่าปล่อยของกันออกมาอย่างเต็มที่ หลังจากที่อดกลั้นมานานเกือบ 3 ปี จากเวลาที่ผ่านมา เทคโนโลยีของยานยนต์ก็มีความหลากหลายขึ้น หลายค่ายนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น คอนเทนต์นี้จะพอไปชมรถยนต์ที่เปิดตัวใหม่ในประเทศไทย และรถยนต์ไฮไลท์ของแต่ละบูธที่คุณไม่ควรพลาดงานนี้ ขอเริ่มต้นที่ค่ายรถยนต์ทางฝั่งเอเชียกันก่อน

 

 

 

Honda

 

ครั้งนี้ฮอนด้านำคอนเซ็ปต์คาร์พลังงานไฟฟ้า จัดแสดงยนตรกรรมพิเศษ 2 รุ่น ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39 นำโดย Honda SUV e:Prototype รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า 100% ที่พร้อมนำเสนอคุณค่าด้านการขับขี่ที่ล้ำสมัย ด้วยดีไซน์การออกแบบภายนอกที่เรียบหรู การออกแบบไฟด้านหน้าเน้นเส้นสายในแนวยาวที่โฉบเฉี่ยว ภายในห้องโดยสารโปร่งโล่ง มาพร้อมหน้าจอ infotainment แบบสัมผัส Advanced Touch และหน้าจอแสดงผลการขับขี่ขนาดใหญ่ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING

 

 

และเอาใจสาวกคนชอบรถแรงกับ ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ (Civic Type R) ที่สุดแห่งยนตรกรรมความสปอร์ต เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยคันที่นำมาจัดแสดงมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร VTEC TURBO ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ โหมด Comfort, Sport, +R และเพิ่มโหมด Individual เป็นครั้งแรกในรุ่นนี้ พร้อมทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSI) สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Type R Serial Number Plate

 

 

 

 

Toyota

 

 

ขอเริ่มที่ GR Corolla Sport hatchback ตัวแรงรุ่นล่าสุดใน GR Series สายพันธุ์ “World Rally Championship” ที่หลายคนรอคอย โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับขี่เหนือระดับ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.6 เทอร์โบ 300 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 6 iMT ขับเคลื่อน 4 ล้อ GR-Four และเพียบพร้อมด้วย TOYOTA DNA ทั้งคุณภาพ ความ และความน่าเชื่อถือ อันเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าทั่วโลก นำเข้ามาจำนวนจำกัดเพียง 9 คัน ในราคา 3,949,000 บาท (นำเข้าญี่ปุ่น) และคาดว่าจะถูกจองไปครบแล้ว

และแน่นอนกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกของโตโยต้า กับรุ่น bZ4X ยนตรกรรมที่มาจาก TOYOTA DNA (Beyond Electric Experience, Toyota DNA) ซึ่งได้รับการยอมรับจากลูกค้ามาอย่างยาวนาน ภายใต้ปรัชญาในการพัฒนารถด้วยองค์ประกอบของ QDR ได้แก่ Quality : คุณภาพ Durability : ความทนทาน และ Reliability : ความน่าเชื่อถือ ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่ครอบครองรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่โดดเด่นเหนือระดับรุ่นนี้ จะได้รับสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า ขับสนุก (Fun-to-Drive) ตอบสนองฉับไว แม่นยำในการขับเคลื่อน ด้วยโครงสร้าง e-TNGA ซึ่งเป็น Platform ใหม่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าของโตโยต้าโดยเฉพาะ

 

 

สำหรับคอรถปิกอัพห้ามพลาดกับ Hilux REVO-D 4 ประตู Z-Edition (Lo-Floor) ตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น และคนทำงานกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งเน้นการใช้รถในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทางมาทำงาน และการใช้ชีวิตสันทนาการหลังเลิกงาน เพื่อเพิ่มความสนุกสนาน เกาะถนนหนึบ นุ่มนวล และความสบายในการขับขี่มากยิ่งขึ้น จึงได้เพิ่มชุดช่วงล่างใหม่ ที่ลดความสูงของช่วงล่างลง 23 มม. พร้อมปรับขนาดล้ออัลลอยด์จากเดิม 16 เป็น 17 นิ้ว และเพิ่มความนุ่มนวล เกาะถนน ด้วยการใช้ยาง Radial สมรรถนะสูงขนาด 215/55 R17 ทำให้สามารถควบคุมพวงมาลัยได้ดั่งใจ และสนุกสนานในการขับขี่มากยิ่งขึ้น โดยได้รับการยอมรับและพิสูจน์จากลูกค้าจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขัน Slalom

 

 

BYD

 

 

มาถึงรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนอย่าง BYD ที่ได้นำรุ่น ATTO 3 เข้ามาให้ลูกค้าได้สัมผัสและสามารถสั่งจองได้แล้ว ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยว พร้อม การตกแต่งภายในที่ล้ำสมัยสไตล์ Sporty & Rhythmic Design ที่คำนึงถึงความสะดวกและปลอดภัยของผู้ขับขี่ โดดเด่นด้วยขุมพลังจาก BYD Blade Battery (LFP) ความจุ 60.48 กิโลวัตต์ชั่วโมง  ให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์หรือ 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร ระยะทางวิ่ง 480 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC หรือ 420 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร / ชั่วโมง ภายใน 7.3 วินาที พวงมาลัยไฟฟ้า Electric Power Assisted Steering (EPS) ช่วงล่างมีระบบกันสะเทือนมัลติ-ลิงค์ด้านหลัง ให้ความนุ่มนวลและเกาะถนนดีเยี่ยม ระบบเบรคด้านหน้าดิสก์เบรคแบบมีช่องระบายความร้อน รองรับหัวชาร์จ แบบ AC Type 2 และแบบ DC - CCS 2 สูงสุด 80kW มีระบบ V2L (Vehicle To Load) จ่ายไฟฟ้าได้สูงสุด 2.2 kW พร้อมระบบการดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative braking) นอกจาก ATTO 3 แล้ว BYD ยังมีทัพยานยนต์ไฟฟ้าที่นำมาจัดโชว์และให้สัมผัส อีกถึง 6 รุ่น ได้แก่ BYD Seal EV, BYD HAN EV, BYD TANG EV, BYD Dolphin EV, BYD QIN PLUS DMi และ BYD SONG PLUS DMi,

 

Neta

 

 

Neta S เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในสไตล์ Sporty Smart Coupe ที่มาพร้อมระบบช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ โดยรุ่น Special Version มีพละกำลังสูงสุดถึง 462 แรงม้า มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ จึงให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 3.9 วินาที แบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน ขนาดความจุ 91 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 650 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน CLTC

Neta S ติดตั้งกล้องรอบคัน 13 ตัว, เซนเซอร์ Ultra Sonic 12 ตัว, เรดาร์ 5 ตัว และ LiDAR อีก 2 ตัว ทั้งหมดสั่งการผ่านหน้าจอกลางแนวตั้งขนาดใหญ่ 17.6 นิ้ว ระบบปฏิบัติการ Huawei MDC Smart Platform นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอ Touchscreen ขนาด 12.3 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหน้าอีกด้วย

 

 

GWM

 

 

หลายคนเฝ้าของไฮไลท์จากบูธนี้ GWM ที่มีการเผยโฉม ORA Grand Cat ครั้งแรกในไทย เจ้าเหมียวพรีเมียมคูเป้ไฟฟ้า 100% มาพร้อมระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยมอเตอร์ขับเคลื่อน 2 ตัว มอบพละกำลังสูงสุดถึง 408 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 680 นิวตันเมตร ทำความเร็วระหว่าง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.3 วินาที และวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 550 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ (ตามมาตรฐาน NEDC) รูปลักษณ์ภายนอกสง่างามสะกดทุกสายตากับความหรูหราและทันสมัยด้วยหลังคากระจก กระจังหน้าพร้อมระบบ Active Air Intake สปอยเลอร์หลังไฟฟ้า พร้อมเสียงท่อไอเสียสังเคราะห์เพื่อเพิ่มความสปอร์ตในการขับขี่ (Exhaust Synthetic Noise) ภายในดูเรียบหรูด้วยจอ Multimedia Touch Screen ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว พร้อมลำโพง Infinity 11 ตัวและแอมพลิไฟเออร์แยกอิสระ เบาะคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบคูลลิ่งและนวดไฟฟ้า อำนวยความสะดวกสบายได้อย่างครบครัน

 

 

มาที่อีกหนึ่งรุ่นคือ ORA Good Cat 500 PRO รุ่นย่อยของเจ้าเหมียวไฟฟ้าที่มาพร้อมเฉดสีใหม่ถูกใจสายรักษ์โลก Pistachio  Green นอกจากนี้ สำหรับสาวกเจ้าเหมียวสายสปอร์ต ORA Good Cat GT เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดให้จองสีใหม่ สีขาว Hamilton White ด้วยราคาเดิม 1,286,000 บาท ภายในงานอีกด้วย

 

 

มาทางฝั่งรถเอนกประสงค์กันบ้าง GWM ได้เปิดตัว HAVAL H6 Hybrid SUV โฉมใหม่ โฉบเฉี่ยวยิ่งกว่าที่เคย ตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบายมากขึ้น มาพร้อมกระจังหน้าแบบ Star Matrix และยังคงอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย ที่เป็นทั้ง Best-in-class และ First-in-class พร้อมเพิ่มระบบฝาท้ายไฟฟ้าแบบ hand-free นอกจากนี้ New HAVAL H6 Hybrid SUV โฉมใหม่ ยังโดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 Turbo ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังรวมสูงสุด 243 แรงม้า ให้แรงบิดรวมสูงสุด 530 นิวตันเมตร ระบบเกียร์แบบ DHT ที่รองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด และสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม GWM L.E.M.O.N แพลตฟอร์มโมดูล่าร์อัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนและรองรับเครื่องยนต์ได้หลากหลายรูปแบบ และยังสามารถอัพเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA) การสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ และการสั่งการและควบคุมรถผ่าน GWM Application พร้อมให้แฟนๆ เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ในราคา 1,349,000 บาท

 

Suzuki

 

 

ซูซูกิแนะนำ “NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID เติมเต็มความต้องการของลูกค้า ด้วยเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle (SHVS) ติดตั้งมาในรถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้า (Integrated Starter Generator หรือ ISG) พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION เพื่อเสริมการขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์ไม่ต้องทำงานหนัก และชาร์จกระแสไฟ (Regenerative) เข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ เพื่อช่วยเสริมกำลังการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ มีผลทำให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันสูงสุดอยู่ที่ 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย ด้วยที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง และเสริมระบบความปลอดภัยครบครัน

 

 

Mitsubishi

 

 

 

ในงานนี้ มิตซูบิชิ เปิดตัวรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่! ได้รับการยกระดับไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีระบบฟอกอากาศ ที่ชื่อว่า “นาโนอีเอ็กซ์” (nanoeX) ซึ่งจะช่วยสร้างอากาศที่สะอาดและสดชื่นที่สุดภายในห้องโดยสาร เพื่อทุกคนที่คุณรัก พร้อมด้วยเบาะรองนั่งปรับไฟฟ้า ที่ออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสบายสูงสุดสำหรับคนขับ รองรับทุกสรีระขณะขับขี่ ร่วมด้วยระบบเครื่องเสียงไดนามิคแบบพรีเมี่ยม 8 ลำโพง ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปตลอดทุกเส้นทาง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่! เป็นรถอเนกประสงค์ SUV ที่โดดเด่นที่สุดทั้งในด้านความหรูหรา สมรรถนะ เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายในห้องโดยสาร ขับเคลื่อนเต็มพลังด้วยเครื่องยนต์ MIVEC ดีเซล 4 สูบ DOHC ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ขับขี่มั่นใจในทุกสภาพถนนด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และระบบเกียร์อัจฉริยะ 8 จังหวะ พร้อม Sport Mode และโหมดประหยัดเชื้อเพลิง