Mitsubishi Mirage RALLIART ที่พกพา DNA มาจากสนามแข่ง ด้วยดีไซน์สปอร์ต ดุดัน ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรถแข่งแรลลี่ โดยเปิดราคาค่าตัวไว้ที่ 5.37 แสนบาท เรามาดูกันว่า ได้อะไรมาเพิ่มบ้าง

 

 

 

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ามิราจในรุ่นพิเศษ RALLIART นั้น มีสีให้เลือก 2 แบบเท่านั้น คือตัวถังสีขาว หลังคาดำ White Diamond/Black Roof กับตัวถังสีแดง หลังคาดำ Red Metallic/Black Roof โดยจะมีจุดตกแต่งเพิ่มเติมอะไรบ้าง เรามาไล่ดูกันชัดๆ แบบระเอียดกันไปเลย

 

Mitsubishi Mirage RALLIART 

 

Mitsubishi Mirage RALLIART ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรถแข่งแรลลี่ของค่ายมิตซูบิชิ โดยได้เสริมลุคสปอร์ตด้วยชุดแต่งแรลลี่อาร์ต ที่มาเด่นชัดตั้งแต่ กระจังหน้าตกแต่งด้วยลายเส้นสีแดง ไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์แบบฮาโลเจน ไฟท้าย LED สปอยเลอร์หลังสีดำ หลังคาสีดำ ปลายท่อไอเสียโครเมียม และล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง 175/55 R15 ที่มาพร้อมแผ่นยางกันโคลนสีแดงทั้ง 4 ล้อ โดยคู่หน้าไม่มีโลโก้ RALLIART ในขณะที่คู่หลังมีโลโก้ RALLIART เห็นได้อย่างชัดเจน

 

ไฟท้ายแบบ Led

 

ด้านภายในห้องโดยสาร ดูดีขึ้นกว่าเดิมด้วยการตกแต่งวัสดุแบบ Piano Black และ Carbon Print เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้าแบบทูโทนสีแดง-ดำ เบาะนั่งหลังปรับพับ แบบ 60:40 เพิ่มพื้นที่การใช้งานได้ โดยมีการติดตั้งออปชั่นอำนวยความสะดวกมาให้ อาทิ มาตรวัดการขับขี่แบบ High Contrast พร้อมจอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์ หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto กุญแจรีโมท พร้อมระบบเซ็นทรัลล็อก ระบบสั่งงานด้วยเสียง Siri และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีกล้องหลังติดตั้งมาให้ด้วย

 

ภายในห้องโดยสาร

 

สำหรับสมรรถนะยังคงเดิมด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 1,193 ซีซี. 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว พร้อมระบบ Auto Stop & Go ส่งกำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ INVECS-III CVT พร้อมระบบ INC ในขณะที่ระบบช่วงล่าง ก็ไม่ได้รับการอัพเกรดอะไรเพิ่มเติม ซึ่งเอาจริงๆ ถ้าจะให้สุด น่าจะเติมเรื่องช็อคอัพสปอร์ตมาให้อีกหน่อย จะดูแจ่มกว่านี้

เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 1,193 ซีซี. 3 สูบ

 

 

สปอยเลอร์หลังสีดำและหลังคาสีดำ

 

ปิดท้ายที่ด้านระบบความปลอดภัย มีมาให้ตามมาตรฐาน เช่น ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับ ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก ABS ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC ระบบป้องกันการลื่นไถล TCL ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA เป็นต้น

 

ปลายท่อไอเสียโครเมียม

 

ในขณะที่ราคาซึ่งตั้งไว้ 5.37 แสนบาท ซึ่งต้องจ่ายเพิ่มจากตัว GLX ที่เอามาอัพเกรดอยู่ 28,000 บาท โดยดูจากของที่ให้ ท่านผู้อ่านก็ลองตัดสินใจเอาแล้วกันครับว่า ชอบ หรือ คุ้ม ขนาดไหน?? เรื่องนี้ก็อยู่ที่ความชอบของบุคคล