NEW MG HS รถเอสยูวี ที่นอกจากจะได้รับการปรับโฉมใหม่แล้ว ยังมาเหนือด้วยระบบนำทางอัจฉริยะ หรือ AR Navigation ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ MG

 

NEW MG HS เป็นรถยนต์ในกลุ่ม C-SUV ที่ได้มีการปรับโฉมใหม่ เพิ่มความโฉบเฉี่ยวและหรูหรา ใส่ฟังก์ชั่นล้ำสมัยอย่าง AR Navigation ซึ่งก่อนที่เราจะไปดูความเปลี่ยนแปลงของตัวรถ ผมอยากกล่าวถึงเทคโนโลยีนี้ให้ทราบกันก่อนเลย

 

 NEW MG HS

 

สำหรับ AR Navigation นั้น จะเป็นการบอกเส้นทางด้วยภาพเสมือนจริง จากกล้องหน้ารถ ที่ทำงานร่วมกับระบบนำทาง Navigation แบบ Real Time โดยจะแสดงเส้นทางบนหน้าจอเรือนไมล์เลย ซึ่งช่วยทำให้การนำทางมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ช่วยไม่ให้สับสน หรือขับหลงทาง จากความไม่แม่นยำของระบบนำทางนั่นเอง

 

 

เอาล่ะ!! หลังจากเราทราบถึงเทคโนโลยีไฮไลท์ของรถคันนี้กันไปแล้ว คราวนี้ก็มาดูถึงรูปลักษณ์ภายนอกที่ได้ถูกปรับเปลี่ยนไป มีอะไรบ้าง สำหรบภายนอกของ NEW MG HS จุดที่เปลี่ยนไป เด่นๆ เลยคือกระจังหน้าดีไซน์ Digital Burning Grille สีทูโทน ซึ่งถ้ามองกันแล้วหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ายกเอามาจาก MG5 สปอร์ตซีดานตัวขายดีของค่ายนี้

 

กระจังหน้าแบบ Digital Burning Grille สีทูโทน 

 

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของกันชนหน้า และกันชนท้ายดีไซน์ใหม่ อีกทั้งยังติดตั้งกล้องด้านหน้ารถ ซึ่งอย่างที่บอก เป็นกล้องที่ใช้กับเจ้า AR Navigation โดยจะติดตั้งอยู่บริเวณเหนือโลโก้ MG พร้อมกันนี้เจ้ากล้องตัวนี้ยังทำหน้าที่เป็นกล้อง 360 องศา ช่วยเป็นหูเป็นตา ให้สามารถขับขี่เจ้า New HS ได้อย่างสบายและปลอดภัย

 

 

ไฟหน้าแบบ QUAD LED Projector มาพร้อมกับไฟ Daytime Running Lights ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control) ช่วยให้การขับขี่ยามค่ำคืนสะดวกสบายมากขึ้น ลดการรบกวนผู้ใช้ถนน

 

ไฟหน้าแบบ QUAD LED Projector พร้อมไฟ Daytime Running Lights

 

ในขณะที่มุมมองด้านข้างเหมือนไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดยจะมีเพิ่มเติมก็ด้านท้ายที่มากับไฟท้ายแบบ LED เต็มระบบ มาพร้อมกับท่อไอเสียคู่แบบรถสปอร์ตหรูนั่นเอง

 

ไฟท้ายแบบ LED 

 

ขยับเข้ามาภายในห้องโดยสารกันบ้าง สำหรับ NEW MG HS ยังคงมากับเบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ตที่ออกแบบมาให้โอบรับกับตัวผู้ขับและผู้โดยสารตอนหน้าได้อย่างลงตัวหุ้มด้วย Alcantara คอนโซลรถ ตกแต่งในโทนสีแบบทูโทน โดดเด่นด้วยหน้าจอกลางแบบมัลติฟังก์ชันขนาด 10 นิ้ว รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Andriod Auto

 

ภายในห้องโดยสาร

 

ด้านระบบเสียงต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะมากับชุดลำโพงชื่อเสียงโด่งดังอย่าง BOSE ที่กังวานแบบ Surround 8.1 Sound System พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แบบ Dual Zone ที่กรองฝุ่น PM 2.5 ได้ด้วย และเพิ่มความสวมงามในห้องโดยสารไปอีกขั้นด้วย Ambient Light ในห้องโดยสาร ปรับสีได้มากถึง 64 เฉดสี

 

หน้าจอกลางแบบมัลติฟังก์ชันขนาด 10 นิ้ว

 

ด้านพวงมาลัยแน่นอนต้องเป็นแบบมัลติฟังก์ชัน ที่รวมการควบคุมไว้บนพวงมาลัย พร้อมปุ่มเลือกโหมด Super sport เหมือนในซูเปอร์คาร์เฟอร์รารี่ (แต่เอาจริงๆ พอกดแล้ว อาจไม่ปรู๊ดปร๊าดเหมือนในเฟอร์รารี่ซักเท่าไหร่) ส่วนหน้าจอเรือนไมล์แสดงผลอัจฉริยะแบบ Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว บอกข้อมูลการขับขี่ครบครัน รวมถึงแสดงระบบนำทาง AR Navigation และที่ขาดไม่ได้สำหรับรถแบรนด์นี้คือหลังคา Panoramic Sunroof และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

 

พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน 

 

เรื่องสมรรถนะ NEW MG HS ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 เทอร์โบ 4 สูบเรียง 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ซึ่งในเรื่องพละกำลังของเครื่องยนต์ถือว่าเพียงพอไม่ติดอะไร แต่น่าเสียดายไปนิดที่ระบบส่งกำลังยังใช้ระบบเกียร์แบบคลัทช์คู่ Sportronic 7 สปีด ที่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยมาให้ซะด้วย ซึ่งแม้จะให้สมรรถนะที่ดีในช่วงความเร็วสูง แต่จุดด้อยของมันคือเวลาขับในเมือง ความเร็วต่ำ เกียร์มันจะไม่ค่อยสมูท คุมคันเร่งยากหน่อย ซึ่งเป็นข้อเสียของเกียร์คลัทช์คู่อยู่แล้ว ส่วนระบบขับเคลื่อนก็ยังคงเป็นล้อหน้าเหมือนเดิม

 

เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 เทอร์โบ

 

มาที่ระบบความปลอดภัยที่ NEW MG HS ให้มาแบบจุกๆ  ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

 

 ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา

 

อ่อแล้วอีกเรื่องที่ลืมไปไม่ได้สำหรับฟังก์ชันใหม่อย่าง กุญแจดิจิตอล ที่สามารถสั่งงานผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้ ไม่ต้องใช้กุญแจในการสตาร์ทรถ และยังสามารถส่งกุญแจดิจิตอลให้กับผู้อื่นเพื่อใช้งานรถได้ด้วยการรับ-ส่งโค้ดผ่านทางแอพพลิเคชั่น i-SMART ของ MG

 

หลังคา Panoramic Sunroof 

 

ปิดท้ายที่เรื่องราคNew MG HS รุ่นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร นั้นจะมีให้เลือก 3 รุ่น ประกอบไปด้วย รุ่น C ราคา 939,000 บาท รุ่น D ราคา 1,089,000 บาท และรุ่น X ราคา 1,159,000 บาท ส่วนออปชั่นของแต่ละรุ่นจะเป็นอย่างไร คลิกดูได้จากลิงค์นี้ https://www.mgcars.com/th/mg-models/new-mg-hs/compare