ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมารู้สึกว่าวงการรถยนต์ในประเทศไทยดูจะคึกคักมากกว่าปีก่อนๆ สังเกตได้จากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่กันอย่างไม่หยุดหย่อนของแต่ละค่าย รุ่นไหนที่ยังไม่มีโมเดลใหม่ ก็จับรุ่นเดิมที่มีอยู่มาปรับแต่งหน้าตาเพิ่มอุปกรณ์ให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นกับค่าตัวที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ซึ่งที่ผ่านมานับว่ากระแส Eco Car ในประเทศเริ่มแผ่วลงแต่แทบทุกค่ายก็ยังคงทำตลาดอยู่ไม่ว่าจะรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวหรือโมเดลเก่าที่ขายต่อเนื่องมาเกิน 10 ปีก็ยังมี แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ลำพังรถเดิมๆ มันเจาะลูกค้าได้ในวงแคบ แต่ละค่ายจึงต้องมีการปรับเติมเสริมแต่งให้รถรุ่นเดิมดูมีอะไรมากขึ้น และล่าสุดที่เพิ่งเห็นกันไปก็คือ Suzuki Swift GL Plus

 

 

Suzuki Swift 

 

ถ้าเป็นแฟนของ Suzuki Swift คุณคงจำได้ว่าเจ้า Swift GL Plus เคยออกมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อประมาณกลางปีที่แล้ว โดยเป็นการเพิ่มชุดแต่งภายนอกเข้าไปจากรุ่น GL โดยบวกราคาไปอีกเพียง 10,000 บาท มาตอนนี้ครบปีพอดี Suzuki ประเทศไทย ตัดสินใจปรับโฉมชุดแต่งให้กับ Swift GL Plus อีกครั้ง ซึ่งยังคงเป็นการเพิ่มเติมอุปกรณ์ชิ้นเดิมแต่เปลี่ยนดีไซน์ให้ดูสปอร์ตปราดเปรียวมากยิ่งขึ้น ประกอบไปด้วยสเกิร์ตใต้กันชนหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง สปอยเลอร์หลัง ขอบพลาสติกสีดำที่ซุ้มล้อ เสาอากาศครีบฉลาม กระจังหน้าดำคาดเส้นโครเมียมแนวนอน เอาง่ายๆ ว่ารายการเดิมเป๊ะ แต่เปลี่ยนดีไซน์เท่านั้นเอง นอกนั้นยังคงอุปกรณ์มาตรฐานตามรุ่น GL โดยเฉพาะล้อที่ให้มาเหมือนตั้งใจอยู่แล้วว่าลูกค้าน่าจะเอาไปเปลี่ยนเอง โรงงานเลยให้มาเป็นล้อกะทะขนาด 15 นิ้วพร้อมฝาครอบพลาสติก พร้อมด้วยยางขนาด 175/65 R15 ซึ่งถ้าลูกค้าคิดว่าสวยดีอยู่แล้วและไม่ซีเรียสว่าต้องใส่ล้ออัลลอย ก็ไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนให้เสียเงิน ภายในยังคงอุปกรณ์มาตรฐานของรุ่น GL ไว้ เพราะก็ดูสปอร์ตดีอยู่แล้วโดยเฉพาะพวงมาลัยที่เป็นรูปทรง D-Shape ตัดตรงด้านล่าง ซึ่งทั้งหมดนี้ Suzuki ประเทศไทยยังคงคอนเซ็ปต์เดิมคือ ราคาของ Swift GL Plus เพิ่มขึ้นจากรุ่น GL เพียง 10,000 บาทเท่านั้น

 

 

ถามว่าไอเดียการเอารถ Eco Car หรือรถรุ่นเล็กของค่ายมาตกแต่งนี้มีบ่อยมั้ย จริงๆ มันก็มีมาตลอดจากทุกค่ายแหละครับ เพียงแต่ว่าช่วงไหนจะเทรนด์ไหนเท่านั้นเอง แต่สำหรับ Suzuki Swift GL Plus ที่ทาง Suzuki บอกว่าเป็นแนวสปอร์ตปราดเปรียว ผมกลับคิดไปมากกว่านั้นว่า Suzuki กำลังโยนหินถามทางรึเปล่า เพราะลักษณะชุดแต่งที่ใส่ให้กับ Swift GL Plus รุ่นล่าสุดนี้มันมีลักษณะลุยๆ แฝงอยู่ด้วยโดยเฉพาะขอบซุ้มล้อพลาสติดสีดำที่เพิ่มเข้าไป

 

 

ส่วนตัวผมมองว่ามันไปในรูปแบบของแรลลี่เสียด้วยซ้ำ ก็เลยเดาว่าไม่แน่นะ ถ้าผลตอบรับการตกแต่งแบบนี้เป็นไปในทางที่ดี ในอนาคตอันใกล้เราอาจได้เห็น Suzuki Swift แนว Cross ที่ตัวรถสูงขึ้นจากพื้นถนนอีกหน่อยก็ได้ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะเพียงแค่การเปลี่ยนโช้คอัพ และสปริงให้รถสูงขึ้นจากเดิมนิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่ได้ไปบั่นทอนสมรรถนะการขับลงแต่อย่างใด และที่สำคัญคือ

 

 

ก่อนหน้านี้ Suzuki มีรถแนวที่ว่าอยู่คือ Suzuki SX4 ซึ่งเป็นรถแนว Compact Crossover แต่ราคาก็อยู่ในระดับเฉียดๆ 8 แสนบาท ดังนั้นหาก Suzuki มีแนวคิดในเรื่องเอา Swift มาปรับช่วงล่างให้สูงขึ้นก็น่าสนใจไม่น้อยเพราะในแง่ของค่าตัวก็น่าจะเพิ่มจาก Swift รุ่นทั่วไปไม่มากเท่าไหร่

 

 

ซึ่งแนวคิดแบบนี้มันก็เคยมีมาแล้วกับรถไซส์เล็กของค่าย Toyota ที่เคยเพิ่มไลน์อัพของ Yaris ด้วย Yaris Cross มาแล้ว โดยมีการตกแต่งเพิ่มเติมที่ภายนอกคล้ายๆ กันเลยอย่าง สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง พลาสติกซุ้มล้อสีดำ แต่เพิ่มความบึกบึนเข้าไปอีกด้วยล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว และเปลี่ยนชุดโช้คอัพ และสปริง เพิ่มความสูงให้รถจากเดิมอีก 30 มม. ทั้งหน้า-หลัง ที่สำคัญตั้งราคาสูงขึ้นจากรุ่นพื้นฐานที่นำมาตกแต่งอีกเพียง 35,000 บาท และก็ได้รับความนิยมไม่น้อย โดยเฉพาะกับลูกค้าที่อยากได้รถเล็กแต่ช่วงล่างสูงขึ้นมาหน่อยเอาไว้เผื่อหนีน้ำท่วม ใต้ท้องรถสูงขึ้น 30 มม. มันก็ไม่น้อยนะครับ วันไหนฝนตกหนักก็อุ่นใจขึ้นมานิดนึง

 

Toyota Yaris Cross

 

และถ้าจะว่ากันไปสำหรับไอเดียการเอารถเล็กมาแต่งแบบสายลุย เราไม่อาจมองข้ามเจ้าตัวเล็กจาก Mitsubishi ไปได้ เพราะล่าสุดได้รับการสวมวิญญาณตำนานแรลลี่เข้าไปแล้ว นั่นก็คือ Mitsubishi Mirage Ralliart ขึ้นชื่อว่า Ralliart ไปต่อท้ายชื่อรุ่นของรถคันไหน มักจะเป็นที่สนใจของคนหัวใจสปอร์ตทางฝุ่น และทาง Mitsubishi เขาก็ดูจะเอาจริงกับการนำ Ralliart กลับมาสร้างชื่ออีกครั้ง จริงอยู่ว่า Mitsubishi Mirage Ralliart ได้รับการปรับแต่งเพิ่มเติมเพียงภายนอกและภายในห้องโดยสารเท่านั้น ยังไม่ได้ไปยุ่งกับสมรรถนะเครื่องยนต์หรือช่วงล่างโช้คสปริง แต่ลุคของรถหลังจากที่ได้ชุดรบของ Ralliart แล้ว นับว่าเปลี่ยนบุคลิกของรถไปโดยสิ้นเชิง แม้ภายนอกจะเพิ่มเข้าไปไม่กี่อย่าง ประกอบไปด้วย พลาสติกซุ้มล้อสีดำ สติกเกอร์ลวดลายและสีเฉพาะของ Ralliart และไอเทมเด็ดอย่างแผ่นบังโคลนสีแดง รวมถึงการใช้สีดำเงากับหลังคา กระจกมองข้าง และล้อ แค่นี้ก็ดูโหดขึ้นมาไม่น้อยแล้ว ไม่แค่นั้น ภายในห้องโดยสารยังเพิ่มพรมปูพื้น Ralliart พร้อมด้วยการตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำ-แดงอีกต่างหาก ส่วนเรื่องราคาก็บวกจาก Mirage รุ่น Active ไปไม่ถึง 30,000 บาท

 

Mitsubishi Mirage Ralliart 

 

จะเห็นว่าแนวทางการเอารถเล็กของค่ายมาแต่งขายได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง และผมเชื่อว่าจะมีค่ายอื่นตามมากันเรื่อยๆ เพราะแนวทางนี้ไม่ได้เพิ่มต้นทุนมากมายสักเท่าไหร่ ยังคงใช้พื้นฐานเดิมของรถ และที่สำคัญรุ่นที่เอามาตกแต่งก็ไม่ใช่รุ่นท็อป ดังนั้นราคาค่าตัวจึงอยู่ในเกณฑ์ที่ทำตลาดได้ไม่ยาก และอาจได้กลุ่มลูกค้าที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้นด้วย หากลองสังเกตดู รถสามรุ่นที่ผมพูดถึงไปมีราคาสูงขึ้นจากรุ่นพื้นฐานที่ประมาณ 10,000 – 35,000 บาทเท่านั้นเอง คราวนี้ก็อยู่ที่ว่าใครชอบแนวไหน เป็นแฟนยี่ห้อใด และด้วยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขึ้นเอาขึ้นเอาตอนนี้ หากงบประมาณในกระเป๋ายังไปไม่ถึงรถยนต์ไฮบริดหรือรถไฟฟ้า EV ผมว่ารถไซส์เล็กอย่าง Eco Car นี่แหละครับ ตอบโจทย์ที่สุดแล้ว ซื้อง่าย ผ่อนไม่เหนื่อย ค่าบำรุงรักษาไม่แพง ใช้งานสะดวกลัดเลาะไปได้ทุกที่ หาที่จอดก็ง่ายอีกต่างหาก