by Carzanova Team Nat
Hits: 431

รีวิว ... Chevrolet Colorado Midnight Edition ของดี ที่หลายคนอาจมองข้าม!!

รถกระบะยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ ในบ้านเรากำลังได้รับความนิยมบวกกับบรรดาผู้ผลิตแต่ละค่าย ก็จับยัดฟีเจอร์ใส่กันมาแบบไม่ยั้ง เรียกได้ว่าหากจะเลือกหาไว้ครอบครองซักคัน คงเลือกยากกันน่าดู หากไม่สนใจที่ตัวแบรนด์ อย่างเจ้ากระบะสัญชาติอเมริกัน Chevrolet Colorado Midnight Edition ที่ได้รับการตกแต่งมาแล้ว แถมมีฟังก์ชั่นที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย รวมไปถึงรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแข็งแกร่ง ดุดันมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า นวัตกรรมความปลอดภัยสมัยใหม่สูง และฟีเจอร์ต่างๆ ที่ไม่น้อยหน้ากว่าแบรนด์ยี่ห้ออื่นๆ เรียกได้ว่าเป็นของดี ที่หลายคนอาจมองข้ามไป ซึ่งเจ้า Colorado Midnight Edition ตัวนี้ จะมีอะไรที่พิเศษและน่าสนใจกันบ้างลองมาติดตามกันเลยดีกว่าครับ

Chevrolet Colorado Midnight Edition

ในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอก มันอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล แต่ก็ต้องยอมรับว่าเจ้า Colorado Midnight Editionมีการดีไซน์เส้นสายที่ดูแข็งแกร่ง และดุดัน ได้อารมณ์ดิบแบบอเมริกันจริงๆ รวมถึงมีรายละเอียดที่ช่วยเสริมให้ดูหล่อ เท่ห์ ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์กระจังหน้าแบบสองชั้นที่ทำให้รถดูน่าเกรงขาม,ไฟตัดหมอกหน้าที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการมองเห็นถนนข้างหน้าได้ชัดเจนมากขึ้น,หรูหราด้วยไฟส่องสว่างในเวลากลางวันแบบ LED, พร้อมขนสัมภาระเดินทางด้วย Rack บนหลังคาที่สามารถมัดเก็บกระเป๋าได้ในแบบรถตรวจการและดูเป็นพี่ใหญ่ขาลุยตัวจริง ที่มาพร้อมกับล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต แบบทูโทน ขนาด 18 นิ้วและยางหน้า/หลัง ขนาด 265/60 R18

ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต แบบทูโทน ขนาด 18 นิ้ว

ภายในห้องโดยสาร ให้ความรู้สึกบึกบึน ตามสไตล์กระบะอเมริกัน อีกทั้งยังให้ความสะดวกสบาย แทบไม่แตกต่างอะไรไปจากรถซีดาน เบาะนั่งภายในหุ้มด้วยหนัง และเฉพาะเบาะนั่งฝั่งคนขับเท่านั้นที่สามาถปรับระดับด้วยไฟฟ้าถึง6 ทิศทาง แต่ในส่วนพนักพิงหลัง ปีกข้างของเบาะไม่ได้ทำหน้าที่โอบกระชับช่วงหัวไหล่และลำตัวเหมือนทำมาให้คนที่ตัวใหญ่ไซด์ฝรั่งนั่งอย่างเดียว จึงยังไม่ให้ความรู้สึกที่กระชับนัก ส่วนเบาะนั่งด้านข้างคนขับ มีเข็มขัดนิรภัยที่ต้องคาดเมื่อออกรถ เพราะเซนเซอร์ก็จะร้องเตือนทุกครั้งที่ไม่ได้คาด ส่วนเบาะนั่งด้านหลังยังมีเข็มขัดนิรภัยมาให้ครบทั้งสามตำแหน่ง และถ้าหากผู้โดยสารด้านหน้าไม่ได้มีไซส์ XXXL ให้ปรับเบาะเลื่อนมาด้านหลังจนสุด พื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังก็ยังสามารถนั่งไขว่ห้างได้อย่างสบายๆ

ภายในห้องโดยสาร 

ด้านอานุภาพของขุมพลังสำหรับกระบะของเชฟโรเลต เราไม่ต้องมายุ่งยากอะไรมากในการที่จะเลือกรุ่นเครื่องยนต์ เพราะมีมาให้เลือกเพียงบล็อคเดียว คือ ดูราแมกซ์ ดีเซล คอมมอนเรลไดเรค อินเจคชั่น ขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว DOHCซึ่งในตัว ColoradoMidnight Editionจะมาพร้อมเทอร์โบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ที่สามารถผลิตกำลังได้สูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุดถึง 440 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที โดยพละกำลังทั้งหมดจะถูกถ่ายทอดผ่านเกียร์ อัตโนมัติแบบ 6 สปีด พร้อมฟังก์ชั่นManual Mode ที่สามารถกำหนดจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ได้ด้วยตนเอง และยังเลือกระบบขับเคลื่อนแบบ 4x2 หรือ 4x4 ได้อย่างง่ายดายด้วยการหมุนปุ่มปรับที่บริเวณคันเกียร์

ดูราแมกซ์ ดีเซล คอมมอนเรลไดเรค อินเจคชั่น ขนาด 2.5 ลิตร

โดยเจ้าขุมพลังตัวนี้ หากเทียบกับเจ้าอื่นในตลาด ต้องบอกว่าไม่ใช่เครื่องยนต์ที่แรงที่สุด แต่มันลงตัวดีเลยทีเดียว คือไม่แรงมากไปจนเกินการควบคุมของรถกระบะ อีกทั้งเรื่องของการประหยัดก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ โดยมีอัตราเฉลี่ยทั้งในเมืองและนอกเมือง อยู่ที่ประมาณ 11 – 12 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่รับได้เลยสำหรับกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ ยกสูงแบบนี้ อีกทั้งระบบเกียร์ที่เป็นแบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ ก็ทำงานได้ราบเรียบ นุ่มนวล แถมยังมี Manual Mode มาให้ใช้งานอีก ขาดก็แต่ยังไม่มี Paddle Shift หลังพวงมาลัยมาให้ใช้เพียงเท่านั้น

มาที่เรื่องสมรรถนะการควบคุม เริ่มกันที่ความแม่นยำของพวงมาลัยกันก่อนต้องบอกว่าน้ำหนักพวงมาลัยของเจ้า ColoradoMidnight Editionออกจะเป็นฟิลลิ่งแบบตึงๆ มือหน่อย ต้องใช้แรงในการควบคุม แต่ก็ให้ความรู้สึกว่ามั่นคง แถมความแม่นยำดี แม้จะไม่เฉียบคมเหมือนขับรถเอสยูวี แต่ถ้าเทียบกันในกลุ่มรถกระบะด้วยกัน ก็ไม่ได้น้อยหน้าเจ้าอื่น

หน้าปัดรือนไมล์

ด้านระบบช่วงล่างที่ด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมเหล็กกันโคลงขนาดบิ๊กเบิ้ม ส่วนด้านหลังเป็นแบบแหนบซ้อน 4 แผ่น ทีแรกนึกในใจว่ามันต้องโดดเด้งแหงๆ แต่พอขับจริง กลับผิดคาด ช่วงล่างทั้งหน้า และหลังช่วยกันรับมือกับสภาพถนนได้ดี การสั่นสะเทือนของช่วงล่างให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลในช่วงความเร็วสูง ฟิลลิ่งก็ยังรู้สึกว่าควบคุมได้ดีอยู่ แต่ด้วยความเป็นรถกระบะที่ช่วงล่างหลังยังเป็นแหนบ การเกาะถนนก็ยังไม่เท่ารถเอสยูวี ที่ช่วงล่างเป็นคอยล์สปริง

นอกจากนี้ ในส่วนของฟีเจอร์ ที่ทางเชฟโรเลต จัดมาให้ก็ถือว่าน้อยกระบะเจ้าอื่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Remoteสตาร์ทรถระยะไกล ที่สามารถกดปุ่มสตาร์ทได้แม้อยู่นอกตัวรถ พร้อมระบบสั่งการระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารให้ทำงานโดยอัตโนมัติ ที่อุณหภูมิ 25 องศา โดยการกดปุ่มล๊อค และกดปุ่มสาร์ตค้างไว้ 4 วินาที ระบบจะเริ่มทำงานทันที ระบบลดกระจกลงอัตโนมัติ  (เฉพาะกระจกคู่หน้า) เมื่อเปิดประตูห้องโดยสารกระจกจะลดลง 3 ซม. เพื่อลดแรงที่ใช้ในการปิดประตู ระบบตรวจสอบความดันยาง (Tire Pressure Measuring System) โดย Sensor จะตรวจจับแรงดันลมยางทั้ง 4 ล้อ และแจ้งเตือนให้ทราบบนแผงหน้าปัด ระบบฟังก์ชั่นSiri รับ-ส่งข้อความได้ด้วยเสียง และเล่นเพลงผ่าน Carplayใช้งานโดยการกดปุ่มบนพวงมาลัย ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ (Auto Headlamp Control)เวลาขับรถเข้าไปในที่มืด ระบบช่วยเตือนเมื่อขับขี่รถออกนอกช่องทางเดินรถขณะที่ขับรถด้วยความเร็ว 40 กม./ชม. ขึ้นไประบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Alert) ขณะที่ขับรถด้วยความเร็ว 40 กม./ชม. ขึ้นไป

โดยกล้องจะติดอยู่บริเวณกระจกมองหลังหากพบว่ารถคันหน้าใช้ความเร็วลดลง ในขณะที่ผู้ขับขี่ยังคงใช้ความเร็วเท่าเดิม ระบบจะส่งสัญญาณเตือนให้ทราบ ระบบปรับน้ำฝนอัตโนมัติ (Auto Rain Sensor) จะมี Sensor บริเวณกระจกหน้ารถคอยตรวจวัดปริมาณน้ำฝน เพื่อปรับความเร็วที่ปัดน้ำฝนโดยอัตโนมัติ เพียงปรับตำแหน่งที่ปัดน้ำฝนในตำแหน่ง INTSensor หน้า-หลัง สามารถอุ่นใจได้ ด้วย Sensor แบบ Ultra-Sonic ที่ติดตั้งอยู่บริเวณกันชนหน้า-หลัง รวม 8 จุด โดยจะส่งสัญญาณภาพและเสียง กล้องมองหลัง จะเชื่อมต่อกับหน้าจอแสดงภาพในรถ โดยแสดงภาพมุมกว้างด้านหลัง พร้อมเส้นกะระยะบนจอภาพแบบ Real Time โดยเส้นกะระยะจะโค้งตามองศาการเลี้ยวของพวงมาลัย

ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกบรรจุอยู่ในกระบะสายพันธุ์อเมริกัน อย่าง Chevrolet Colorado Midnight Editionอ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อหรือยังครับว่า ... นี่คือของดี ที่หลายคนมองข้ามไป!!