by Carzanova Team Nat
Hits: 320

Ford Ranger กระบะเกิดมาแกร่งกับภารกิจพิชิตเส้นทางสุดโหด

ฟอร์ดยกขบวนคาราวานร่วมภารกิจสุดท้าทายพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ชุมชนเขตวัฒนธรรมพิเศษกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ณ บ้านเลตองคุ อ.อุ้มผาง จ.ตาก พร้อมร่วมพิสูจน์สมรรถนะความแข็งแกร่ง ทนทานการบรรทุก พิชิตเส้นทางสุดโหด และผ่านกว่า 3,000 โค้ง

ด้วยสมรรถนะ และเทคโนโลยีของ Ford Ranger ในการรองรับน้ำหนักบรรทุกกว่า 961 กิโลกรัมและลากจูงได้สูงถึง 3,500 กิโลกรัม จึงเป็นที่มาของภารกิจการทดสอบความแข็งแกร่งในครั้งนี้ เพราะการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆต้องอาศัยยานพาหนะที่ตอบโจทก์การขับขี่ในเส้นทางที่ยากลำบากเนื่องจากจุดหมายของเราจะต้องเดินทางไปอยู่ท่ามกลางหุบเขาทำให้การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีความท้าทายเป็นอย่างมาก และในการเดินทางครั้งนี้ ทีมงาน Carzanovaได้ใช้รถกระบะ Ford Ranger ในรุ่น Wild Track4X4 ซึ่งเป็นรุ่น Standard เสปกตรงจากโรงงาน ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Bi-Turboที่มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่สามารถให้พละกำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้าและมีแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร

หลังจากที่ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานที่แม่สอดในวันแรกแต่ละคนต่างจัดแจงเก็บสัมภาระของตัวเองเพื่อเข้าประจำรถที่ทางฟอร์ดเตรียมไว้ให้และออกเดินทางทำภารกิจแรก ด้วยการไปรับบรรทุกสิ่งของต่างๆเช่นอาหาร แท้งก์น้ำ เครื่องปั่นไฟ โซลาร์เซลล์และวัสดุก่อสร้างต่างๆจากร้านค้า เพื่อนำไปใช้ในการบูรณะโรงเรียนและสถานที่สาธารณะในชุมชนในเขตพื้นที่ทุรกันดารซึ่งสิ่งของแต่ละอย่างล้วนมีน้ำหนักมาก แต่ด้วยสมรรถนะช่วงล่างที่แข็งแกร่งของฟอร์ดบวกกับกระบะด้านท้ายที่มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถบรรทุกของได้เป็นจำนวนมาก ทำให้ภารกิจในการบรรทุกของครั้งนี้เป็นไปได้อย่างง่ายดาย

เมื่อทำการเช็คความพร้อมสิ่งของต่างๆที่บรรทุกไว้ท้ายกระบะเป็นที่เรียบร้อยแล้วขบวนคาราวานก็ได้เริ่มเคลื่อนตัวออก โดยมีจุดหมายของวันแรกที่ อ.อุ้มผางระยะทางกว่า 170 กิโลเมตร

 

การเดินทางวันนี้เราใช้โหมดการขับขี่แบบ 2 ล้อ (2H)ไปตามถนนหลวง ซึ่งด้วยน้ำหนักบรรทุกเต็มความจุ ทำให้การขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวัง แต่ด้วยโครงสร้างพิเศษ Ford SmartMount ที่ช่วยกระจายน้ำหนักไปทั่วท้ายกระบะทำให้สามารถควบคุมรถได้ง่ายขึ้น บวกกับเรนเจอร์ที่มีระบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่ปรับน้ำหนักได้อย่างลงตัว ทำให้พวงมาลัยไม่เบาเกินไปเวลาวิ่งใช้ความเร็ว และไม่หนักเกินไปเวลาขับช้าๆ ในที่แคบๆส่งผลให้การเดินทางวันนี้ ที่ทั้งต้องผ่านเนินเขา และโค้งซ้ายขวาที่มากถึง1,219โค้งก็ไม่ใช่เรื่องยาก

ในวันถัดมา ขบวนคาราวานเราออกเดินทางกันแต่เช้า เพื่อมุ่งหน้าสู่บ้านเลตองคุซึ่งตั้งอยู่กลางหุบเขาบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ที่แม้ระยะทางจะไม่ไกลเพียงไม่ถึง 100 กิโลเมตร แต่ด้วยสภาพถนนที่ค่อนข้างทุรกันดาร ต้องผ่านแนวเขาทางโค้งขึ้นลงทางลาดชันต่อด้วยเส้นทางที่แคบและขรุขระ แถมยังเพิ่มสกิลความยากไปอีก กับเม็ดฝนที่ตกลงมาทำให้พื้นผิวถนนค่อนข้างลื่น จึงทำให้มีโอกาสใช้โหมดการขับขี่แบบ 4x4 High (4H)ที่ช่วยให้รถเกาะถนนมากขึ้น อีกทั้งยังมีแรงบิดที่ดีในการปีนป่าย ซึ่งกว่าจะมาถึงเราต้องใช้เวลาในการเดินทางนานกว่า4 ชม.

ทันทีที่เราเดินทางมาถึง คาราวานของเราก็มุ่งหน้าไปสู่โรงเรียน ตชด.บ้านเลตองคุ เพื่อปฏิบัติภารกิจการพัฒนาชุมชนเริ่มจากการแจกจ่ายอุปกรณ์ต่างๆที่ได้บรรทุกมาเต็มท้ายกระบะ Ford Ranger ทั้ง 10 คันโดยทุกคนเริ่มปฏิบัติภารกิจด้วยความร่วมแรงร่วมใจ ไม่ว่าจะเป็นการบูรณะสะพานไม้ที่ชำรุดที่ใช้เป็นทางเข้าออกหลักระหว่างหมู่บ้านกับชุมชนภายนอกการปรับปรุงและฟื้นฟูโรงเรียนโดยการเปลี่ยนหลังคาโรงอาหารที่ชำรุดทรุดโทรมปรับปรุงพื้นกระเบื้องยางในห้องเรียนเพื่อให้เด็กๆเรียนหนังสือได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น การทาสีอาคารเรียนใหม่ การติดตั้งเสาไฟโซลาร์เซลล์เพื่อเพิ่มแสงสว่างในตอนกลางคืน การติดตั้งเครื่องกรองน้ำและแท้งก์น้ำเพื่อให้ชุมชนมีน้ำสะอาดในการอุปโภคบริโภค และปรับปรุงระบบแสงสว่างให้สุขศาลาประจำหมู่บ้าน

สำหรับบ้านเลตองคุ เป็นเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงลัทธิฤาษีที่มีประวัติศาสตร์นานกว่า 200 ปี ที่ยังคงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลกวิถีชีวิตของกระเหรี่ยงเลตองคุ คือการปลูกพืชสวน พืชไร่โดยยังคงรักษาวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อแบบดั้งเดิมไว้ เช่นการห้ามตัดผม โดยผู้ชายจะมวยผมไว้ตรงกลางหัวส่วนผู้หญิงจะมวยผมไว้ที่ท้ายทอยชาวเลตองคุจะไม่เลี้ยงและไม่กินเนื้อสัตว์เลี้ยงทุกชนิด เช่น หมู เป็ด ไก่และสัตว์ที่เลี้ยงเช่น ช้าง วัว และควาย จะเอาไว้ใช้งานเท่านั้น ห้ามกินเด็ดขาดเพราะถือว่าเป็นสัตว์ใหญ่ มีบุญคุณและถ้าสัตว์เหล่านี้ตายไปจะต้องทำพิธีเผาให้ด้วย ส่วนสัตว์ที่ชาวเลตองคุกินคือปลาและสัตว์ที่ไม่ได้เลี้ยงไว้ นอกจากนี้ยังห้ามดื่มเหล้าซึ่งที่นี่เขาเคร่งครัดเรื่องประเพณี ความเชื่อและมีกฎระเบียบเป็นอย่างมาก

ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ คณะของเราก็ได้ตั้งแคมป์พักแรมกันที่โรงเรียน และร่วมรับประทานอาหารพื้นบ้านของชาวกะเหรี่ยงฤาษีพร้อมชมการแสดงพื้นบ้าน รำตง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านก่อนทุกคนจะพาร่างที่แสนอ่อนล้า แยกย้ายกันไปนอนเอาแรงเพื่อเดินทางกลับในวันถัดไป

วันรุ่งขึ้นเป็นวันเดินทางกลับ ขบวนคาราวานได้ออกเดินทางจากบ้านเลตองคุ และมุ่งหน้าสู่บ้านเปิ่งเคลิ่งสุดเขตชายแดนประเทศไทย ติดบ้านห้วยแดนทางฝั่งพม่าซึ่งเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่สำคัญและมีประวัติความเป็นมามากว่า100 ปี ระหว่างการเดินทางคณะของเราได้เผชิญกับเส้นทางสุดโหดบวกกับสายฝนที่ตกลงมาเป็นระรอก ด้วยสภาพเส้นทางที่เป็นภูเขา มีทางขึ้นลงสลับกันไป บวกด้วยความชื้อแฉะของหน้าดินที่โดนฝน จนเป็นแอ่งเป็นโคลนซึ่งทำให้รถมีอาการลื่นไถลและเสียการทรงตัวได้ตลอดเวลาแต่ด้วยสมรรถนะของ Ford Ranger และการช่วยเหลือของเพื่อนเดินทาง ต้องบอกว่าเส้นทางแบบนี้ ... เรารับได้อยู่แล้ว!!

โดยจุดนี้เราได้เปลี่ยนโหมดการขับขี่ไปใช้แบบ4x4 Low (4L) พร้อมใช้ฟังก์ชั่นระบบล็อกเฟืองท้ายมาเป็นตัวช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ให้ดีขึ้นทำให้เครื่องยนต์มีแรงบิดที่สูงมากขึ้นช่วยในการฟันฝ่าอุปสรรค รวมถึงยังช่วยรักษาเสถียรภาพการทรงตัวของรถให้อยู่ในเส้นทางที่ปลอดภัย จนคณะของเรามาถึงบ้านเปิ่งเคลิ่งอย่างปลอดภัย ก่อนจะเข้าสู่ตัวเมืองเป็นอันจบภารกิจครั้งนี้

บทสรุปของภารกิจด้วยสมรรถนะของ Ford Ranger ในการขับขี่ในแบบออฟโรดรวมถึงความสามารถในบรรทุกของหนักและลากจูงทำให้ภารกิจครั้งนี้ ที่เราตั้งชื่อกันเล่นๆ ว่า‘Mission Possible’สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ตอกย้ำนิยาม “เกิดมาแกร่ง”ได้อย่างแท้จริง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ภารกิจในครั้งนี้ประสบความสำเร็จไม่ได้มาจากตัวรถเพียงอย่างเดียว หากคือจิตใจที่ยิ่งใหญ่ของชาวคณะที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ พร้อมที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ร่วมแรงร่วมใจฟันฝ่าอุปสรรคและความยากลำบากในการเข้าถึงพื้นที่อันห่างไกล มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กับเราถือว่าเป็นความประทับใจที่ไม่มีวันลืมเลือน

 

 เรื่อง :ศรานนท์ รัชชุศานติ