by Carzanova Team Nat
Hits: 371

รีวิว!! Honda CR-V รุ่น 7 ที่นั่ง ... มีอะไรที่แตกต่าง??

 

เปิดตัวมาได้พักใหญ่แล้ว สำหรับ Honda CR-Vรุ่นใหม่แบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งหลายคนมีข้อสงสัยว่ามันมีอะไรแตกต่างไปจากรุ่นเดิม ที่เป็นแบบ 5 ที่นั่ง รวมไปถึงตัวรถจะมีขนาดใหญ่ขึ้นไหม ฟิลลิ่งการขับ การนั่งจะเป็นอย่างไร ... เรามีคำตอบมาให้แล้วครับ!!

Honda CR-V 

สำหรับ Honda CR-V แบบ 7 ที่นั่ง รูปลักษณ์ภายนอกไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเริ่มตั้งแต่ ชุดกระจังหน้าตกแต่งด้วยโครเมี่ยมไฟหน้า ไฟตัดหมอก และไฟท้าย เป็นแบบLED กระจกข้างที่มาพร้อมไฟเลี้ยวในตัว มือจับประตูด้านนอกเป็นสีเดียวกับตัวรถ กาบด้านข้างประตูเพิ่มความหรูด้วยวัสดุชุบโครเมี่ยม ด้านท้ายมาพร้อมสปอยเลอร์สไตล์สปอร์ตดูโฉบเฉี่ยว ฝากระโปรงด้านท้ายเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรีที่สามารถปิด-เปิด ได้ด้วยตัวเอง รวมไปถึงล้ออัลลอยด์ ขนาด 18 นิ้ว แบบทูโทน สีเงินสลับสีดำเงาที่มาเหมือนกันกับรุ่น 5 ที่นั่ง

ด้านขนาดของตัวรถมีการปรับ Dimension นิดหน่อย โดยความยาวและความกว้าง ยังคงเท่าเดิมที่ 4,571 มม. และ1,855 มม. ตามลำดับ แต่ความสูง จะแตกต่างกันเล็กน้อย โดยในรุ่น 5 ที่นั่ง จะมีส่วนสูง 1,657 มม. ในขณะที่รุ่น 7 ที่นั่ง มีส่วนสูงมากกว่าอยู่ 10 มม. ที่ 1,667 มม. ส่วนความสูงใต้ท้องรถซึ่งในรุ่น 5 ที่นั่งจะมีความสูงเพียง 198 มม. ในขณะที่รุ่น 7 ที่นั่งจะมีความสูงที่สูงกว่าอยู่ที่ 208 มม. ด้านน้ำหนักตัวก็แตกต่างกัน โดยถ้าเทียบกันต่อรุ่นแล้ว ตัว 7 ที่นั่ง ก็จะหนักกว่าตัว 5 ที่นั่ง อยู่ประมาณ 50 กก. รวมไปถึงในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ที่มีอยู่แต่เฉพาะรุ่น 7 ที่นั่งนั้น ฐานล้อจะยาวกว่ารุ่นอื่นอยู่ 2 มม. ที่ 2,662 มม.

มาดูที่ภายในห้องผู้โดยสารซึ่งมีจุดที่แตกต่างกันบ้างบางจุด อาทิ ในรุ่น 7 ที่นั่งจะมีความสูงของหลังคาที่มากกว่ารุ่น 5 ที่นั่ง มีการเพิ่มเบาะนั่งแถวที่ 3 พร้อมเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง และแอร์สำหรับห้องผู้โดยสารแถวที่ 3ในขณะที่อุปกรณ์อย่างอื่นเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นชุดมาตรวัดเป็นจอ TFT แบบ 3 ช่อง แสดงตัวเลขความเร็วแบบ Digitalที่บริเวณคอนโซลกลาง ทั้งชุดเกียร์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกถูกจัดวางในตำแหน่งเดิมซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องเสียงแบบTouchscreen ขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple Car Playพร้อมระบบนำทางNavigatorบนพวงมาลัยมาพร้อมปุ่มควบคุมAudio Control Switch, Hand-free Telephone Switch, Siri Eyes Free Mode Switch,ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ (Paddle Shift)และระบบควบคุมความเร็ว (Cruise Control System) เพิ่มความหรูหราภายในห้องโดยสารด้วยชุดแต่งลายไม้และวัสดุสีดำ (Piano Black)เบาะนั่ง และพวงมาลัยถูกหุ้มด้วยวัสดุหนังแท้ผสมกับหนังสังเคราะห์

มาตรวัดแบบจอ TFT แบบ 3 ช่อง 

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับรถรุ่นนี้คือการเพิ่มเบาะที่นั่งในแถวที่ 3พร้อมเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่งและช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 3 มาให้ เพื่อให้ตอบรับกับการใช้งานที่หลากหลาย สามารถตอบโจทก์การใช้งานในแบบครอบครัวขนาดใหญ่มากขึ้น ขนาดของเบาะที่นั่งแถวที่ 3 สามารถนั่งได้จริงแต่สเปซวางขาอาจจะเหมาะแค่สำหรับเด็ก ผู้ใหญ่อาจลำบากนิดนึง และจุดที่เป็นไฮไลท์อีกอย่างคือ เบาะนั่งแถวที่ 3 นี้ สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อให้บรรทุกสัมภาระได้ทั้งหมด 5 แบบด้วยกันและหากใครที่ต้องการบรรทุกเฟอร์นิเจอร์, ต้นไม้ หรือขนของที่มีขนาดความยาว ก็สามารถพับเบาะนั่งด้านหน้าลงได้อีกเพื่อให้สามารถวางของในแนวยาวได้เพิ่มขึ้นอีก

มาที่เรื่องของขุมพลังซึ่งโมเดลตัวล่าสุดนี้ ในรุ่น 7 ที่นั่ง จะเหนือกว่าในรุ่น 5 ที่นั่ง ตรงที่มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.4L4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.6L 4 สูบ 16 วาล์ว i-DTEC ซึ่งเป็นรุ่นที่ทีมงานใช้ทดสอบในครั้งนี้ซึ่งให้มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนแบบ 4WD ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์ CVT 9 สปีด ขุมพลังดีเซลให้ความเร้าใจตามสไตล์เครื่องยนต์ดีเซลด้วยแรงบิดมหาศาลที่ 350 นิวตัน-เมตร/2,000 รอบ/นาที สามารถให้อัตราเร่งที่ดี และให้ความสนุกสนานในการขับขี่ สามารถทำความเร็วเพื่อเร่งแซงรถคันหน้าได้อย่างมั่นใจแต่เวลาขับในเมืองที่ไม่ได้เน้นพละกำลังอะไรมากมายนัก กลับรู้สึกว่าการควบคุมคันเร่งให้นุ่มนวลเป็นไปได้ยาก เนื่องจากแรงบิดที่มาในรอบต่ำ มันพร้อมจะกระชากตัวรถออกไป จึงทำให้ความสมูทในการขับในเมืองค่อนข้างทำได้ยาก ผิดกับเครื่องเบนซิน ที่พละกำลัง ค่อยๆ มา ซึ่งจะให้ความนุ่มนวล ความสมูทในการขับในเมืองที่มากกว่า แต่จุดนี้ก็อยู่ที่ความชอบของแต่ละคน ว่าจะชอบขับรถสไตล์ไหน ส่วนอัตราประหยัดน้ำมันเฉลี่ยทั้งวิ่งในเมือง และนอกเมือง ก็อยู่ที่ประมาณ13 กม./ลิตร บวกลบ ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจกับรถไซส์นี้

เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.6L 4 สูบ

มาที่ในส่วนของช่วงล่าง ซึ่งด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ โดยในรุ่น 7 ที่นั่ง มีน้ำหนักที่มากกว่ารุ่น 5 ที่นั่งอยู่ร้อยกว่ากิโล ส่งผลให้รู้สึกว่าตัวรถมีความนุ่มนวลมากกว่า แต่ก็ต้องแลกกับการควบคุมที่แม่นยำน้อยลงไป ทั้งจังหวะการเข้าโค้ง และการเบรก ที่ต้องรับภาระน้ำหนักที่มากขึ้นนั่นเอง 

นอกจากนี้ หากหลายคนสงสัยเรื่องยางอะไหล่ในรุ่น 7 ที่นั่งนั้นจะมีความยากในการหยิบยางอะไหล่มากกว่า ตรงที่ต้องปลดเบาะนั่งแถวสามออกมาก่อน จึงสามารถเปิดที่วางยางอะไหล่ออกมาได้แต่ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรมากนัก

ส่วนเรื่องของราคา Honda CR-V ตัว 7 ที่นั่ง จะมีค่าตัวที่สูงกว่า 5 ที่นั่งอยู่เล็กน้อย โดยมีให้เลือกด้วยกัน 4รุ่นย่อยดังนี้:-

เครื่องยนต์ดีเซล

  • รุ่น 1.6 DT-EL 4WD (7 ที่นั่ง) ราคา 1,699,000 บาท
  • รุ่น 1.6 DT-E (7 ที่นั่ง) ราคา 1,559,000 บาท

เครื่องยนต์เบนซิน

  • รุ่น 2.4 EL 4WD (7 ที่นั่ง) ราคา 1,549,000 บาท
  • รุ่น 2.4 E (7ที่นั่ง) ราคา 1,409,000 บาท

ซึ่งโดยสรุป รูปลักษณ์ภายนอกให้ความรู้สึกถึงความบึกบึน มีความสวยงามที่ลงตัว ภายในให้ความรู้สึกที่กว้างขวาง แต่วัสดุที่ใช้ยังไม่หรูหราเท่าที่ควร เครื่องยนต์ให้อัตราเร่งที่ดีรู้สึกได้ถึงพลังที่แอบซ่อนอยู่ภายใต้ฝากระโปรง ด้านน้ำหนักของพวงมาลัย จุดนี้ผมว่าหนักไปนิด เพราะตามความคิดของผมถ้าดูกันจริงๆ แล้ว CR-V ลูกค้าส่วนใหญ่ น่าจะเป็นสุภาพสตรี ซึ่งน่าจะเซ็ตน้ำหนักของพวงมาลัยให้เบากว่านี้ ส่วนระบบขับเคลื่อนแบบ4 ล้อ ก็ช่วยให้การเกาะถนนดีขึ้น ปิดท้ายด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานของเบาะนั่ง ที่ต้องบอกว่า CR-V ออกแบบได้สุดยอด อันนี้ต้องขอชมเลย เพราะนอกจากเบาะนั่งแถว 3 ที่จับยัดเข้ามาในรถไซส์ขนาดนี้ได้อย่างไม่อึดอัดแล้ว ฟังก์ชั่นการขนของก็ออกแบบให้มีรูปแบบมากถึง 5 แบบ และที่สำคัญและชอบมากที่สุดคือ เบาะนั่งแถว 2 สามารถสไลด์เลื่อนไปมาได้ ช่วยเพิ่มที่วางขาให้ผู้โดยสารแถว 2 นั่งได้อย่างสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ!!