by Carzanova Team Kook
Hits: 85

สัมผัสสมรรถนะ Mercedes-AMG ในกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ยกกองทัพรถยนต์สมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG ครบทั้งตระกูล กว่า 9 รุ่น ในทุกเซ็กเมนต์ ให้ได้มาร่วมทดลองขับกับกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยเรียนรู้เทคนิคการขับขี่แบบเต็มสมรรถนะ กับทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ดีกรีแชมป์การแข่งขัน มอเตอร์สปอร์ตระดับโลก เป็นการกระตุ้นอะดรีนาลีนของผู้ร่วมกิจกรรมให้สูบฉีดเหมือนกำลังแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ต

กิจกรรม “Mercedes-AMG Driving Experience 2018” จะแบ่งผู้เข้ารับการอบรมออกเป็น กลุ่มต่างๆ และแบ่งการทดสอบออกเป็น 4 สถานี พร้อมแบบฝึกหัดสุดท้าทายในการขับขี่ แบบเต็มสนาม โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับประสบการณ์จริงจากการฝึกทักษะแต่ละด้าน และได้รับทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากสมรรถนะอันยอดเยี่ยมเทคโนโลยี และนวัตกรรมอันก้าวล้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของแนวคิดในการผลิตรถยนต์ Mercedes-AMG ทุกรุ่น

สถานีทดสอบทั้ง 4 สถานี

สถานีที่ 1 “Brake and Swerve”

ทดสอบระบบเบรก ระบบความปลอดภัยภายในรถยนต์ อันได้แก่ระบบ ESP® และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และเป็นการทดสอบความเร็วใน การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของตัวผู้ขับขี่เอง โดยผู้เข้าร่วมทดสอบจะได้ขับรถออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. และเมื่อเห็นสัญญาณไฟกระพริบจากทางซ้ายหรือขวา ผู้เข้าร่วมทดสอบจะต้องเหยียบเบรก และหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางตามทิศทางของสัญญาณไฟนั้น

สถานีที่ 2 “ESP Exercise”

                   

เป็นการทดสอบโดยอิงจากสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน ด้วยการเปรียบเทียบสิ่งกีดขวางเป็นคนเดินถนน ผู้ขับขี่จะได้ทดสอบทั้งการควบคุมการขับขี่ในสถานการณ์คับขันและทักษะการใช้สายตาเพื่อกะระยะทาง โดยผู้เข้าร่วมทดสอบจะได้ขับรถออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. แล้วหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางที่อยู่ ด้านขวามือโดยไม่เหยียบเบรก และต้องควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทางที่ต้องการจะไป โดยมองไปในทิศทางที่ต้องการบังคับรถ ซึ่งการควบคุมรถในลักษณะนี้ จะทำให้ระบบ ESP® ทำงาน และ ลดความเร็วของรถยนต์ลง 30 กม./ชม.

สถานีที่ 3 “Motorkhana”

                    

เป็นสถานีที่จำลองมาจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตชนิดหนึ่ง โดยสถานีนี้จะให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบได้ฝึกบังคับรถยนต์ในสนามจำลองเล็กๆ ที่มีอุปสรรคมากมายภายในเวลาที่รวดเร็วที่สุด และปลอดภัยที่สุด โดยไม่ชนสิ่งกีดขวางใดๆ เลย

สถานีที่ 4 “Cornering Theory”

เป็นสถานีทดสอบการเข้าโค้ง ที่จะใช้พื้นที่โค้งภายในสนามทั้งหมด 4 โค้งด้วยกัน ซึ่งแต่ละโค้งจะมีความกว้างแตกต่างกันไป ทำให้ผู้ขับขี่ได้ทดสอบการควบคุมความเร็วของรถยนต์ได้อย่างเต็มที่ โดยในแต่จะโค้งจะมีสิ่งกีดขวางที่วางไว้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ให้กับผู้เข้าร่วมการทดสอบได้ทราบถึงสิ่งที่ควรทำเมื่อเข้าโค้งนั้นๆ เช่น จุดที่ต้องเบรก จุดที่ต้องหักเลี้ยว หรือจุดเอเป็กซึ่งเป็นจุดที่สามารถเดินคันเร่งส่งรถออกไปจากโค้งได้ปลอดภัย และรวดเร็วที่สุด เป็นต้น

นอกจากนี้ในกิจกรรม “Mercedes-AMG Driving Experience 2018” ยังได้มีการเปิดตัวรถยนต์ 3 รุ่น ภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG และ Mercedes-Benz ได้แก่ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นประกอบในประเทศ, Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ และ Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศ อีกด้วย

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé เป็นรถในตระกูล Mercedes – AMG รุ่นแรกที่ประกอบในไทย และเป็นครั้งแรกของโลกสำหรับการผลิตรถยนต์ Mercedes-AMG นอกเหนือจากการผลิตในโรงงานของเดมเลอร์ เอจี เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2018 ที่ผ่านมา ในกิจกรรม Mercedes-AMG Driving Experience 2018 เป็นการเปิดตัวโฉมใหม่ของตระกูลซี-คลาส ยกระดับสมรรถนะ ด้วยการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์ รวมถึงเพิ่มเติมความหรูหราและความสปอร์ตภายในห้องโดยสารให้โดดเด่นกว่าที่เคย รูปลักษณ์ภายนอกและภายในดูหรูหราและให้ความสปอร์ตมากขึ้น ตกแต่งรอบคันด้วย AMG Bodystyling มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร วี6 สูบ ให้ความแรงสูงสุด 390 แรงม้า ที่ 6,100 รอบต่อนาที แรงบิด 520 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500-5,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé ราคา 4,220,000 บาท

Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+

Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ รถยนต์ตัวแรงที่สุดที่เคยมีมาในรถยนต์ตระกูล E-Class เป็นการปรับโฉมใหม่พร้อมเพิ่มความแรงให้กลายเป็นสุดยอดซีดานสมรรถนะสูง ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินแบบ V8 เทอร์โบคู่ 3,982 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 612 แรงม้า ที่ 5,750-6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 850 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500-4,500 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบเกียร์ความเร็ว 9 สปีด พร้อมกับคลัทช์เปียก ช่วยตอบสนองให้ขับขี่ได้คล่องตัวขึ้น

                         

Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ ราคา 12,790,000 บาท

Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic

Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศ ยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้ เจนเนอเรชั่นล่าสุดในกลุ่ม Dream Car ดีไซน์ใหม่ทั้งด้านหน้าและท้ายรถ มีความโฉบเฉี่ยวและสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ทั้งภายนอกและภายใน จัดเต็มทั้งฟีเจอร์และเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่ มากับเครื่องยนต์เบนซิน 1,497 ซีซี 4 สูบ เทอร์โบ ให้กำลัง 184 แรงม้า ที่ 5,800-6,100 รอบต่อนาที แรงบิด 280 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000-4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 7.9 วินาทีและความเร็วสูงสุด 239 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

                       

Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic ราคา 3,450,000 บาท

ปัจจุบัน แบรนด์ Mercedes-AMG มีรถยนต์ที่วางขายในประเทศไทย จำนวนทั้งหมด 11 รุ่น ทั้งรุ่นที่ประกอบในประเทศและนำเข้า ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์คอมแพค ที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ รถซาลูนที่ใช้เครื่องยนต์หลากหลายแบบ หรือแม้แต่รถ SUV รถยนต์สไตล์คูเป้ รถเปิดประทุนสไตล์คาบริโอเลต์และโรดสเตอร์ในตระกูล AMG GT โดย Mercedes-AMG ยังคงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยยอดขายรวมทั่วโลกสูงถึงกว่า 130,000 คันเมื่อปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา