by Carzanova Team Nat
Hits: 126

รีวิว!! Hyundai Ioniq Electric…ขับแล้วลืมไปเลยว่านี่คือรถยนต์ไฟฟ้า

 

กระแสรถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรากำลังมาแรงในช่วงนี้ ซึ่งแบรนด์รถยนต์หลายค่ายก็เผยโฉมรถยนต์พลังงานไฟฟ้าออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ฮุนได ค่ายรถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้ แม้ว่าช่วงหลังๆ ข่าวคราวรถยนต์ใหม่ๆ จะเงียบหายไปบ้าง แต่เมื่อเดือนมีนาคมปี 2018  ที่ผ่านมา ฮุนได ก็สร้างปรากฎการณ์ด้วยการเผยโฉม “ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก” (Hyundai Ioniq Electric) และเปิดรับจองเป็นครั้งแรก ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39

Hyundai Ioniq Electric

ฮุนได ไอออนิกเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ฮุนได ได้เปิดตัวและทำตลาดอย่างจริงจังนับเป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลก ที่มีจำหน่ายทั้ง 3 รูปแบบระบบขับเคลื่อนใน 1 รุ่น ได้แก่ ไฮบริด, ปลั๊กอิน ไฮบริด และอีวีจุดประสงค์ก็คือ เป็นรถยนต์ที่มีมลพิษที่ต่ำที่สุด หรือปราศจากมลพิษ และนอกจากจะเป็นรถยนต์ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว  ยังมีดีไซน์ที่สวยงาม ทันสมัย อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่, การเชื่อมต่อ และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย

รูปลักษณ์ภายนอก

ฮุนได ไอออนิก เป็นรถแฮ็ทช์แบ็กที่มาพร้อมความสปอร์ตบวกกับความโฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหว การออกแบบตัวถังในส่วนต่างๆเช่น ช่องดักลมที่ล้อคู่หน้า, สปอยเลอร์ด้านหลัง, ดิฟฟิวเซอร์ ชายล่างประตูทั้งสี่บาน แผ่นปิดใต้ท้องรถ รวมถึงล้ออัลลอยทำให้อากาศไหลผ่านตัวรถได้อย่างสะดวกและลื่นไหลตามหลักอากาศพลศาสตร์ ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำเพียง 0.24 และยังรวมถึงการลดน้ำหนักตัวรถ ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาอย่างอลูมิเนียมในการผลิตฝากระโปรงหน้า และฝากระโปรงท้าย ทำให้สามารถลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 12.6 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับเหล็กทั่วไป

ไฟท้ายเป็นแบบ LED

และด้วยความที่เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า  กระจังหน้าจึงถูกออกแบบในลักษณะปิดทึบ เนื่องจากไม่ต้องใช้งานเพื่อการระบายความร้อนเครื่องยนต์ แต่ยังคงไว้ซึ่งความพลิ้วไหว และสะอาดตา ด้วยสีเทาเข้ม ไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวัน ไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบ LED บริเวณชายกันชนด้านหน้าและด้านหลัง รวมทั้งชายประตูทั้ง 4 บาน ถูกตกแต่งด้วยสีทองแดง ที่สื่อถึงความเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

กาออกแบบภายใน

ภายในถูกออกแบบโดยเน้นถึงความเป็นรถแห่งอนาคต ด้วยแนวคิด ‘Purified High-Tech’ ที่ดูเรียบง่าย ลื่นไหล แต่มีความประณีต บริเวณช่องแอร์, คอนโซลกลาง, พวงมาลัย และเบาะนั่ง ถูกตกแต่งด้วยสีส้มทองแดง ซึ่งเป็นสีที่เปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในรถยนต์ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากทองแดงที่อยู่ในคอนดักเตอร์ของระบบไฟฟ้า

ภายในห้องโดยสาร

วัสดุภายใน เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ผ้าหลังคาและพรมที่มีส่วนผสมจากต้นอ้อย เพื่อช่วยให้อากาศภายในห้องโดยสาร มีความบริสุทธิ์, สีพ่นตัวถังที่มีส่วนผสมของน้ำมันถั่วเหลือง เพื่อให้มีประกายของเม็ดสีที่สวยงาม, แผงประตูที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล ผสมกับผงไม้และหินจากภูเขาไฟ แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแรงและคุณภาพที่ดี  เป็นความใส่ใจในรายละเอียดเพื่อให้ ฮุนได ไอออนิก เป็นรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

เมื่อผู้ขับขี่ปลดล็อกรถด้วยระบบ Smart Entry ระบบ Welcome Function จะทำงาน ด้วยการสั่งให้ไฟหน้าและไฟท้ายส่องสว่าง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยขณะจอดรถในที่มืดหรือยามค่ำคืน และเมื่อผู้ขับขี่เปิดประตูรถ เบาะที่นั่งคนขับ จะปรับเลื่อนถอยหลังอัตโนมัติ เพื่อให้เข้าสู่ตำแหน่งที่นั่งขับขี่ได้อย่างสะดวกสบาย เบาะที่นั่งคนขับ ปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมที่ดันหลังแบบไฟฟ้า (Lumbar Support) ช่วยลดอาการเมื่อยล้าขณะขับขี่ นอกจากนี้ ยังมีระบบระบายอากาศสำหรับเบาะคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้าอีกด้วย

ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, ช่องต่อระบบ USB และ AUX

ภายในห้องโดยสาร มีความกว้างขวางและสะดวกสบาย โดยเฉพาะที่นั่งของผู้โดยสารตอนหน้า ซึ่งมีความโปร่งและกว้างขวางเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบเกียร์ ถูกออกแบบให้เป็นแบบระบบปุ่มกด หรือ shift by wire ซึ่งถูกติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งผู้ขับขี่ สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ตามต้องการเพียงปลายนิ้วสัมผัส นอกจากนี้ยังมีระบบเบรคมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold ที่ช่วยหยุดรถชั่วขณะในสภาพการจราจรติดขัด และระบบ wireless charging ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ เพียงวางโทรศัพท์บริเวณช่องชาร์จด้านซ้ายของปุ่มเลือกตำแหน่งเกียร์

ระบบ Auto Hold

ระบบความบันเทิง มาพพร้อมหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 5 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, ช่องต่อระบบ USB และ AUXหน้าปัดแสดงการทำงานของระบบต่างๆบริเวณคนขับ เป็นหน้าปัดความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้ว แบบ TFT สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้ ตามรูปแบบการขับขี่ โดยผู้ขับขี่ สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ ผ่านปุ่ม ‘drive mode’ บริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด3 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal และ Sport

ระบบปรับอากาศภายในรถยนต์เป็นแบบ Dual Zone

  • โหมด Eco หน้าปัดจะแสดงมาตรวัดความเร็วในรูปแบบอนาล็อก เช่นเดียวกับมาตรวัดความเร็วแบบรถยนต์ปกติ และแถบสีเขียวบริเวณตัวเลขความเร็ว พร้อมไฟแสดงสถานะโหมด Eco สีเขียว
  • โหมด Normal หน้าปัดจะแสดงมาตรวัดความเร็วในรูปแบบอนาล็อก เช่นเดียวกับมาตรวัดความเร็วแบบรถยนต์ปกติ จากแถบสีเขียวในโหมด Eco จะถูกเปลี่ยนเป็นแถบสีเทา และไม่มีไฟแสดงสถานะโหมด Normal
  • โหมด Sport หน้าปัดจะถูกเปลี่ยนจากมาตรวัดความเร็ว เป็นมาตรวัดแสดงสถานะกำลังการขับเคลื่อนของรถจาก 0 ถึง 100 เปอร์เซนต์ ในรูปแบบอนาล็อกพร้อมแถบสีแดง ตรงกลางจะแสดงความเร็วแบบตัวเลขดิจิตอล ที่จะถูกไล่ลำดับขึ้นไปตามความเร็วของรถยนต์

ระบบปรับอากาศภายในรถยนต์เป็นแบบ Dual Zone ที่เลือกปรับอุณหภูมิแยกอิสระสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกให้ลม ออกจากช่องปรับอากาศเฉพาะผู้ขับขี่อย่างเดียวได้ เพียงกดปุ่ม ‘driver only’ ที่บริเวณแผงควบคุมเครื่องปรับอากาศ ซึ่งจะช่วยลดภาระการทำงานของระบบปรับอากาศ และช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย

ขุมพลังขับเคลื่น

มาถึงระบบขับเคลื่อนกันบ้าง ฮุนได ไอออนิกใช้มอเตอร์ไฟฟ้าชนิดซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ที่ให้พละกำลังสูงสุด 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุด295 นิวตัน-เมตร เชื่อมต่อผ่านระบบเกียร์แบบ single-speed ที่สามารถเลือกตำแหน่งเกียร์ผ่านปุ่มกดบริเวณคอนโซลกลาง และสามารถพารถยนต์ไปที่ความเร็วสูงสุดที่ 165 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ แหล่งเก็บพลังงานใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน โพลิเมอร์ ขนาด 28 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 280 กิโลเมตร ใช้เวลาในการชาร์จไฟแบบปกติอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 25 นาที โดยประมาณ และการชาร์จไฟแบบ quick charge ที่กำลังการชาร์จไฟขนาด 50 kW จะใช้เวลา30 นาที และ 23 นาทีโดยประมาณ ด้วยกำลังการชาร์จไฟขนาด 100 kW โดยแบตเตอรี่นี้ ถูกติดตั้งอยู่ใต้ที่นั่งของผู้โดยสารตอนหลัง แต่ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่ที่สามารถบรรจุสัมภาระได้สูงสุดถึง 650 ลิตร

มอเตอร์ไฟฟ้าชนิดซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร

นอกจากนี้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ไอออนิกยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดกับระบบ regenerative braking system ที่สามารถควบคุมได้ด้วยปุ่ม paddle shift บริเวณด้านหลังพวงมาลัย มีทั้งหมด 4ระดับ โดยแต่ละระดับ จะเป็นระดับการนำพลังงานไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรี่จากมากไปน้อย เพียงผู้ขับขี่กดปุ่ม paddle shift รถยนต์จะลดความเร็วโดยอัตโนมัติ ระบบเบรกจะทำงานเพื่อให้ระบบregenerative braking system ทำงาน และนำกระแสไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ เพื่อช่วยให้มีระยะทางการวิ่งที่ยาวขึ้นระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท ผลิตจากอลูมิเนียม ช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชันบีมถูกปรับแต่งเพื่อให้มีการขับขี่ที่นุ่มนวล

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัย มาพร้อมระบบ Blind Spot Detection ซึ่งมีหน้าที่ตรวจจับรถในจุดอับสายตาขณะขับขี่ ทำงานควบคู่กันกับระบบ Lane Change Assist ที่จะช่วยตรวจจับรถในเลนด้านข้างในขณะที่ผู้ขับขี่กำลังจะเปลี่ยนเลน และยังทำงานร่วมกับระบบ Rear Cross Traffic Alert ในขณะที่ผู้ขับขี่กำลังจะถอยรถออกจากที่จอดรถ ระบบจะตรวจจับความเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือคนเดินเท้า หากมีวัตถุเคลื่อนไหวบริเวณด้านหลังรถ ระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ เพื่อความปลอดภัยขณะถอยรถ

ระบบ Blind Spot Detection 

นอกจากนี้ ยังมีระบบ Lane Departure Warning (LDW) ตรวจจับเส้นแบ่งช่องการจราจร หากรถกำลังเคลื่อนออกจากช่องจราจร ระบบจะส่งเสียงเพื่อเตือนผู้ขับขี่ ให้นำรถกลับเข้าสู่ช่องจราจรเดิม ระบบ Lane Keeping Assist (LKA) ตรวจจับเส้นแบ่งช่องการจราจร เมื่อรถกำลังเคลื่อนออกจากช่องจราจร ระบบจะสั่งการให้หักพวงมาลัยกลับมาในช่องจราจร และระบบ Smart Cruise Control (SCC) หรือระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ โดยระบบจะทำงานโดยใช้เรดาร์ที่อยู่บริเวณโลโก้บนกระจังหน้า ในการรักษาระดับความเร็วแบบแปรผัน ตามความเร็วของรถที่อยู่ด้านหน้า และผู้ขับขี่ ยังเลือกระดับการรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้าได้อีกด้วย

ระบบ Forward Collision Warning (FCW) ที่ช่วยเตือน หากผู้ขับขี่ ขับรถเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป และถ้าระบบตรวจพบว่าผู้ขับขี่ ไม่เหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ ระบบจะส่งเสียงเพื่อเตือนผู้ขับขี่ เพื่อให้ผู้ขับขี่หยุดรถก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ และระบบ Autonomous Emergency Braking System (AEB) ที่จะช่วยเบรกรถอัตโนมัติ ในกรณีที่ผู้ขับขี่ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองในขณะที่รถกำลังเข้าใกล้รถคันข้างหน้า หรือในกรณีที่คนเดินถนนเดินตัดผ่านหน้ารถในระยะกระชั้นชิด กล้องบริเวณด้านบนกระจกบังลมหน้า และเรดาร์บริเวณกระจังหน้า จะทำหน้าที่ตรวจจับวัตถุและคนเดินถนน และจะสั่งการให้รถหยุดโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

ถึงแม้ราคาค่าตัวของ ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก จะสูงถึง 1,749,000 บาท แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เมื่อเทียบกับสิ่งที่ติดตัวมากับ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแดนกิมจิ รุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์การออกแบบที่ล้ำสมัยภายในที่กว้างขวางสะดวกสบาย ขุมพลังขับเคลื่อน และเทคโนโลยีต่างๆ ในโหมดการขับขี่และระบบความปลอดภัย ที่สำคัญเมื่อได้ลองสัมผัสกับ ฮุนได ไอออนิก แล้วให้ความรู้ที่ไม่ต่างจากการขับรถยนต์ธรรมดาทั่วไป ให้การตอบสนองและอัตราเร่งที่ดี ไม่รู้สึกว่าเป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า จะแตกต่างก็ตรงที่ว่า เสียงที่เงียบเพราะไม่มีการคำรามออกมาเหมือนเครื่องยนต์ทั่วไป  ส่วนเรื่องการชาร์จไฟ ในการชาร์จแบบปกติจะอยู่ที่ราวๆ 4 ชั่วโมง 25 นาที  วิ่งได้ 280 กิโลเมตร แต่ในกรณีที่ไม่ได้ชาร์จไฟมาจากบ้าน ฮุนได ไอออนิก ยังมีระบบการชาร์จไฟ แบบด่วน ที่กำลังการชาร์จไฟขนาด 50 kW และใช้เวลาเพียง 23 - 30 นาที เท่านั้น ซึ่งสามารถวิ่งต่อไปได้อีกราวๆ 200 กิโลเมตร หากว่างแผนในการเดินทาง และศึกษาจุดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ให้ดี ก็ไม่น่ามีปัญหาไม่ว่าจะวิ่งในเมือง หรือออกต่างจังหวัด และ ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอีกหนึ่งรุ่นที่ทำให้ผู้ใช้รถในบ้านเรา หันมาสนใจรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น และในอนาคตอันใกล้ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในไทยต้องประชันกันอย่างคึกคักแน่นอน.