by Carzanova Team Nat
Hits: 118

รีวิว!! FORD MUSTANG พาสัมผัสม้าป่าพันธุ์คะนอง...บนพื้นแทรค

ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัว ฟอร์ด มัสแตง สปอร์ตคาร์ระดับตำนาน เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีวางจำหน่ายสองรุ่น คือ รุ่น 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack และ รุ่น 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack พร้อมทั้งให้สัมผัสสมรรถนะของทั้ง 2 รุ่น บนพื้นแทรค สนามแข่งพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งถือว่าเป็นตำนานสนามแข่งของเมืองไทยเช่นเดียวกัน

รุ่น 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack

สำหรับ ฟอร์ด มัสแตง อย่างที่ทราบว่ามีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 รุ่น คือ ตัว 5.0L V8 ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 460 แรงม้า และแรงบิด 556 นิวตัน-เมตร ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ลูกใหม่จากฟอร์ด ที่ไม่เหมือนกับอีก 3 โมเดลที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ทั้ง เรนเจอร์, แร็พเตอร์ และเอเวอร์เรส ซึ่งระบบควบคุมอิเล็คทรอนิคของเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ลูกนี้ ช่วยให้สามารถปรับแต่งเครื่องตามโหมดการขับขี่ต่างๆ ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบเรียลไทม์ช่วยให้สามารถปรับเกียร์ตามสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการขับชมวิวริมทะเล หรือการขับรถในสนามแข่ง และมีแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยแพดเดิ้ลชิฟท์ช่วยให้ผู้ขับขี่ควมคุมรถได้ทุกจังหวะ โดยขุมพลังตัวนี้สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 4.3 วินาทีเท่านั้น โดยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร ของฟอร์ด ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นเพื่อมอบพลังที่มากกว่า และรอบเครื่องที่สูงกว่าที่เคยมีมา ด้วยระบบหัวฉีดสองระบบ (Dual-Fuel) ที่ผสานระบบไดเร็คอินเจคชั่นแรงดันสูง (High-Pressure Direct Injection) และระบบฉีดเชื้อเพลิงที่ท่อแบบแรงดันต่ำ (Low-Pressure Port Fuel Injection) อีกทั้งยังเพิ่มแรงบิดในช่วงรอบเครื่องต่ำ ที่ต้องบอกว่าให้อารมณ์การขับขี่แบบรถสปอร์ตราคาระดับเกือบ 10 ล้าน โดยเฉพาะเมื่อเวลาปิดระบบป้องกันต่างๆ ก็จะให้อารมณ์ที่ดิสมกับเป็นม้าป่าพันธุ์คะนอง ที่หากใครได้ลองแล้ว ยากจะปฎิเสธว่าไม่อยากจะปราบพยศเจ้าม้าป่าตัวนี้

เครื่องยนต์  5.0L V8

ขณะที่อีกรุ่น คือ ตัว 2.3L EcoBoost ซึ่งก็ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดเหมือนกัน แต่จะมอบพละกำลังเพียงแค่ 300 แรงม้า และแรงบิด 440 นิวตัน-เมตร แถมให้อัตราประหยัดน้ำมันได้ 10.8 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 217 กรัม/กิโลเมตร นอกจากนี้ ฟังก์ชั่น Overboost ยังช่วยเพิ่มแรงดันอากาศจากเทอร์โบทุกครั้งที่ เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้สนุกสนานกับเครื่องยนต์ที่ตอบสนองได้รวดเร็วดั่งใจในทุกการเร่งเครื่อง แต่อารมณ์การขับขี่ต้องบอกเลยว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากมองว่าเม็ดเงินที่จ่ายไปต่างกันระดับล้านกว่าบาท ก็ต้องบอกว่าหากใครชอบความมันส์ ต้องยกให้กับเครื่อง 5.0 V8 แต่หากต้องการขับหล่อๆ เอามันบ้างในบางครั้งบางครา ตัว 2.3 ลิตร EcoBoost นี่แหล่ะตอบโจทย์ลงตัว

รุ่น 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack

เออ!! เกือบลืมบอกไปว่า ฟอร์ด มัสแตง ตัวนี้ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบใหม่ 2 โหมด เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ปรับการควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว การตอบสนองของคันเร่ง รูปแบบการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ พวงมาลัยและการทำงานโหมดปรับระดับความดังของชุดท่อไอเสีย Active Valve Performance Exhaust ให้เหมาะกับการขับขี่แบบต่างๆ โดยมี 2 โหมดใหม่ นอกจากโหมดปกติ (Normal) โหมดสปอร์ต (Sport) โหมดแทร็ค (Track) และโหมดหิมะ/พื้นเปียก (Snow/Wet) คือ:
• โหมดแข่งทางตรง (Drag Strip) เพื่อประสิทธิภาพอัตราเร่งสูงสุด และการแข่งขันแบบควอเตอร์ไมล์ในสนามแข่ง
• โหมด My Mode ให้ผู้ขับขี่ได้เลือกตั้งค่าสมรรถนะการขับขี่และเสียงท่อไอเสียได้ตามต้องการ

เครื่องยนต์ 2.3 ลิตร

ด้านระบบช่วงล่างของ ฟอร์ด มัสแตง ทั้ง 2 รุ่น โช้คอัพที่ได้รับการปรับแต่งใหม่จากรุ่นเดิม ให้สามารถเข้าโค้งได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งตอนที่เราลองขับกัน ใช้พื้นที่ในสนามพีระฯ ทุกโค้งเป็นสถานที่พิสูจน์ ซึ่งต้องบอกว่าอาการเลี้ยวคมมากๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องไม่ปิดระบบช่วยควบคุมการขับขี่ต่างๆ แม้ในรุ่น 2.3 EcoBoost จะไม่แสดงอาการพยศอะไรมากมาย เหมือนตัว 5.0 V8 แต่ถ้าปิดระบบช่วยเหลือต่างๆ ก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน โดยช่วงล่างที่ได้รับมอบหมายมาให้คุมม้าพยศตัวนี้ ได้รับการออกแบบให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยข้อต่อแบบ Cross-Axis ช่วยลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นในการเข้าโค้งที่สามารถนำไปสู่การบิดของตัวถังได้ เหล็กกันโคลงที่หนาขึ้นยังช่วยลดอาการโคลง (body-roll) และช่วยให้ควบคุมรถได้เฉียบคมยิ่งขึ้น

ระบบ Electronic Line Lock 

นอกจากนี้เจ้ามัสแตง ทั้ง 2 รุ่น ยังมีระบบ Electronic Line Lock ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเบิร์นยางคู่หลังได้อย่างง่ายดาย และพร้อมกับการแข่งทางตรง (drag strip) ซึ่งระบบนี้ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมไปถึงชุดแต่ง Performance Pack ที่ให้เฟืองท้ายแบบ Limited-Slip ให้การขับขี่ในโค้งสนุกสนานขึ้น รวมถึงล้อแม็กขนาด 19 นิ้ว เหมือนกันแต่ใส่ยางคนละขนาด โดยในรุ่น GT โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยสีดำลาย 10 ก้านคู่ ล้ออัลลอยคู่หน้าขนาด 19 x 9 นิ้ว และคู่หลังใช้ขนาด 19 x 9.5 นิ้ว หุ้มด้วยยาง Michelin Pilot Sport 4S ขนาด 255/40 R19 คู่หน้า และ 275/40 R19 สำหรับคู่หลัง ขณะที่ รุ่น EcoBoost มาพร้อมล้ออัลลอยสีดำลาย 7 ก้านคู่ ขนาด 19 x 9 นิ้ว หุ้มด้วยยาง Pirelli P-Zero ขนาด 255/40 เหมือนกันทั้ง 4 ล้อ

ล้ออัลลอยสีดำลาย 10 ก้านคู่

สำหรับรูปลักษณ์ภายนอก ฟอร์ด มัสแตง ปราดเปรียวและดูโฉบเฉี่ยว โดยยังคงเอกลักษณ์ที่เป็นที่จดจำตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ไฟหน้าเป็นแบบเดย์ไลท์ ไฟเลี้ยวและไฟท้าย 3 แถวอันเป็นเอกลักษณ์ของฟอร์ด มัสแตง ทุกคัน จะมาพร้อมเทคโนโลยีไฟ LED ในขณะที่ฝาไฟหน้าได้รับการออกแบบใหม่เพื่อสอดรับกับทรงสี่เหลี่ยมคางหมูของกระจังหน้าชิ้นบน ฝากระโปรงหน้าได้รับการปรับให้แบนราบลงพร้อมช่องระบายอากาศในตัวและดีไซน์กระจังหน้าที่ต่ำลง ส่งผลดีต่อหลักอากาศพลศาสตร์มากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้วิศวกรของฟอร์ดยังปรับลดความสูงของช่วงหน้าและเพิ่มขนาดของสปลิตเตอร์หรือลิ้นหน้า เพื่อเพิ่มแรงกด ในช่วงหน้าของตัวรถให้สามารถยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น แผงกันชนด้านหลังล้อหน้ายังช่วยให้อากาศไหลผ่านใต้ตัวรถได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งช่วยลดแรงต้านได้มากถึง 3% ส่วนกันชนหลังและดิฟฟิวเซอร์แบบใหม่ช่วยเพิ่มความโฉบเฉี่ยวให้กับด้านท้ายของฟอร์ด มัสแตง ในขณะที่ในรุ่น GT ใช้ท่อไอเสียแบบ 4 ท่อเพื่อรองรับความแรงของเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร และมีสปอยเลอร์หลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ไฟหน้าเแบบเดย์ไลท์

ไฟท้าย 3 แถว เทคโนโลยีไฟ LED 

ภายในห้องโดยสารของฟอร์ด มัสแตง ได้รับการออกแบบให้มีความหรูหราสะดวกสบายกว่าเดิม ด้วยวัสดุตกแต่งผิวสัมผัสนุ่มตลอดแนวประตู พร้อมมือจับประตูอะลูมิเนียม ขณะที่แผงหน้าปัดแสดงผลดิจิตอลขนาด 12 นิ้ว จะแสดงข้อมูลที่เหมาะสมกับโหมดขับขี่แต่ละโหมด คล้ายกับที่มีในรถซุปเปอร์คาร์ อย่างรถฟอร์ด จีที เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในทุกการขับขี่ โดยการแสดงผลจะเปลี่ยนตามโหมดขับขี่โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ เมื่อใช้งานฟีเจอร์ Electronic Line Lock ผู้ขับขี่ยังจะเห็นแอนนิเมชั่นแบบวิดีโอเกมเป็นครั้งแรกบนหน้าจอ 12 นิ้วอีกด้วย

แผงหน้าปัดแสดงผลดิจิตอลขนาด 12 นิ้ว

และที่ถือเป็นไฮไลท์อีกอันหนึ่งสำหรับ มัสแตง คือทันทีที่ปลดล็อคประตู ปุ่มสตาร์ทรถจะกระพริบไฟสีแดงทันทีจนกว่าจะสตาร์ทรถ โดยจะกระพริบด้วยความเร็ว 30 ครั้งต่อนาที ซึ่งอาจจะสงสัยว่าทำไม มันมีสตอรี่ตรงที่เวลากระพริบนั้นจะเท่ากับอัตราการเต้นของหัวใจของม้าป่ามัสแตงขณะพักนั่นเอง

มือจับประตูอะลูมิเนียม

พร้อมกันนี้ภายในห้องโดยสารยังสามารถปรับระดับความดังท่อไอเสีย ได้ตามความต้องการเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมี Quiet Mode โหมดที่เป็นมิตรต่อเพื่อนบ้านสามารถตั้งค่าให้ท่อไอเสียเงียบได้ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อลดการรบกวนเพื่อนบ้านหรือผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะตอนที่สตาร์ทเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร อันทรงพลังในตอนเช้าตรู่

โหมด Quiet Mode  สำหรับปรับเสียงท่อไอเสีย

ด้านเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ ในฟอร์ด มัสแตง ก็ไม่ขาด มาพร้อมระบบเตือนการชน (Pre-Collision Assist) ที่ผสานระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน อัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ซึ่งช่วยมอบความเพลิดเพลินให้กับการขับขี่ยิ่งขึ้น

อย่างที่บอก ฟอร์ด มัสแตง ที่จำหน่ายในประเทศไทย มีให้เลือก 2 รุ่น
•ฟอร์ด มัสแตง 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack ราคา 4,799,000 บาท
•ฟอร์ด มัสแตง 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack ราคา 3,599,000 บาท

เฟืองท้ายแบบ Limited-Slip 

ถึงตอนนี้ ฟอร์ด มัสแตง พร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของแล้ว หากแต่ไม่ใช่จะไปซื้อกับผู้จำหน่ายฟอร์ด เจ้าใดก็ได้ แต่ต้องเป็นโชว์รูม ฟอร์ด มัสแตง อย่างเป็นทางการที่มีเพียง 19 แห่ง เท่านั้น ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด