by Carzanova Team Nat
Hits: 2379

รีวิว!! The NewPorscheCayenne เอสยูวี ปลั๊ก-อินไฮบริด...สนมั้ย 6.3 ล้านบาท!!

 

หลังจากปอร์เช่เปิดตัว เอสยูวีหรู เจนเนอเรชั่นที่ 3 ปอร์เช่ คาเยนน์อี-ไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche Cayenne E-Hybrid)ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาดความจุ 3.0ลิตร340 แรงม้าเสริมพลังด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า136 แรงม้าให้พละกำลังสูงสุดรวมกว่า462 แรงม้าแรงบิดสูงสุดถึง 700 นิวตัน-เมตร โดยก่อนหน้านี้เปิดราคามาที่ 7.5 ล้านบาท ก่อนปรับราคาลงเหลือ 6.3 ล้านบาท...เห็นราคาอย่างนี้ เชื่อว่าหลายคนตาลุกวาว!!

 

The new Porsche Cayenne E-Hybrid

คาเยนน์ปลั๊ก-อินไฮบริดคือหนึ่งในผลงานที่แสดงออกถึงทิศทางการพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้าในอนาคตของปอร์เช่ด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในสมรรถนะสูง ซึ่งผ่านการปรับแต่งจนมีกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 7 แรงม้ารวมเป็น340 แรงม้าประสิทธิภาพจากระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 43% หรือ136 แรงม้าโดยทั้ง 2 ขุมพลังผสานพละกำลังสูงสุดกว่า 462แรงม้าภายใต้แนวทางในการออกแบบระบบเสริมสมรรถนะที่ได้รับการถ่ายทอดโดยตรงจากรถซูเปอร์สปอร์ต ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์(Porsche 918 Spyder)ภายใต้โปรแกรมการขับขี่ทุกรูปแบบของชุดแต่งสปอร์ตโครโน (Sport Chrono Package) ซึ่งติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานโดยสามารถเร่งออกตัวจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 5.0 วินาทีเท่านั้น แถมความเร้าใจด้วยความเร็วสูงสุดถึง 253 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ V6 ความจุ 2,995 ซีซี 

ในส่วนของมอเตอร์ไฟฟ้า สำหรับ คาเยนน์อี-ไฮบริดใหม่สามารถเดินทางได้มากถึง 44กิโลเมตร และทำความเร็วได้ถึง 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ส่วนอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเมื่อวัดตามมาตรฐาน New European Drive Cycle (NEDC)โดยขึ้นอยู่กับขนาดของยางรถยนต์ที่ติดตั้งอยู่ที่ 29.4-31.2กิโลเมตรต่อลิตร อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.9 – 20.6 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อระยะทาง100 กิโลเมตรนอกจากการเปิดตัว คาเยนน์อี-ไฮบริดปอร์เช่ยังได้เพิ่มเติมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบช่วยเหลือการขับขี่หลากหลายรายการให้แก่คาเยนน์ (Cayenne) ทุกรุ่น อาทิ หน้าจอแสดงข้อมูล head-up displayแบบใหม่ และเบาะนวดไฟฟ้า

 

สำหรับแบตเตอรี่ ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพื่อเพิ่มความจุในการเก็บสะสมพลังงาน เสริมขีดความสามารถทั้งในแง่ของพิสัยระยะการเดินทางและพละกำลังสำรองยามที่ต้องการอัตราเร่งเมื่อเปรียบเทียบกับ คาเยนน์รุ่นก่อนหน้า พบว่าความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นจาก 10.8 เป็น 14.1 กิโลวัตต์ชั่วโมงโดยแบตเตอรี่ดังกล่าวผ่านการระบายความร้อนด้วยระบบ fluid-cooled ติดตั้งลงบริเวณพื้นตัวถังด้านท้ายของรถอย่างหนาแน่น ประกอบด้วยโมดูลพลังงาน 8 ชุด ภายในแต่ละโมดูลคือเซลล์ prismatic lithium ion จำนวน 13 เซลล์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มความจุภายในระยะเวลา 7.8ชั่วโมง ด้วยไฟฟ้าแรงดัน230โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 10 แอมป์ ในกรณีที่ใช้อุปกรณ์พิเศษon-board charger7.2 กิโลวัตต์ ด้วยไฟฟ้าแรงดัน230โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 32แอมป์ แทนที่ระบบชาร์จมาตรฐานแบบ 3.6 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่จะได้รับการชาร์จพลังงานจนเต็มความจุภายในระยะเวลาเพียง 2.3 ชั่วโมงเท่านั้น

เกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 จังหวะ Tiptronic S 

ด้านระบบขับเคลื่อนและระบบส่งกำลังของ คาเยนน์อี-ไฮบริดเป็นชุดใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ ชุดขับเคลื่อนไฮบริดประกอบด้วยเซลล์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงพร้อมชุดคลัทช์อิสระ electromechanical แตกต่างจากระบบ electro-hydraulic และอุปกรณ์ spindle actuator ในรุ่นก่อนหน้าให้อัตราการตอบสนองที่รวดเร็วและฉับไวกว่าอย่างเห็นได้ชัดในส่วนของระบบส่งกำลังประจำการด้วยเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 จังหวะ Tiptronic Sที่ได้รับการปรับแต่งใหม่สำหรับ คาเยนน์โดยเฉพาะเกียร์อัตโนมัติชุดนี้ไม่เพียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความนุ่มนวล แต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนอัตราทดได้อย่างรวดเร็ว ลดอาการกระตุกที่เกิดขึ้นขณะเปลี่ยนจังหวะ

 

ในขณะที่การทำงานของระบบ Porsche Traction Management (PTM)ส่งผลให้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อall-wheel drive ของ คาเยนน์อี-ไฮบริดได้รับการควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านอุปกรณ์map-controlled multiplate clutch โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อนอย่างเหมาะสม การทำงานของระบบดังกล่าวช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถบังคับควบคุมรถยนต์ได้ทุกรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่สไตล์สปอร์ตความเร็วสูงที่ต้องการเสถียรภาพในการทรงตัว หรือแม้แต่ในยามบุกตะลุยไปบนเส้นทางทุรกันดารสไตล์offroadที่ต้องยกประโยชน์ให้ระบบรองรับและช่วงล่างที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ารถสปอร์ตจากระบบควบคุมการทรงตัวPorsche Active Suspension Management (PASM) ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้สามารถเลือกสั่งติดตั้งอุปกรณ์พิเศษอีกหลากหลายรายการ อาทิ ระบบ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) ระบบroll stabilisationและระบบลากจูงรถต่อพ่วงที่สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 3.5 ตัน

นอกจากนี้ในส่วนของระบบช่วยเหลือการขับขี่และนวัตกรรมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก มีเพิ่มขึ้นมามากมายหลายรายการ และนับเป็นครั้งแรกของปอร์เช่สำหรับการติดตั้งหน้าจอแสดงผลแบบใหม่ head-up display ทำงานด้วยการฉายภาพข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบต่างๆของตัวรถไปยังระดับสายตาของผู้ขับขี่โดยตรงในลักษณะของหน้าจอสี ในส่วนของอุปกรณ์พิเศษอื่นๆที่ได้รับการเพิ่มเติมลงใน คาเยนน์เป็นครั้งแรก ได้แก่ระบบดิจิทัลช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Porsche InnoDriveพร้อมระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ adaptive cruise control เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบนวดไฟฟ้า massage seatsระบบไล่ฝ้ากระจกบังลมหน้า heated windscreen ระบบทำความร้อนภายในห้องโดยสารแยกตำแหน่งอิสระควบคุมด้วยรีโมท

 

ภายในห้องโดยสาร

ซึ่งด้วยราคาที่ลดลงมาเหลือเพียง 6.3 ล้านบาท กับสมรรถนะและรูปลักษณ์เอสยูวี เชื่อว่าบรรดาเศรษฐีเมืองไทย คงไม่ยากในการตัดสินใจเป็นเจ้าของ เจ้าเอสยูวีหรู ที่มีสมรรถนะโดนใจ คันนี้...อย่างแน่นอน

 

 Fact Sheet:Porsche Cayenne E-Hybrid

 

Porsche Cayenne E-Hybrid

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ V6 ความจุ 2,995 ซีซี พร้อมระบบ ปลั๊ก-อิน (Plug-in)

ความเร็วสูงสุด 253 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 29.4 - 31.2กิโลเมตรต่อลิตร

อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์78 – 72 กรัมต่อกิโลเมตร               

ความยาวฐานล้อ 2,895 มิลลิเมตร

ความยาว 4,918 มิลลิเมตร

ความกว้าง 1,983 มิลลิเมตร (ความกว้างรวมกระจกมองข้าง 2,194มิลลิเมตร)

ความสูง 1,696 มิลลิเมตร

462แรงม้าที่ 5,250 – 6,400 รอบต่อนาที           

700 นิวตันเมตร ที่ 1,000 – 3,750 รอบต่อนาที

น้ำหนักรถเปล่า (DIN) 2,295 กิโลกรัม                                                               

น้ำหนักรถรวมของเหลว 3,030 กิโลกรัม

อัตราเร่ง                                                                                   

0 – 60 ไมล์ต่อชั่วโมง                             4.7 วินาที

0 – 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง                    6.3 วินาที

(ใช้พลังงานไฟฟ้า)

0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง                  5.0 วินาที

0 – 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง                  11.5 วินาที

0 – 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง                  19.1 วินาที