by Carzanova Team Kook
Hits: 3521

NEW MAZDA CX-3…โฉมใหม่ เติมเทคโนโลยี ปรับช่วงล่างเน้นนุ่มนวล (มีคลิปวีดิโอ)

หลักสำคัญในการพัฒนาเจ้าครอสโอเวอร์ MAZDA CX-3 ใหม่ คันนี้ พอสรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้ คือมีการปรับโฉมใหม่ ทั้งภายนอกและภายใน รวมไปถึงการเติมเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย และอีกจุดคือช่วงล่างด้านหลังที่ปรับลดความสปอร์ตจากตัวเดิม โดยเน้นความนุ่มนวลให้มากขึ้น ตอบรับกลุ่มผู้หญิงที่มีแนวโน้มให้ความสนใจเจ้าครอสโอเวอร์คันนี้มากขึ้น

ด้านการปรับรูปลักษณ์ภายนอก เริ่มตั้งแต่ กระจังหน้าที่เน้นถึงการออกแบบที่ดูมั่นคง แต่ไม่ลืมที่จะลงรายละเอียดด้วยเส้นของลายกระจังหน้าสองเส้นที่มีความหนาที่ต่างกันดูมีมิติ ในส่วนของไฟหน้าและซิกเนเจอร์วิงให้ความโดดเด่นจากระยะไกลดูเฉียบคม เส้นโครเมี่ยมที่ติดตั้งอยู่บนกันชนหน้าที่เชื่อมต่อกันเส้นโครเมียมบริเวณด้านข้างตัวรถ บ่งบอกถึงความรู้สึกที่จะพุ่งทะยานไปเบื้องหน้า ผ่านความภูมิฐานด้วยกรอบไฟตัดหมอกและวัสดุที่ใช้ตกแต่งบริเวณเสาประตูด้านนอกแบบสีดำเงาช่วยขับเน้นเรือนร่างให้ดูสง่างามขึ้น

ด้านท้ายปรับใหม่ด้วยโคมไฟท้ายเป็นแบบวงแหวนที่มองเห็นชัดเจนขึ้น โดยที่แสงของไฟท้ายมีคุณภาพที่สูงขึ้น รวมไปถึงการจัดวางตำแหน่งของดวงไฟ LED ที่สาดส่องแสงไฟในลักษณะแนวนอนที่เชื่อมต่อไปยังวงแหวนและเชื่อมต่อไปยังเส้นไฟแนวนอนอีกด้านหนึ่ง ส่วนล้ออัลลอยยังคงขนาด 18 นิ้ว แต่ได้รับการออกแบบใหม่

ในส่วนของภายในห้องโดยสารนั้น มาสด้ายังคงยึดมั่นในปรัชญาที่ให้คนขับเป็นศูนย์กลาง และในครั้งนี้ได้เพิ่มความล้ำสมัย มีการเปลี่ยนมาใช้ระบบเบรกมือไฟฟ้าที่อยู่ตรงคอนโซลกลางที่แต่งเติมความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น ด้วยพนักวางแขนพร้อมช่องเก็บของที่ปรับเปลี่ยนได้หลายรูปแบบ ปุ่ม CENTER COMMANDER ถูกย้ายตำแหน่งไปข้างหน้าเพื่อการใช้งานที่ลงตัวขึ้น รวมไปถึงบริเวณที่นั่งด้านหลังที่มีพนักวางแขนพร้อมที่วางแก้วในตัว เบาะหนังทำจากวัสดุคุณภาพสูงที่ให้สัมผัสที่ราบเรียบและนุ่มนวล บริเวณหัวไหล่ของพนักพิงเบาะตกแต่งด้วยแถบสีเทาวาว ที่ช่องแอร์มีวงแหวนล้อมรอบด้วยสีแดงเข้ม

  

 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5

ด้านสมรรถนะ เครื่องยนต์ยังคงมีให้เลือก 2 ประเภทเช่นเดิม เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5 ที่ยังคงความโดดเด่นในเรื่องของอัตราเร่ง และการประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ ให้อัตราส่วนการอัดที่ต่ำเพียง 14.8:1 ให้แรงม้า 105 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตร ตามสเปคโรงงานสามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 22.2 กม./ลิตร ทรงพลังไปกับเทอร์โบชาร์จเจอร์ ที่เป็นแบบแปรผันน้ำหนักเบาที่มาพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ที่มีการรวมท่อไอดีขนาดเล็กและระบบระบายความร้อนด้วยน้ำไว้ในตัวเดียวกัน ทำให้การระบายความร้อนเป็นไผอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ส่งผลให้สามารถเพิ่มมวลอากาศในท่อร่วมไอดีได้มากขึ้น

เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 

เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตรประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 16.4 กม./ลิตร ให้อัตราส่วนการอัดสูงถึง 14.0:1 แรงม้าสูงถึง 156 แรงม้าและแรงบิดสุงถึง 204 นิวตัน-เมตร รองรับน้ำมันเบนซินได้ถึง E85 การตอบสนองต่อการขับขี่ที่ดีและอัตราเร่งที่เยี่ยมยอด รวมไปถึงสวิทช์ SPORT บริเวณคอนโซลกลางที่ช่วยเพิ่มอัตราเร่งได้อย่างทันอกทันใจ

ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟไดร์ว ที่ให้จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและแม่นยำ ด้วยการรวมอาข้อดีของเกียร์อัตโนมัติทุกระบบมาปรับใช้ ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ การเปลี่ยนเกียร์ราบรื่นให้อัตราเร่งที่ต่อเนื่อง และประหยัดน้ำมันในทุกความเร็วรอบ

ระบบช่วงล่างมีการปรับเปลี่ยนหลายจุด ประกอบไปด้วย ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ (GVC) ที่ช่วยทำให้ช่วงล่างทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงคอยล์สปริงที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ปรับใช้เหล็กกันโคลงด้านหน้าที่มีขนาดที่เหมาะสม และใช้แดมเปอร์ด้านหน้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการดูดซับแรงสั่นสะเทือน และช่วยให้ระบบช่วงล่างทำงานได้นุ่มนวลขึ้นกว่าตัวเดิม ซึ่งจุดนี้ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของมาสด้า อาจจะรู้สึกไม่ชอบช่วงล่างด้านหลังที่ได้รับการปรับเปลี่ยนมาเป็นฟิลลิ่งนี้ เพราะบอกได้เลยว่าฟิลลิ่งออกไปในทางนุ่มนวล อารมณ์สปอร์ตที่เคยได้รับจาก CX-3 ตัวเดิมหายไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งตรงจุดนี้เชื่อว่ามาสด้าต้องการขยายกลุ่มให้เข้าถึงกลุ่มผู้หญิง ที่อยากใช้รถสไตล์นี้มากขึ้น โดยคนกลุ่มนี้จะไม่ค่อยชอบช่วงล่างที่มีความสปอร์ตมากนัก ชอบฟิลลิ่งนุ่มนวลขับสบาย แต่ก็ยังไม่ทิ้งประสิทธิภาพการเกาะถนน แต่อาจจะน้อยลงไปกว่าเดิม ซึ่งก็แลกมาด้วยความนุ่มนวลนั่งสบายมาแทน

                

ส่วนเรื่องของการตอบสนองของพวงมาลัยในการเข้าโค้ง ถือว่ายังมีประสิทธิภาพที่สนุกสนาน ไม่ทิ้งไปจากเดิม เพิ่มเติมเข้ามาคือการเปลี่ยนมาเลือกใช้ระบบพวงมาลัยมาเป็นแบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่ถูกปรับเซ็ตน้ำหนักมาได้พอเหมาะพอมือ โดยในช่วงความเร็วต่ำนุ่มเบา เข้ากับกลุ่มผู้หญิงที่สามารถหมุนควงพวงมาลัยได้อย่างสบาย ส่วนเมื่อใช้ความเร็วสูงก็เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมด้วยการเพิ่มน้ำหนักพวงมาลัยให้หนักขึ้น เพื่อความแม่นยำในการขับขี่ที่มากขึ้นนั่นเอง

พร้อมกันนี้ มาสด้ายังคงให้ความสำคัญต่อเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง และทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ด้วยเป้าหมายสูงสุดคือการลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน สำหรับการพัฒนาในครั้งนี้ ได้ติดตั้งระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor) เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่มองสถานการณ์โดยรอบเป็นมุมกว้างได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ได้เปลี่ยนจากระบบเบรกมือแบบธรรมดาเป็นระบบเบรกมือไฟฟ้า เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานเพียงแค่ดึงสวิตช์ และระบบเบรกมือไฟฟ้านี้สามารถยกเลิกการทำงานโดยการกดสวิตช์พร้อมเหยียบแป้นเบรก หรือยกเลิกการทำงานโดยง่ายด้วยการเหยียบคันเร่ง

ระบบ Auto Hold ระบบนี้ช่วยให้รถหยุดอยู่กับที่หลังจากผู้ขับชะลอรถจนหยุดนิ่ง แม้ว่าผู้ขับจะถอนเท้าออกจากแป้นเบรก ระบบ Auto Hold จะถูกยกเลิกชั่วคราวเมื่อผู้ขับเหยียบแป้นคันเร่งอีกครั้ง ระบบนี้ได้รับการออกแบบเพื่อลดภาระของผู้ขับเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่รถเคลื่อนที่เพียงเล็กน้อยสลับกับหยุดนิ่ง เช่น เมื่อรอสัญญาณไฟจราจรหรือเคลื่อนตัวช้าๆ ในสภาวะรถติด ระบบนี้สามารถเปิด-ปิดด้วยสวิตช์บนคอนโซลกลาง

สำหรับ CX-3 รุ่นก่อนหน้านี้ มีการติดตั้งระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ หรือ G-Vectoring Control (GVC) ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างคนขับกับรถ โดยการควบคุมให้แรง G ที่กระทำต่อตัวรถมีความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดการโคลงของลำตัวผู้โดยสาร และลดความเหนื่อยล้าในขณะขับขี่ GVC ได้เพิ่มเสถียรภาพบนถนนลื่นจากฝนตกหรือถนนที่มีหิมะปกคลุม เป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารทุกคน

มาในครั้งนี้ได้เพิ่มเทคโนโลยี i-ACTIVSENSEช่วยให้การขับขี่มั่นใจมากขึ้นกับระบบความปลอดภัยที่พัฒนาขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น Advanced Blind Spot Monitoring (ABSM) & Rear Cross Traffic Alert (RCTA) ตรวจจับรถจากด้านข้างและด้านหลังที่กำลังใกล้เข้ามาบริเวณจุดบอด พร้อมทั้งเตือนเมื่อผู้ขับขี่จะทำการเปลี่ยนเลน หรือขณะถอยหลัง Lane Departure Warning System (LDWS)คาดการณ์การเบี่ยงออกนอกเลน และเตือนผู้ขับขี่ถึงอันตรายผ่านทางเสียง Adaptive LED Headlamps (ALH)ปรับการทำงานของไฟหน้าที่ส่องไปยังพื้นถนนเพื่อช่วยในเรื่องการขับขี่ที่ปลอดภัย Driver Attention Alert (DAA) ลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ โดยการแนะนำให้หยุดพัก เมื่อตรวจพบพฤติกรรมความเหนื่อยล้าและการสูญเสียสมาธิของผู้ขับขี่ Mazda Radar Cruise Control (MRCC) ช่วยปรับและรักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้าโดยอัตโนมัติ เพื่อลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ 360o View Monitorช่วยให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างเหมาะสม โดยแสดงพื้นที่รอบรถ ผ่านจอแสดงผลภายในรถ Smart City Brake Support (SCBS) & Smart City Brake Support – Reverse (SCBS-R) ระบบที่ช่วยหลีกเลี่ยงการชนโดยตรวจจับระยะห่างระหว่างรถ Smart Brake Support (SBS)ระบบที่ช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากการชนในความเร็วกลางไปจนถึงความเร็วสูง

ซึ่งโดยสรุปต้องบอกว่าสำหรับมาสด้า CX-3 ใหม่ นี้มาการเพิ่มฟีเจอร์ มาได้น่าสนใจ แถมราคาบางรุ่นไม่มีขยับราคาขึ้น ส่วนรุ่นที่มีการขยับราคาก็ปรับเพิ่มมาไม่มาก โดย CX-3 ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่น ราคาดังนี้ 2.0 E ราคา 879,000 บาท, 2.0 C ราคา 955,000 บาท, 2.0 S ราคา 1,029,000 บาท, 2.0 SP ราคา 1,083,000 บาท และรุ่นท็อปสุด 1.5 XDL ราคา 1,189,000 บาท