by Carzanova Team Kook
Hits: 401

ALL NEW MG3…ไม่ใช่โมเดลใหม่ แต่ก็ใช้คำว่า ALL NEW ได้อย่างไม่เก้อเขิน!!

คำว่า All New เป็นจุดขายเวลาค่ายรถเปิดตัวรถรุ่นใหม่ออกสู่ท้องตลาด โดยคำว่า All New จะใช้กับรถที่เปลี่ยนโฉมใหม่โมเดลใหม่ทั้งคัน ซึ่งโดยปกติแล้วรถจะเปลี่ยนโฉมใหม่ทุกๆ 7-10 ปี แต่สำหรับรถไซส์เล็กอย่าง MG3 ที่ได้เปิดตัวสู่ตลาดในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2015 และก็ถึงคราวที่ต้องปรับโฉมกับ MG3 ใหม่ ในปี 2018 ที่ครั้งนี้แม้จะไม่ได้เป็นการเปลี่ยนโมเดลใหม่ แต่ทาง MG ก็ใช้คำว่า All New MG3 ซึ่งถ้าภาพรวมแล้ว แม้จะไม่ใช่การเปลี่ยนโมเดลใหม่ แต่ก็ใช้คำว่า “All New” ได้อย่างไม่เก้อเขิน!! 

โดยเหตุผล จะเป็นอย่างไรนั้น ลองอ่านบทความรีวิวนี้ดูครับ...

สำหรับ All New MG3 มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูคมชัด และสปอร์ตมากขึ้น ภายในที่ดูหรูหรา ไปจนถึงระบบเกียร์ใหม่ นอกจากนี้ยังได้นำระบบ i-SMART ที่รองรับระบบสั่งการภาษาไทย เข้ามาใส่ไว้ในรุ่นนี้ด้วย

รถยนต์ MG3 ใหม่ ชูจุดขายด้วยการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบความล้ำสมัยนำเทรนด์ ให้ความสนุกในการขับขี่ กับนิยามใหม่ We are fun มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง ความเปลี่ยนแปลงของ MG3 ใหม่เริ่มจาก FUN DESIGN การออกแบบภายนอกที่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่เส้นสายอันโฉบเฉี่ยวรอบคัน ดูเท่ด้วยกระจังหน้าใหม่ ไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) สอดรับกับไฟท้ายแนวตั้งแบบแอลอีดี ไลท์ไกด์ (LED Light Guide) พร้อมไฟเบรกดวงที่สามและไฟตัดหมอกหลัง เสริมด้วยสปอยเลอร์หลังดีไซน์สปอร์ต สเกิร์ตข้างสีทูโทน และล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว และที่พิเศษและไม่มีในรถรุ่นเดียวกัน ก็คือหลังคาซันรูฟแบบปรับไฟฟ้า ที่มีอยู่ในรุ่น X และรุ่น V

ส่วนภายในห้องโดยสาร ก็ดูหรูหราและทันสมัยมากกว่าเดิม แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยเส้นสายสีสันโมเดิร์นกราฟิก พร้อมระบบปรับอากาศแบบอิเล็กทรอนิกส์ และช่องแอร์ทรงกลมสไตล์เจ็ท เทอร์ไบน์ ภายในเน้นกว้างขวางและนั่งสบาย เบาะคนขับปรับ 6 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง สีสันของเบาะก็เป็นลายโมเดิร์นกราฟิกเช่นกัน พื้นที่เก็บสัมภาระเบาะที่นั่งหลังสามารถปรับพับแยกส่วนแบบ 60:40

FUN DRIVING มาในส่วนของระบบขับเคลื่อน MG3 ใหม่ ที่มากับขุมพลังเครื่องเบนซิน DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว 1,498 ซีซี VTi-TECH จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดมัลติพอยท์ ให้กำลังสูงสุด 112 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ซึ่งเป็นระบบเกียร์ใหม่ที่ต้องบอกว่าลบจุดอ่อนจาก MG3 ตัวเดิม โดยให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่สมูทมากขึ้น ขับง่ายมากขึ้น และสนุกไปอีกขั้นเมื่อปรับมาเป็นโหมด Sport หรือจะเลือกปรับมาเป็น Manual Mode ก็สามารถทำได้อีกด้วย แม้ในช่วงของการออกตัวและเร่งแซงจะออกอืดๆ หน่วงๆ แต่พอถึงความเร็วช่วงกลาง ก็ต้องถือว่าเป็นรถที่ขับได้สนุกพอสมควร พร้อมกันนี้ MG3 ใหม่ ยังสามารถรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง E85

ด้านระบบพวงมาลัยเป็นแบบพาวเวอร์ไฮดรอลิก ที่ตามความรู้สึก อาจจะยังเซ็ตอัพได้ไม่ลงตัว ซะทีเดียว โดยในช่วงความเร็วต่ำ รู้สึกว่าน้ำหนักจะค่อนข้างหนักไปนิด ส่วนเมื่อเข้าช่วงความเร็วสูง น้ำหนักพวงมาลัยจะรู้สึกว่าเบาไปหน่อย ส่งผลให้การควบคุมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรนัก แต่ในส่วนของรัศมีวงเลี้ยวต้องบอกว่าคล่องตัวมากทีเดียว เพราะมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.425 เมตร

ระบบช่วงล่างของ MG3 ใหม่ เป็นแบบ EUROPEAN TUNING SUSPENSION mujด้านหน้ามาในรูปแบบของแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ที่ให้การควบคุมในระดับที่ดี เลี้ยวคม เกาะถนน ส่วนด้านหลังที่เป็นแบบทอร์ชันบีม ที่ทางเอ็มจี เซ็ตอัพมาให้ค่อนข้างนุ่มนวล เวลาขับในเมืองให้ฟิลลิ่งนั่งสบาย แต่พอขับความเร็วสูง ความรู้สึกจะออกไปในแนวยวบยาบซักหน่อย ซึ่งตรงนี้ต้องเลือกเอา ถ้าต้องการฟิลลิ่งนั่งนังสบาย MG3 ใหม่ ตอบโจทย์เลย แต่ถ้าต้องการฟิลลิ่งการขับแบบสปอร์ต ตรงนี้คงต้องเลือกหาชุดช่วงล่างเปลี่ยนสักหน่อย จะทำให้ขับสนุกมากยิ่งขึ้น

ในด้านความปลอดภัย MG3 ใหม่ มาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย USD (Ultimate Stiffness Design) พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า และระบบความปลอดภัยแบบ SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM รวม 8 ฟังก์ชัน ได้แก่

• ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS
• ระบบกระจายแรงเบรก
• ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์
• ระบบควบคุมการทรงตัว
• ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง
• ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล
• ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน
• ระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องมองหลัง และสัญญาณเตือนระยะถอยหลังอีกด้วย

FUN LIFESTYLE เอ็มจี ได้ใส่เทคโนโลยี i-SMART ไว้ใน MG3 ใหม่ด้วย หลังจากที่นำมาใช้ครั้งแรกกับ MG ZS ระบบ i-SMART เป็นฟังก์ชั่นที่เชื่อมกับอินเทอร์เน็ตและระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยและสามารถรวบรวมข้อมูลที่มีความสำคัญและแจ้งต่อผู้ขับได้ตลอดเวลา เช่น ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง สภาพการทำงานของแบตเตอรี่ เครื่องยนต์ และระบบเบรก ผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมกับช่วยแจ้งเตือนการเคลื่อนที่ของรถที่ผิดปกติซึ่งอาจเกิดจากการโจรกรรม ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อีกระดับ และเพิ่มประสิทธิภาพของ i-SMART ไปอีกขั้นด้วยการอัพเดตฟังก์ชั่นใหม่บนแผนที่นำทาง จอระบบสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว กับฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย ทั้งฟังก์ชั่นการใช้งาน WONGNAI สำหรับเซิร์ชหาร้านอาหารและแนะนำเมนูเด็ด ฟังก์ชันใช้งาน AGODA เพื่อค้นหาโรงแรม เมื่อต้องท่องเที่ยว และเติมเต็มความสนุกให้กับทุกการเดินทางด้วย Online Music ในรูปแบบ Live Stream บนระบบคลาวด์กว่า 1 ล้านเพลงเลยทีเดียว

MG3 ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี เหลือง-ทิวดอร์ เยลโล่ (Tudor Yellow), แดง-รูบี เรด (Ruby Red), ฟ้า-มารีนา บลู (Marina Blue), ขาว-อาร์กติกไวท์ (Arctic White) และดำ-แบล็คไนท์ (Black Knight) ด้านรุ่นและราคามีให้เลือก 4 รุ่น รุ่น C ราคา 519,000 บาท, รุ่น D ราคา 549,000 บาท, รุ่น X Sunroof ราคา 589,000 บาท และรุ่น V Sunroof ราคา 629,000 บาท

ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต และสีสันทูโทนสุดโดดเด่น อารมณ์การขับขี่ที่สมูทและสนุกมากขึ้น บวกกับเทคโนโลยี i-SMART ที่ถูกใส่ไว้ใน MG3 ใหม่ ถือว่าตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นคนยุคใหม่ผู้นำเทรนด์ได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองที่ต้องการรถที่ขับขี่ได้คล่องตัวและชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวครับ

เรื่อง : ปรม พวงงาม