by Carzanova Team Nat
Hits: 2837

รีวิว!!New Mitsubishi Pajero Sport 4WD โดดเด่น เหนือกว่า ด้วยระบบขับเคลื่อน

ถ้าพูดถึงรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง หรือที่แต่ก่อนเราคุ้นเรียกกันว่ารถพีพีวี ซึ่งปัจจุบันบริษัทรถยนต์ไม่มีใครใช้รถพีพีวี ในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ กันแล้ว แต่ละค่ายแต่ละบริษัท ก็หนีไปใช้คำว่า “รถเอสยูวี” กันไปหมด เอาเป็นว่า ผมยังเป็นคนโบราณคร่ำครึ ยังคงเรียกรถประเภทนี้ว่ารถพีพีวี เหมือนเดิมอยู่ก็แล้วกัน เนื่องด้วยพื้นฐานก็ยังคงเป็นรถที่วางตัวถังบนแชสซีเหมือนรถกระบะ แต่ระบบช่วงล่างหลังเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นแหนบแผ่นซ้อน ไปใช้ช็อคอัพ คอยล์สปริง โดยถ้ามองกันในยุคนี้ รถประเภทนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย ซึ่งหนึ่งในตัวเลือก ก็มี มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต อยู่ด้วยนั้นเอง

Mitsubishi Pajero Sport 4WD

สำหรับ มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต ที่ผมนำมารีวิวในครั้งนี้ เป็นตัวขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีการปรับปรุง เพิ่มออปชั่น รวมไปถึงใส่เทคโนโลยีต่างๆ เพิ่มเข้าไป โดยมีจุดเด่นที่ระบบขับเคลื่อน ซึ่งทางมิตซูบิชิมีชื่อเรียกมันว่า “Super Select 4WD II” ที่เลือกใช้งานทั้ง 2H / 4H / 4HLc / 4HLLc แถมยังปรับโหมดการชับได้อีก4 โหมด GRAVEL, MUD/SNOW, SAND และ ROCKในขณะที่จุดเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ก็มีไล่เรียงไปตั้งแต่ เพิ่มกล้องมองรอบคัน เบาะไฟฟ้าคู่หน้า ระบบฟอกอากาศ พร้อมด้วยความปลอดภัยระดับพรีเมี่ยม ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ Adaptive Cruise control และขุมพลังคลีนดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ที่มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

เรามาดูกันที่ขุมพลังกันก่อนเลย สำหรับ มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต คันนี้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ท็อปสุดในรุ่น รหัส 4N15 แบบดีเซล คอมมอนแรล 4 สูบเรียง ความจุ 2,442 ซีซี ระบบวาล์วแปรผันMIVEC ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เอาระบบนี้มาใส่ในรถกระบะ ผสานตัวเพิ่มความแรงกับเทอร์โบแปรผัน VG Turbo Intercooler 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แบบ Sport Mode และ Paddle shiftที่มีขนาดใหญ่มาก กันความผิดพลาดในการใช้งานโดยในส่วนของขุมพลังต้องบอกว่าไม่ใช่จุดเด่นอะไรมากนักของ ปาเจโร่ สปอร์ต ใหม่181 แรงม้า ที่ให้มา ถือว่าก็เพียงพอกับการใช้งาน ให้อัตราเร่งดีในช่วงกลางต่อถึงปลาย แต่ช่วงต้นๆ ที่มีทอร์คมาให้ 430 นิวตัน-เมตร แอบมีความรู้สึกว่าอึดไปซักหน่อย รวมถึงอัตราการบริโภคน้ำมันก็ดูจะไม่ค่อยประหยัดอยู่เหมือนกัน แต่ผมเห็นรถกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ ฟิลลิ่งเครื่องยนต์ก็ประมาณนี้กันหมด เพราะต้องแบกน้ำหนักตัวที่มากอยู่พอสมควร...เอาล่ะเป็นอันรู้เรื่องในส่วนของเครื่องยนต์กันไป

เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนแรล 4 สูบเรียง ความจุ 2,442 ซีซี

มาต่อกันที่พระเอกของเรื่อง กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Super Select 4WD II พร้อม Diff Lock ที่ต้องบอกว่าเป็นพระเอก เพราะผมได้ลองใช้งานแล้วมันประทับใจมากๆ เอาเป็นว่าก่อนที่ผมจะอธิบาย ให้นึกว่าเกียร์นี้เป็นเทคโนโลยีเดียวที่อยู่ในรถสมรรนะสูงอย่างพวก อีโวลูชั่น ที่เคยโด่งดังกับการแข่งขันรถยนต์แรลลี่มาแล้ว อย่างนี้คิดว่ามันน่าสนใจมั้ยล่ะ??

 

เอาล่ะ!! เรามาดูกันว่าเจ้าระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Super Select 4WD II มันดียังไง?? ซึ่งอธิบายง่ายๆ คือมันมีโหมดให้เลือกใช้งานอยู่ 4 โหมด

2H-2WD HIGH-RANGEระบบขับเคลื่อน 2 ล้อทั่วไปที่เหมาะสำหรับการขับขี่บนสภาพถนนปกติ ให้อัตราเร่งที่ดี และประหยัดน้ำมัน เพราะกำลังของเครื่องยนต์ทั้งหมด 100% จะถูกส่งไปยังล้อคู่หลังเท่านั้น

4H-4WD HIGH-RANGEระบบขับเคลื่อน 4 ล้อความเร็วสูง เหมาะกับสภาพถนนเปียกลื่นที่ใช้ความเร็วในโหมดนี้ ระบบส่งกำลังจะถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์ไปทั้งล้อหน้า 40% และล้อหลัง 60% บนถนนแห้ง และล้อหน้า 50% และล้อหลัง 50% เมื่อถนนเปียกลื่น โดยระบบ Torsen (Torque-Sensitive Type) เพื่อประสิทธิภาพในการ เกาะถนนและความปลอดภัย ในตำแหน่งนี้ระบบจะทำงานแบบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-time All Wheel Control ซึ่งในโหมดนี้แหล่ะที่มีการทำงานเหมือนระบบขับเคลื่อนที่อยู่ในรถมิตซูบิชิ อีโวลูชั่น เรียกได้ว่าเมื่อปรับเข้าโหมดนี้ ฟิลลิ่งการขับแทบจะไม่รู้สึกเลยว่ากำลังขับรถขับเคลื่อน 4 ล้ออยู่ อาการพวงมาลัยฝืนมีแต่น้อยมาก ถ้าไม่ตั้งใจจับผิดแทบไม่รู้เลย รวมถึงการทำความเร็ว สามารถทำได้เหมือนตอนอยู่โหมดขับเคลื่อน 2 ล้อเลย ตอนขับเคลื่อน 2 ล้อ วิ่งได้ความเร็วเท่าไหร่ ปรับมาโหมดนี้ก็ทำความเร็วได้เท่านั้น...เลิศมั้ยล่ะ!!

 

4HLc-4WD HIGH-RANGE WITH LOCKED TRANSFERระบบส่งกำลังจะถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้ง 4 โดยมีระบบ Center Differential Locked ทำหน้าที่ในการส่งกำลังในอัตราส่วนล้อหน้า 50% และล้อหลัง 50% เท่ากันตลอดเวลาสำหรับใช้ในเส้นทางทุรกันดาร แต่ยังสามารถใช้ความเร็วได้บนเส้นทางที่มีพื้นผิวแบบลื่นไถล (ในตำแหน่งนี้ไม่ควรใช้บนทางแห้ง เพราะพวงมาลัยมันจะฝืน รวมถึงวงเลี้ยวก็จะกว้าง และหากใช้ความเร็วสูง มีความเสี่ยงต่อการเสียหายของระบบขับเคลื่อนตามมา)

 

4LLc-4WD LOW-RANGE WITH LOCKED TRANSFERปิดท้ายด้วยโหมดนี้ ซึ่งระบบส่งกำลังจะถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์ไปยังล้อทั้ง 4 โดยมีระบบ Center Differential Locked ทำหน้าที่ในการส่งกำลังในอัตราส่วน ล้อหน้า 50% และล้อหลัง 50% เท่ากันตลอดเวลา และเกียร์ส่งกำลัง (Transfer Gear Ratio)จะเพิ่มอัตราทดให้สูงขึ้น ช่วยทำให้กำลังการขับเคลื่อนมีมากขึ้น เหมาะสำหรับสภาพเส้นทางที่ทุรกันดารมากๆ และมีโคลน หรือเส้นทางแบบมีเนินสลับและมีความลาดชันมากๆ (ในตำแหน่งนี้ไม่ควรใช้ความเร็วเกิน 70 กม./ชม.)

 

มาถึงเรื่องการควบคุม ที่ช่วงล่างด้านหน้าอิสระดับเบิ้ลวิชโบน คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง ด้านหลัง ทอร์คอาร์ม คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง ดิสก์เบรกหน้าแบบครีบระบายความร้อน ด้านหลังดิส์กเบรก พวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรง ล้อและยางขนาด 18 นิ้ว กว้าง 7.5 นิ้ว 265/60R18 ฟิลลิ่งการควบคุมต้องถือว่าใช้ได้เลย การเกาะถนน การเข้าโค้งอยู่ในเกณฑ์ดี แต่น้ำหนักพวงมาลัยผมว่าหนักไปนิด ถ้าเป็นผู้หญิงต้องใช้แรงเยอะหน่อย อาจทำให้ไม่คล่องตัวนัก ส่วนเรื่องระบบเบรก ไว้ใจได้ แถมในตัวใหม่นี้ยังมีระบบความปลอดภัยเสริมมาให้อีกเพียบไม่ว่าจะเป็น

ยางขนาด 18 นิ้ว กว้าง 7.5 นิ้ว 265/60R18 

Forward Collision Mitigation Systemระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว ระบบจะทำงานโดยใช้เรดาร์ประเมินระยะห่างจากรถคันหน้า หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะชนรถคันหน้าในช่องทางเดียวกัน ระบบจะทำการเตือนและช่วยชะลอความเร็ว พร้อมเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกเพื่อให้ประสิทธิภาพในการเบรกที่ดียิ่งขึ้น และบรรเทาความเสียหายจากการชน

Active Traction Controlระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถลจะช่วยควบคุมการหมุนของล้อทั้ง 4 อย่างสมดุลในสภาวะถนนลื่น ขรุขระ หรือทางชัน เพื่อไม่ให้รถสูญเสียการยึดเกาะถนน

Ultrasonic Misacceleration Mitigation System ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ระบบทำงานโดยใช้คลื่น Ultrasonic ตรวจจับวัตถุด้านหน้าหรือด้านหลังในระยะไม่เกิน 4 เมตร ในขณะที่เกียร์อยู่ตำแหน่ง "D" หรือ "R" หากมีการเหยียบคันเร่งผิดพลาดอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ระบบจะทำการตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะอัตโนมัติ และทำงานที่ความเร็วต่ำกว่า 10 กม./ชม. เพื่อช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการชน

ซึ่งโดยสรุป รวมๆ แล้ว ผมถือว่า มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต ใหม่ เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับรถในเซกเมนท์นี้ ยิ่งถ้าใครเลือกรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ กับราคา 1.544 ล้านบาท ที่ได้ระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD II เข้าไปด้วยแล้ว ผมว่ายิ่งคุ้มเข้าไปใหญ่...ถึงตรงนี้ต้องบอกว่า หากใครไม่เชื่อ ต้องลองครับ!!!

 

Mitsubishi Pajero Sport 4WD

เรื่อง : ปรม พวงงงาม