by Carzanova Team Kook
Hits: 2134

รีวิว!! MITSUBISHI XPANDER…อเนกประสงค์จากอินโดฯ ใช้งานลงตัว รูปลักษณ์โดนใจ แต่ยังต้องรอราคา??

ถือเป็นรถที่น่าสนใจคันหนึ่งช่วงกลางปีนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ (Mitsubishi XPander) รถอเนกประสงค์นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย หลังจากสร้างกระแสฮอตฮิตในประเทศบ้านเกิด ด้วยยอดจำหน่ายนับตั้งแต่เปิดตัวกว่า 50,000 คัน ก่อนที่ส่งขายในภูมิภาคอาเซียน และล่าสุดมาเปิดตัวที่ประเทศไทย โดยมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการ วันที่ 17 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ในงานบิ๊ก มอเตอร์เซลส์ ซึ่งตอนนี้ทางมิตซูบิชิ ไทยแลนด์ ได้นำเจ้า XPander มาให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับและพาไปเปิดตัวแบบ Soft Opening ตามโชว์รูมต่างๆ เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งรายละเอียดของรถคันนี้จะเป็นอย่างไร มาติดตามกันได้เลยครับ...

สำหรับเจ้า เอ็กซ์แพนเดอร์ ต้องถือว่าเป็นรถอเนกประสงค์ที่มีดีไซน์โดดเด่นสะดุดตา จากการออกแบบที่สุดล้ำ โดยเฉพาะด้านหน้าที่มากับเอกลักษณ์การออกแบบ Advanced Dynamic Shield คือใช้กระจังหน้าขนาดใหญ่ ผสานจุดเด่นกับไฟหน้าที่ออกแบบให้มี 2 ชั้น โดยชั้นบนเป็นไฟ Crystal LED โคมเรียวเล็ก ที่รวมไว้ระหว่างไฟเลี้ยวและไฟรี่ ส่วนชั้นล่างตรงกันชนหน้าจะเป็นโคมไฟหน้าดวงใหญ่ พร้อมไฟตัดหมอก ให้ความแปลกตา น่าสนใจดี ส่วนด้านท้ายมาพร้อมไฟท้ายแบบแอลอีดี L-Illumination Tube ที่โดดเด่นด้วยเส้นสายเรียบหรู พร้อมไฟเบรกแบบแยกส่วน แถมกันชนท้ายมีแผ่นสะท้อนแสงในตัว เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ยามค่ำคืน ถัดขึ้นไปบนหลังคาบริเวณด้านท้าย มีการติดตั้งสปอยเลอร์หลัง พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบแอลอีดี ที่นอกจากให้ความกระจ่างชัดแล้วยังให้มุมมองที่สวยงามเวลาวิ่งตามจากด้านท้าย

ด้านมิติตัวรถของเอ็กซ์แพนเดอร์ มาพร้อมมิติ กว้าง 1,750 มม. ยาว 4,475 มม. สูง 1,700 มม. ระยะฐานล้อด้านหน้ากว้าง 1,520 มม. ด้านหลังกว้าง 1,510 มม. และที่สำคัญและเป็นไฮไลท์คือรถคันนี้มีระยะห่างใต้ท้องรถสูงถึง 205 มม. เรียกได้ว่าใช้ลุยทาง ลุยน้ำ ได้อย่างสบาย ตามสไตล์ของรถอเนกประสงค์ โดยเจ้าเอ็กซ์แพนเดอร์ ที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย มีให้เลือก 2 รุ่น โดยรุ่นมาตรฐาน คือ รุ่น GLS-LTD แผงกันกระแทกด้านหน้าและหลัง, คิ้วด้านข้าง, คิ้วขอบกระจกประตูเป็นสีดำ ส่วนมือเปิดประตู เป็นสีเดียวกับตัวรถ และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว พร้อมยางขนาด 185/65 R15 ส่วนรุ่นท็อป GT ที่เรามาทดสอบในครั้งนี้มีความแตกต่าง คือ ภายนอก ตั้งแต่แผงกันกระแทกด้านหน้าและด้านหลัง, คิ้วด้านข้าง เป็นสีเงิน ส่วนคิ้วขอบกระจกประตู, มือเปิดประตู เป็นวัสดุโครเมียม และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว สีทูโทน มาพร้อมยางขนาด 265/55 R16

           

ด้านภายในห้องโดยสาร ถือเป็นรถอเนกประสงค์ไซส์เล็ก ที่ให้ความสะดวกสบาย และความกว้างขวาง ในระดับดี ซึ่งหากเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันแล้ว ดูมิติในห้องโดยสารของเอ็กซ์แพนเดอร์จะกว้างที่สุดและสูงที่สุดเสียด้วยซ้ำ พร้อมกันนี้ยังสามารถปรับเบาะที่นั่งที่ได้อย่างฟรีสไตล์ โดยรองรับผู้โดยสาร 7 คนได้อย่างลงตัว โดยแถวนั่งตอนหน้าและแถวที่ 2 นั้น รองรับคนตัวใหญ่ได้อย่างสบาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ช่วงขาและช่วงไหล่ รวมถึงความสูงบริเวณศีรษะ ส่วนเบาะนั่งแถว . ตรงนี้อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ ให้เป็นที่นั่งของเด็กๆ น่าจะเหมาะกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บริเวณห้องเก็บสัมภาระด้านหลังยังสามารถปรับพับเบาะนั่งได้อย่างฟรีสไตล์ เลือกใช้งานให้เหมาะสมได้หลากหลายรูปแบบ แล้วแต่ความพอใจ

           

นอกจากนี้ภายในห้องโดยสารที่ได้รับการตกแต่งด้วยโทนสีดำ ที่ได้รับแนวคิดมาจาก “โอโมเตะนาชิ” (Omotenashi) หรือการดูแลและใส่ใจในทุกรายละเอียดแบบญี่ปุ่น เพื่อมอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสาร ห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ จึงเปี่ยมด้วยความอเนกประสงค์ ทันสมัย และรองรับการใช้งานได้อย่างครบครันด้วยช่องจัดเก็บของมากมาย และช่องชาร์จไฟ อีกทั้งยังครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทั้งกุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ แผงควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลัง พวงมาลัยปรับระดับสูง-ต่ำและปรับเข้า-ออก และสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย พร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์แบบสามมิติ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง มีระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย จอภาพระบบสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว และเบาะที่นั่งหุ้มหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์ทั้ง 3 แถว (เฉพาะรุ่นจีที) รวมไปถึงการออกแบบห้องโดยสารยังคงเป็นไปตามอัตลักษณ์ดีไซน์แบบแนวราบ (Horizontal Axis) ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในการจัดเรียงแผงควบคุมทั้งหมดช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงอารมณ์การขับเคลื่อนของตัวรถ พร้อมกับช่วยเพิ่มทัศนวิสัยด้านหน้าและมอบความปลอดโปร่งยิ่งขึ้นแก่ห้องโดยสาร

           

มาที่เรื่องสมรรถนะ สำหรับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์อลูมินัมอัลลอยแบบเบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร DOHC MIVEC 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ซึ่งต้องบอกว่าเรื่องของพละกำลังอาจไม่ใช่จุดเด่นของรถคันนี้ เพราะด้วยตัวถังขนาดใหญ่พอตัว แต่ใช้เครื่องยนต์บล็อกเล็กเพียง 1.5 ลิตร กับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พูดกันตามจริงแล้ว ถ้าขับทางไกลเครื่องยนต์ออกลูกแบกอยู่พอสมควร รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด หากต้องเค้นพละกำลังบ่อยๆ เรื่องประหยัดน้ำมัน รับรองว่าไม่ประหยัดแน่ แต่ถ้าเน้นใช้งานในเมือง ออกต่างจังหวัดวิ่งทางไกลๆ บ้างบางครั้งบางคราว หรือเป็นคนขับรถกินลมชมวิวแบบไปเรื่อยๆ เน้นความอเนกประสงค์จากรถเป็นหลักแล้วล่ะก็ เลิศเลอ!!

              

ส่วนเรื่องการควบคุม เอ็กซ์แพนเดอร์ มาพร้อมช่วงล่างแบบแมคเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลงที่ด้านหน้าและทอร์ชันบีมที่ด้านหลัง ซึ่งจากการทดลองขับแล้ว ถือว่าเป็นรถอเนกประสงค์ที่ให้การควบคุมดี แต่หากย้ายมานั่งที่นั่งตอนที่ 2 หรือ 3 จะรู้สึกว่า ช่วงล่างค่อนข้างกระเด้งไปนิด ฟิลลิ่งเหมือนนั่งรถพีพีวี ช่วงล่างหลังแหนบแบบเมื่อก่อน ซึ่งหากปรับให้หนึบนุ่มกว่านี้ จะเพอร์เฟคลงตัวมากทีเดียว

             

สุดท้ายกับเรื่องระบบความปลอดภัย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ อัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยทั้งในเชิงป้องกันและปกป้อง ได้แก่ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC-Active Stability Control) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL-Traction Control System) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA-Hill Start Assist System) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS-Anti Lock Braking System) และระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD-Electronic Brake Force Distribution) พร้อมระบบเสริมแรงเบรก (BA-Brake Assist) ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS-Emergency Stop Signal System) ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและระบบผ่อนแรงอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง และเข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด 5 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง รุ่นสูงสุดยังมาพร้อมกับกล้องมองภาพด้านหลัง

             

สรุป!! มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ คือหนึ่งในรถยนต์มิตซูบิชิที่ได้รับการถ่ายทอดกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก Drive your Ambition นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์นี้ผสมผสานจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยเข้ากับความกล้าท้าทายขอบเขตการออกแบบและขีดจำกัดของเทคโนโลยี ด้วยดีไซน์ที่สะดุดตาและสมรรถนะที่เหนือระดับ ส่วนเรื่องราคายังคงต้องรอต่อไป เพราะทางมิตซูบิชิ ยังไม่ยอมเปิดเผย แต่คาดว่าน่าจะอยู่ในระดับ 8 แสน บวก ลบ นี่แหล่ะครับ!!!

เรื่อง : ปรม พวงงาม