by Carzanova Team Nat
Hits: 184

วิเคราะห์ 5 เหตุผล!! ที่ทำให้ MAZDA CX-30 คว้ารางวัล Thailand Car of the Year 2020

เป็นที่ทราบกันแล้วว่า Mazda CX-30 คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2563 ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และจักรยานยนต์ไทย โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี ทำให้รางวัลนี้ยิ่งเพิ่มความขลัง หลังจากจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน

โดยครั้งนี้ทีมงาน Carzanova ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการร่วมลงคะแนน จะมาวิเคราะห์ถึง 5 เหตุผล ที่ทำให้เจ้า Mazda CX-30 คว้ารางวัลนี้ไปครอง

1.รูปลักษณ์ที่หรูหรา ใส่ใจรายละเอียดในการดีไซน์ เอาจริงๆ รถในกลุ่มครอสโอเวอร์ราคาล้าน บวกลบ ที่ขายอยู่ในประเทศไทยตอนนี้ ส่วนใหญ่ก็เน้นอรรถประโยชน์ในการใช้สอย หรือจะใส่เทคโนโลยีอัดเข้าไปเพื่อให้เหนือกว่าคู่แข่ง แต่หากมองให้ดีหลายแบรนด์ที่ทำตลาดรถกลุ่มครอสโอเวอร์นี้ มองข้ามเรื่องความหรูหรา หรือรายละเอียดในการดีไซน์ ซึ่ง CX-30 นั้น ได้ใส่ใจในจุดตรงนี้ ตั้งแต่ด้านหน้าไปจนจรดท้ายรถ รวมไปถึงไซส์ของล้อแม็กซ์ขนาดใหญ่ ที่มองแล้วเชื่อว่าหลายคนคงหลงใหลในรูปลักษณ์ของมันอย่างปฎิเสธไม่ได้

2.วัสดุภายในห้องโดยสาร ที่ให้ความพรีเมี่ยมเหนือระดับ อีกจุดหนึ่งที่ CX-30 ได้ใจเหล่าบรราดาสื่อมวลชนที่ลงคะแนน คือห้องโดยสารที่ดูหรูหราพรีเมี่ยมเหนือระดับ ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์แบบ Less is More เรียบง่ายแต่งดงาม รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุที่ดูมีราคา บวกกับผิววัสดุที่ให้ฟิลลิ่งการสัมผัสที่ดีนั่นเอง

3.ระบบส่งกำลังที่สปอร์ตเร้าใจ รถในกลุ่มราคาล้านบวกลบ หลายค่ายเปลี่ยนไปใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT กันหมดแล้ว เนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำกว่า แต่ทางมาสด้า และตัว CX-30 ยังคงใช้เกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ซึ่งให้ฟิลลิ่งการขับที่เร้าใจ ถูกจริตมากว่าเกียร์แบบ CVT

4.ระบบความปลอดภัย สำหรับ CX-30 ถือเป็นโมเดลเดียวในกลุ่ม CX Series ของมาสด้าเจนเนอเรชั่นใหม่ ที่ใส่เทคโนโลยีระบบความปลอดภัยมาแบบเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็น ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบแอดวานซ์ ที่สามารถตรวจจับคนเดินได้ ระบบแสดงภาพ 360 องศารอบทิศทาง ระบบความคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า เป็นต้น

5.ขุมพลัง 2.0 Skyactiv-G ปิดท้ายด้วยเรื่องของเครื่องยนต์ ที่เจ้า CX-30 เลือกใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาดใหญ่สุดในคลาส กับขุมพลัง Skyactiv-G 2.0 ลิตร พร้อมระบบหัวฉีดยิงตรงลงกระบอกสูบ ที่ให้แรงม้าและแรงบิดที่อาจดูไม่เยอะ 156 ตัว กับ 204 นิวตัน ซึ่งให้มองตามนิสัยคนไทยนั้น จะชอบสไตล์ที่ให้เหลือไว้ดีกว่าขาดนั่นเอง