by Carzanova Team Nat
Hits: 319

FIRST DRIVE!! All NEW MAZDA BT-50 กระบะหรู ดีไซน์เอสยูวี

เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราได้เห็นการเปิดตัว All New Mazda BT-50 กันไปแล้วที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญของกลุ่มรถกระบะไซส์นี้ มาวันนี้เราได้เห็นและสัมผัสตัวจริงของรถรุ่นดังกล่าวที่สนามทดสอบกันเป็นที่เรียบร้อยแบบ Sneak Preview และถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ All New Mazda BT-50 เปิดตัวในปีที่รถยนต์ Mazda ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกนี้ครบ 100 ปีพอดี ซึ่งรถกระบะมาสด้าคันแรกนั้นได้คลอดออกมาเมื่อปี 1961 ภายใต้ชื่อรุ่น B1500 และก็ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

All New Mazda BT-50 

สำหรับ All New Mazda BT-50 เปิดตัวมาพร้อมความโดดเด่นในเรื่องของหน้าตาเป็นอันดับแรก ใครจะไปคิดว่าแนวคิด Kodo Design ที่เราได้เห็นกันมาในรถเก๋งจะถูกนำมาใช้กับรถกระบะด้วย ซึ่งทางวิศวกรออกแบบได้ให้คำอธิบายว่าเป็นการผสมผสานความเรียบง่าย โดดเด่น สง่างาม และความประณีตในรายละเอียด ผสมเข้ากับความทรงพลังและความแข็งแกร่งสไตล์รถกระบะ ซึ่งวลีสั้นๆ สำหรับรถคันนี้ที่ว่า “Built for Dress and Jeans” (ทั้งหรูทั้งลุย) น่าจะตอบข้อสงสัยทั้งหมดได้เป็นอย่างดี

รูปทรงภายนอกบอกเลยว่าตอนที่เห็นเปิดตัวที่ออสเตรเลียผ่านระบบออนไลน์ ส่วนตัวผมรู้สึกแปลกๆ กับการใช้ดีไซน์ด้านหน้าเช่นเดียวกับรถเก๋งและ SUV ของค่ายที่เป็นกระจังหน้าทรงสูงขนาดใหญ่ “ซิกเนเจอร์วิงส์” และไฟหน้า LED รูปทรงกระบอกสูบ เพราะจากที่เห็นตอนนั้นคิดว่ามันดูไม่เหมาะเท่าไหร่กับรถกระบะที่เน้นความแข็งแกร่งบึกบึน แต่...พอได้เห็นตัวจริงแล้วความคิดเปลี่ยนครับ เพราะทำออกมาได้ลงตัวดีกว่าที่คิดมาก ซึ่งในเรื่องของความบึกบึนของตัวรถมันเด่นชัดตรงซุ้มล้อหน้า-หลังมากกว่าส่วนอื่นๆ ทั้งหมด ส่วนเรื่องความสูงของรถนั้นตัวเลขมิติต่างๆ จะเปิดเผยอีกครั้งในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่ที่แน่ๆ ทาง Mazda แจ้งมาแล้วว่าในรุ่นยกสูงสามารถลุยน้ำได้ 800 มม.

กระจังหน้าทรงสูงขนาดใหญ่

หลังจากชื่นชมรูปลักษณ์หน้าตาที่หล่อเหลาแล้ว เมื่อเปิดประตูเพื่อสัมผัสภายในห้องโดยสาร อย่างแรกคือ ประตูที่เปิดได้กว้าง โดยเฉพาะในรุ่น Double Cab ที่ประตูหลังเปิดได้กว้างมาก และยังมีมือจับช่วยให้ขึ้น-ลงสะดวกมากขึ้นด้วย ดีไซน์ภายในแค่เฉพาะแดชบอร์ดและคอนโซลหน้าก็ให้ความหรูหราฉีกหนีปิ๊กอัพค่ายอื่นไปพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเชื่อแล้วว่าเขาใส่ใจรายละเอียดจริงๆ เพราะด้านบนของแดชบอร์ดปิดทับด้วยหนังที่เดินด้ายเย็บของจริง ไม่ใช่พลาสติดปั๊มหลอกๆ แบบที่บางค่ายชอบทำ พวงมาลัยดีไซน์สวยน่าขับพร้อมด้วยปุ่มมัลติฟังก์ชั่นครบครัน มาตรวัดยังคงเป็นแบบเข็มอนาล็อกทั้งวัดรอบและวัดความเร็ว แทรกกลางด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่ตัวเลขใหญ่ดีเห็นได้ชัดเวลาขับ ระบบ Infotainment เพิ่มความบันเทิงในรถมาพร้อมหน้าจอ WXGA ความละเอียดสูง (ขนาด 7 นิ้ว และ 9 นิ้ว ขึ้นกับรุ่นย่อย) มีฟังก์ชั่นเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน จะ Apple CarPlay® หรือ Android Auto ก็เอาที่สะดวกเลยครับ เบาะนั่งฝั่งคนขับ (คันทดสอบ) ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง วัสดุหนังหุ้มดูหรูหราไม่แพ้รถ SUV ของทางค่ายเลยทีเดียว ดีไซน์ของเบาะดูสปอร์ตสวยแต่นั่งสบาย ลืมบอกไปว่าพวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทางนะครับ นอกจากนี้จุดยึดด้านบนของเข็มขัดนิรภัยสามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ด้วย ในเรื่องความกว้างขวางภายในห้องโดยสารจัดได้ว่าเป็นรถปิ๊กอัพที่ภายในกว้างขวางนั่งสบาย ซึ่งทาง Mazda แจ้งว่าแม้มิติความยาว-กว้างของตัวถังภายนอกรุ่นล่าสุดนี้จะเล็กกว่ารุ่นที่แล้ว แต่ภายในห้องโดยสารยังคงกว้างขวาง

เมื่อขึ้นมานั่งในรถที่สตาร์ทเครื่องรอไว้ หรือแม้กระทั่งเริ่มขับเคลื่อนตัวที่ความเร็วต่ำ สิ่งที่สังเกตได้คือความเงียบภายในห้องโดยสารที่ทำได้ค่อนข้างดีเลยครับ จากข้อมูลตอนบรีฟได้ทราบมาก่อนแล้วว่ามีการเพิ่มฉนวนตามขอบเสาและบอดี้ด้านล่าง ส่วนพรมปูพื้นก็ใช้เป็นพรมที่ชั้นล่างเป็นโฟมเป็นชิ้นเดียวกันไปเลย ทั้งนี้รวมถึงการปรับซีลขอบหน้าต่างทั้ง 4 บานด้วย ก็ต้องถือว่าได้ผล

ภายในห้องโดยสาร

ในเรื่องของสมรรถนะ ก็ต้องพูดกันตรงๆ ว่า หลังจากที่ Mazda เปลี่ยนพาร์ทเนอร์งานรถกระบะจาก Ford มาเป็น Isuzu  ไม่ใช่เพียงแพลทฟอร์มที่ใช้ร่วมกับ D-MAX เท่านั้น แต่รวมถึงเครื่องยนต์ด้วย ดังนั้น All New Mazda BT-50 ก็เลยมีตัวเลือกเครื่องยนต์ 2 แบบ คือ ดีเซลขนาด 1.9 ลิตร เทอร์โบ 150 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที  และดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์โบ 190 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที ซึ่งแน่นอนว่าถ้าในแง่ของความประหยัด เครื่องยนต์ใหม่ทั้ง 2 ตัว ย่อมประหยัดน้ำมันกว่าเครื่องยนต์เดิมที่เคยใช้อยู่แน่นอน

 

เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.9 ลิตร เทอร์โบและดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์โบ

ส่วนระบบเกียร์มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ยิ่งไปกว่านั้น ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 4X4 ตัวเพลาขับเป็นวัสดุอลูมิเนียมส่งผลทั้งเรื่องน้ำหนักที่เบาลงและเพิ่มประสิทธิภาพการส่งกำลังให้ดียิ่งขึ้น และในรุ่นยกสูงก็ได้เสริมตัวยึดด้านหน้ากันโคลงเพื่อเพิ่มความสมดุลของตัวรถด้วย

เกียร์ธรรมดา 6 สปีด 

การขับขี่ในรูปแบบของการทดสอบในสนามครั้งนี้ เป็นเพียงระยะทางสั้นๆ แต่ก็ได้ลองทั้งเรื่องของสมรรถนะเครื่องยนต์ และการควบคุม เครื่องยนต์และเกียร์ทำงานผสานกันได้ดี โดยเฉพาะคันที่ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติให้ความรู้สึกด้านการขับขี่แทบไม่ต่างจากรถ SUV การขับเคลื่อนไปในแบบสมูทตั้งแต่ออกตัวจนเพิ่มความเร็ว ระบบพวงมาลัยยังคงเป็นแบบพาวเวอร์ไฮดรอลิคแต่ก็มีความแม่นยำและควบคุมง่าย ซึ่งการขับในรูปแบบสลาลอมหรือการเปลี่ยนเลนทำได้อย่างมั่นใจ น่าจะเป็นรถกระบะอีกคันที่ขับใช้งานในเมืองได้คล่องตัวแล้วสะดวกสบายให้อารมณ์ไม่ต่างจากกำลังขับ SUV หรือ PPV ส่วนเรื่องระบบความปลอดภัยขึ้นชื่อว่ามาสด้าก็หายห่วง มีการเปลี่ยนขนาดจานเบรกหน้าเป็น 17 นิ้ว และ 15 นิ้ว (แล้วแต่รุ่นย่อย) พร้อมด้วยระบบช่วยเหลือต่างๆ ทั้ง ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM , ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA , ระบบช่วยจอด Parking Aid , ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC , ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HLA ปิดท้ายด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

อดใจรอกันอีกไม่นาน เพราะทาง Mazda Thailand ยืนยันมาแล้วว่าจะเปิดตัว All New Mazda BT-50 ภายในไตรมาสแรกของปีหน้า (2021) แน่นอน ส่วนจะมีรุ่นย่อยกี่รุ่น และแต่ละรุ่นจะมีอะไรมาให้ตื่นเต้นบ้างนั้น รอชมไปพร้อมๆ กันเลยครับ