by Carzanova Team Nat
Hits: 243

ลอง 4 ตัวแรง ไม่แกงแน่นอน BMW M4, M4 CS, M5, และ i8 Roadster

มีโอกาสได้ลองของแรงจากค่ายใบพัดฟ้าขาว บีเอ็มดับเบิลยู ไม่ว่าจะเป็น M4 Competition, M4 CS Coupe, M5 และ i8 Roadster 4 ยนตรกรรมสมรรถนะสูงที่พกพาความดุดันและประสิทธิภาพสไตล์สปอร์ต ซึ่งแต่ละคันจะมีฟิลลิ่งเป็นอย่างไร ตามไปชมกันเลย ...

BMW M4 Competition 

BMW M4 Competition

M4 Competition มีรูปลักษณ์สไตล์ดุดันตามแบบฉบับของ M ไม่ว่าจะเป็นช่องรับลมขนาดใหญ่ที่ช่วยระบายความร้อนของเครื่องยนต์ในขณะขับขี่ด้วยความเร็ว พร้อมเพาเวอร์-โดม (power-dome) บนฝากระโปรงหน้าที่บ่งบอกให้รู้ถึงพละกำลังเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ซ่อนไว้ภายใน 

ด้านการออกแบบภายนอกตัวรถได้คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ ที่เสริมความสปอร์ตควบคู่ไปกับปากท่อไอเสียแบบขอบเฉียง ที่ช่วยแผดเสียงเครื่องยนต์ให้กึกก้องอย่างทรงพลัง ในขณะที่ล้ออัลลอยเป็นแบบน้ำหนักเบาสไตล์ M ขนาด 20 นิ้ว 

ด้านสมรรถนะการขับขี่ M4 Competition มีรากฐานมาจากเครื่องยนต์ M TwinPower Turbo 6 สูบขนาด 3 ลิตร ที่ส่งกำลังแรงถึง 450 แรงม้า จึงสามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 4 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยส่งกำลังสู่ล้อด้วยกับระบบเกียร์ M DCT (double-clutch transmission) 7 สปีดที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงในตระกูล M โดยเฉพาะ 

เครื่องยนต์ M TwinPower Turbo 6 สูบขนาด 3 ลิตร

นอกจากนี้ M4 Competition ยังมาพร้อมระบบช่วงล่าง Adaptive M ระบบ DSC (Dynamic Stability Control) ที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษ และระบบเฟืองท้าย Active M ที่ช่วยเสริมเสถียรภาพการขับขี่ ให้การยึดเกาะถนนดีเยี่ยม พวงมาลัยฉับไวยิ่งกว่าเดิม แต่ต้องบอกก่อนเลยว่า ถ้าจะถามความนิ่มนวลแล้วนั้น หาได้ยาก เนื่องจากฟิลลิ่งของ M4 Competition คันนี้ มันเป็นรถสปอร์ตเต็มตัว

มาที่การออกแบบภายในห้องโดยสารกันบ้าง ที่โดดเด่นและโฉบเฉี่ยวไม่ต่างจากการออกแบบภายนอก ด้วยเบาะนั่ง M ที่มีน้ำหนักเบาและให้ความรู้สึกแบบสปอร์ต สามารถปรับความกว้างของพนักพิงได้ สายเข็มขัดนิรภัยลาย M การจัดวางฟังก์ชั่นควบคุมต่างๆ โดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นหลัก เพื่อความสะดวกสบายและรวดเร็วในการสั่งการทุกระบบ พวงมาลัยหุ้มหนัง และคันเกียร์สไตล์ M

เบาะนั่ง M

นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้งานเทคโนโลยี บีเอ็มดับเบิลยู Head-Up Display ได้ในโหมดพิเศษสำหรับรถยนต์ตระกูล M โดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากโหมดปกติด้วยดีไซน์กราฟฟิกในแบบสปอร์ต พร้อมมาตรวัดความเร็ว เกียร์ รอบเครื่องยนต์ ไฟแจ้งเปลี่ยนเกียร์ และอื่นๆ อีกมากมาย 

คันเกียร์สไตล์ M

สำหรับ BMW M4 Competition วางราคาจำหน่ายไว้ที่ 8,799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

 

BMW M4 CS Coupe

BMW M4 CS Coupe

ต่อกันที่ตัวแรง M4 CS Coupe รถรุ่นพิเศษในตระกูล M ที่นอกจากจะผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดแล้ว สมรรถนะนั้นเรียกได้ว่าถ้าใส่โรลล์บาร์เข้าไปก็เป็นรถแข่งได้เลย ด้านขมุพลังขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร ด้วยเทคโนโลยี BMW M TwinPower Turbo ที่พัฒนาสมรรถนะให้เพิ่มขึ้นจากตัว M4 Competition อีก 10 แรงม้า ทำให้มีพละกำลังสูงสุด 460 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัตช์คู่ 7 จังหวะ พร้อมระบบ Drivelogic เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วภายในเสี้ยววินาที ด้วยแป้นเปลี่ยนเกียร์ paddle shift บนพวงมาลัย

เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร

ด้านประสิทธิภาพในการขับขี่ M4 CS Coupe มาพร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) ที่สามารถทำงานในโหมดพิเศษ M Dynamic (MDM) และระบบเฟืองท้าย Active M ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมดด้วยกัน Comfort, Sport และ Sport+ ฟิลลิ่งของรถนั้น มันสุดๆ เครื่องยนต์ดูตัวเลขอาจจะมีพละกำลังแรงม้าที่ไม่สูงมากนัก แต่ด้วยการลดน้ำหนักตัวรถจาก M4 Competition ลงไปถึง 30 กก. ทำให้รถมันดีความดุดันขึ้น และควบคุมได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ด้านรูปลักษณ์ของ M4 CS Coupe สะท้อนถึงความสปอร์ต ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นจากกระจังหน้าที่มาคู่กับช่องดักอากาศขนาดใหญ่ 3 ช่อง เข้ากันกับไฟหน้า LED คู่ดีไซน์ทันสมัย กระโปรงหน้าและหลังคาทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีคุณสมบัติความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบาพิเศษ ดีไซน์ด้วยเส้นสายสไตล์คูเป้ โฉบเฉี่ยวด้วยชุดแต่งแบบ M และเสริมความดุดันด้วยรูปทรงซุ้มล้ออันทรงพลัง ที่สร้างอารมณ์สุดเร้าใจได้ แม้ในยามที่ตัวรถยังหยุดนิ่งอยู่

ภายใน M4 CS Coupe สร้างลุคสปอร์ตเต็มพิกัด ด้วยเบาะที่นั่งน้ำหนักเบาแบบ M Sport หุ้มหนังแท้สลับ Alcantara พนักพิงหลังปรับความกว้างได้ เข็มขัดนิรภัยลาย M พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หุ้มหนัง Alcantara ดีไซน์ M พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์

ทั้งนี้ BMW M4 CS Coupe จะมีให้เลือกเป็นเจ้าของได้ในสีพิเศษจาก BMW Individual ส่วนราคาจำหน่ายก็ตั้งไว้ที่ 11,439,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

 

BMW M5

BMW M5

ถือเป็นครั้งแรกของรถซีดาน BMW ที่มาพร้อมกับ M xDrive ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่สร้างมาตรฐานใหม่ด้านสมรรถนะ โดย M5 เจนเนอเรชั่นที่ 6 นี้ มอบประสิทธิภาพการขับเคลื่อนสูงด้วยการเน้นส่งกำลังขับเคลื่อนจากล้อหลัง ควบคู่กับการเพิ่มกำลังส่งจากล้อหน้าในกรณีที่พละกำลังขับเคลื่อนจากล้อหลังไม่เพียงพอและต้องการแรงฉุดลากที่เพิ่มขึ้นแม้ในสภาวะการขับขี่ด้วยความเร็วสูง ระบบขับเคลื่อน M xDrive ก็ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมขุมพลัง M5 ใหม่นี้ ได้อย่างแม่นยำและง่ายดายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ยังสามารถเลือกตั้งค่าลักษณะการขับได้อย่างหลากหลายตามความต้องการถึง 5 โหมดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโหมดการขับขี่ด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพแบบไดนามิก (หรือ DSC ที่สามารถเลือกเปิดหรือปิดระบบ DSC หรือเลือกการขับขี่ด้วยโหมด M Dynamic)  และยังสามารถเลือกการขับขี่ด้วยระบบ M xDrive ซึ่งแบ่งเป็นโหมด 4WD, 4WD Sport และ 2WD ที่ให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสความแรงเร้าใจด้วยความคล่องตัวสูงสุดบนท้องถนน รวมทั้งระบบเฟืองท้าย Active M ที่มอบเสถียรภาพการกระจายกำลังอย่างเต็มสมรรถนะ ป้องกันการลื่นไถลเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง โดยช่วยลดความแตกต่างของความเร็วรอบระหว่างล้อหลัง ซึ่งแต่ละโหมดนั้นตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่อาจจะชอบการขับคนละสไตล์

และอีกหนึ่งเอกลักษณ์ความสปอร์ตอันโดดเด่นของ M5 ใหม่นี้ คือมีปุ่ม M1 และ M2 สีแดงสองปุ่ม ซึ่งอยู่ติดกับระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนการตั้งค่าระบบต่างๆ ตามที่ต้องการได้ถึง 2 แบบเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส เรียกได้ว่าหากอยู่ในโหมดการขับแบบพ่อบ้าน แล้วอยู่ดีๆ มีใครมาเปรี้ยว แบบไม่รู้เรื่องรู้ราว แค่เพียงกดเจ้าปุ่ม M สีแดงซักปุ่มที่ตั้งโหมดดุดิบโหดเอาไว้ เพียงเท่านี้ก็จะเปลี่ยนรถคันนี้จะรถพ่อบ้าน เป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูงขึ้นมาในทันที ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าระบบ M xDrive ระบบควบคุมเสถียรภาพแบบไดนามิก (DSC) ระบบเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ระบบระบายอากาศ ระบบการควบคุมพวงมาลัยไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งการตั้งค่ารูปแบบของการแสดงผลบน Head-Up Display

ภายในห้องโดยสาร

BMW M5 ใหม่ เห็นรูปทรงดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี แต่พละกำลังนั้นทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ M TwinPower Turbo แบบ V8 ความจุ 4.4 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 600 แรงม้า ที่ 5,600 – 6,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 5,600 รอบต่อนาที มาคู่กับเกียร์อัตโนมัติ M Steptronic 8 จังหวะ พร้อมระบบ Drivelogic สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.4 วินาที และ 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 11.1 วินาที โลดแล่นด้วยความเร็วสูงสุดที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิคส์ไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เครื่องยนต์ M TwinPower Turbo แบบ V8 ความจุ 4.4 ลิตร

สำหรับ BMW M5 คันนี้ ตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 13,339,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard) 

 

BMW i8 Roadster

BMW i8 Roadster

ปิดท้ายด้วย i8 Roadster รถสปอร์ตที่ขับเคลื่อนในระบบปลั๊กอิน ไฮบริด ควบคู่กับเทคโนโลยี eDrive ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถวิ่งได้นานและไกลมากขึ้นโดยไร้การปล่อยมลภาวะ

i8 Roadster มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูงที่เพิ่มความจุจาก 20 แอมป์เป็น 34 แอมป์ หรือเพิ่มความจุแบตเตอรี่โดยรวมจาก 7.1 เป็น 11.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ส่งพลังด้วยด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 143 แรงม้า เพิ่มขึ้นจากเดิม 12 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ 105 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัฒนาจากมอเตอร์ไฟฟ้าของรุ่นก่อนหน้าที่เร่งความเร็วได้สูงสุด 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเมื่อขับขี่ด้วยโหมด eDrive โดยไม่มีการปล่อยไอเสียเลย จะสามารถส่งบีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster ด้วยความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถขับขี่ในตัวเมืองได้โดยไม่ปล่อยมลภาวะออกจากท่อไอเสียเป็นระยะทางสูงสุด 53 กิโลเมตร (EU test cycle)

ขณะที่เครื่องยนต์เป็นแบบเบนซิน 3 สูบ พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ยังคงทรงพลังเช่นเดิมด้วยกำลัง 231 แรงม้า ส่งบีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster จาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรได้ภายใน 4.6 วินาที

ด้านรูปลักษณ์เพิ่มลุคสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยบีเอ็มดับเบิลยู i ขนาด 20 นิ้วลาย W-spoke เสริมจิตวิญญาณโรดสเตอร์ด้วยสัญลักษณ์ “Roadster” บริเวณท้ายรถและเสา C-pillar โครงกระจกหน้ามาในวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา พร้อมด้วยหลังคาที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าได้อย่างไร้เสียงภายในเวลา 15 วินาที ขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงสุด 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยหลังคาจะถูกเก็บลงในลักษณะตั้งฉาก ทำให้เพิ่มปริมาตรการเก็บสัมภาระที่ท้ายรถได้ถึงมากขึ้นถึง 100 ลิตร

นอกจากนี้ การออกแบบโดยใช้เทคโนโลยี BMW EfficientLightweight และนวัตกรรมการผลิตที่ล้ำสมัย ยังเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างหลังคาเปิดประทุนแบบผ้าของบีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster เช่นชิ้นส่วนอลูมิเนียมที่เชื่อมต่อกลไกการเปิดปิดหลังคาเข้ากับตัวรถ ซึ่งผลิตขึ้นด้วยเทคนิคการพิมพ์แบบสามมิติ อันถือเป็นการบุกเบิกเทคโนโลยีด้านการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการผลิตโครงสร้างยึดเกาะที่เชื่อมต่อกันในรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งไม่สามารถทำได้ด้วยกระบวนการหล่อขึ้นรูปในแบบดั้งเดิม ขณะที่การพิมพ์แบบสามมิตินี้ ยังช่วยให้ชิ้นส่วนดังกล่าวมีคุณสมบัติครบครัน ทั้งในด้านความแข็งแกร่งและน้ำหนักที่เบา

พร้อมกันนี้ i8 Roadster ยังมาพร้อมเทคโนโลยี BMW ConnectedDrive เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด และนวัตกรรมที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่อื่น ๆ เช่น ระบบจอภาพแสดงข้อมูลการขับขี่ (BMW Head-up Display) ระบบแผนที่นำทางรุ่น Professional กุญแจรีโมทระบบสัมผัส (BMW Display Key) ระบบ Driving Assistant ระบบไฟหน้า BMW Laserlight และระบบสร้างเสียงจำลองเพื่อให้ผู้ใช้ทางเท้าได้ยิน

BMW i8 Roadster วางราคาจำหน่ายไว้ที่ 12,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ BSI Standard)บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป