by Carzanova Team Nat
Hits: 2070

เทียบสเปค New Mazda CX-3 VS NEW MG ZS ... ศึก Sub-Compact Crossover ระดับ 7 แสน

ก่อนหน้านี้ถ้ามีเงิน 7 แสนแล้วอยากได้รถป้ายแดง เต็มที่คุณก็ได้รถตัวท้อปในกลุ่ม B segment พวก Honda Jazz ,Toyota Vios , Mazda2  ส่วนรถในกลุ่ม Crossover เลิกคิดไปได้เลยเพราะราคาเฉียดล้านกันทั้งนั้น แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตลาดรถเมืองไทยมีเซ็กเมนท์ใหม่เกิดขึ้นมาคือ Sub-compact crossover พูดง่ายๆ ก็คือเป็น Crossover ขนาดเล็กนั่นแหละ บางรุ่นก็ใช้แพลทฟอร์มเดียวกับ B segment ในค่ายเดียวกันเอง แต่ราคาก็ยังอยู่ในระดับที่บอกไปข้างต้นคือเฉียดๆ ล้าน ไม่ว่าจะเป็น Honda HRV , Nissan Juke , Toyota C-HR รวมไปถึง Mazda CX-3

 New Mazda CX-3 

แต่ ณ ตอนนี้ ... เราอยากจะบอกคุณว่าตอนนี้ถ้ามีเงิน 7-8 แสน ก็มีทางเลือกในกลุ่ม Sub-compact crossover 5 ที่นั่ง ที่น่าสนใจแล้วครับ เราเลือกมา 2 คันที่อยู่ในระดับราคาใกล้เคียงกัน คันนึงเป็นรถที่เคยอยู่ในราคาเกิน 8 แสนไปจนถึงล้านต้น แต่ตอนนี้ได้เพิ่มรุ่นย่อยออกมาเป็นรุ่นเริ่มต้นในราคา 7 แสนกลางๆ  ส่วนอีกคันเป็นตัวท้อปออพชั่นเต็มกับราคา 8 แสนมีทอน รถที่ว่าคือ New Mazda CX-3 และ New MG ZS 

NEW MG ZS

สำหรับ New MG ZS รู้กันอยู่แล้วว่าแบรนด์นี้มาบุกตลาดเมืองไทยด้วยการตั้งราคาสุดเร้าใจ ที่สำคัญมากับออพชั่นเต็ม ระบบความปลอดภัยขนมาเพียบ โดย ZS เป็น Crossover 5 ที่นั่งตัวเล็กสุดของ MG ที่เน้นการใช้งานแบบอเนกประสงค์และถึงแม้รุ่นท็อปอย่าง ZS 1.5LX+ จะมีราคาค่าตัว 799,000 บาท แต่ก็ให้ของมาเต็มคัน ในขณะที่เมื่อเร็วๆ นี้ ค่าย Mazda แบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งมีการเพิ่มรุ่นย่อยให้กับ CX-3 โดยเป็นรุ่นเริ่มต้น CX-3 2.0 Base ตั้งราคาไว้ที่ 768,000 บาท โดยราคานี้ถูกกว่าน้องเล็กร่วมค่ายอย่าง Mazda 2 Diesel ตัวท็อป เสียอีก!!

คิดกันง่ายๆ ควักกระเป๋าจ่ายเงินระดับ 7แสนบาท จากแต่ก่อนที่จะได้แค่รถเล็กในกลุ่ม B-segment ตอนนี่ขยับเพิ่มความเก๋ไก๋ขึ้นมาอินเทรนด์กับรถ Crossover ได้แล้ว ครั้งนี้เราจะมาเทียบให้ดูว่ารถ Sub-compact crossover ในราคาที่ใกล้เคียงกันอย่าง New Mazda CX-3 Base ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น กับ New MG ZS 1.5L X+ ซึ่งเป็นตัวท็อป ว่าตัวไหนจะมีจุดเด่นที่น่าสนใจกันอย่างไร

 

ภายนอก

ถ้าพูดถึงเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก ถ้าเอามาเปรียบเทียบ รถยนต์ก็ไม่ต่างอะไรกับผู้ชายมองผู้หญิง คนที่ผมว่าสวยคุณอาจมองว่าธรรมดา ส่วนคนที่คุณว่าสะดุดตา ผมอาจแค่เฉยๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่ารูปร่างหน้าตาของ CX-3 ดูจะโฉบเฉี่ยวทันสมัยมีความสปอร์ตได้ใจวัยรุ่นมากกว่า ZS ที่ออกไปทางรถครอบครัว แต่ถ้าเรามองกันที่ออปชั่น New MG ZS ซึ่งเป็นตัวท็อป ดูจะได้เปรียบเรื่องออปชั่นที่ให้มา เริ่มตั้งแต่ไฟหน้าที่เป็น LED พร้อมไปส่องสว่างตอนกลางวัน Daytime Running Light และยังมีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติอีกด้วย ในขณะที่ New Mazda CX-3 ได้ไฟหน้าแบบหลอดฮาโลเจน และที่เด็ดสุดๆ คือ ZS มากับหลังคากระจกบานกว้าง Panoramic Sunroof ซึ่งไม่มีรถรุ่นไหนในราคานี้ที่ให้มา รวมถึงกระจกมองข้างของ ZS ก็มีระบบพับเก็บอัตโนมัติในขณะที่ New Mazda CX-3 เป็นเพียงแบบพับเก็บไฟฟ้าเท่านั้น ส่วนขนาดของล้อ ด้วยความที่ CX-3 คันนี้เป็นรุ่นเริ่มต้นเลยได้ขนาด 16 นิ้ว ส่วน ZS ได้ขนาด 17 นิ้ว เนื่องมาจากเป็นตัวท็อปนั่นเอง

ห้องโดยสารภายใน

เมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านใน บอกเลยว่าดีไซน์ภายในห้องโดยสารของ New Mazda CX-3 ออกจากได้เปรียบ เพราะแทบไม่ต่างอะไรจากรถยุโรป ทั้งการออกแบบและวัสดุภายในที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นแผงคอนโซลหน้าหรือแผงประตูที่หุ้มด้วยหนังสีดำคุณภาพดีหรูหราหรือแม้กระทั่งช่องแอร์ที่มีการใช้สีเงินสลับดำ Piano Black เพียงแต่คันนี้เป็นรุ่นเริ่มต้นจึงได้เป็นเบาะผ้าสีดำและเบาะคู่หน้าใช้วิธีปรับแบบแมนวล แต่อีกจุดที่น่าคิดคือขนาดของห้องโดยสารที่ CX-3 ค่อนข้างเล็กและเเคบเลย โดยเฉพาะผู้โดยสารตอนหลัง ในขณะที่ New MG ZS วัสดุอาจจะหรูหราไม่เท่า แต่ออปชั่นนี่จัดมาให้แบบล้นๆ เลย ตั้งแต่เบาะนั่งของ ZS เป็นแบบหุ้มหนังสังเคราะห์ และด้วยความที่เป็นรุ่นท็อป เบาะคู่หน้าจึงปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง รวมไปถึงขนาดของห้องโดยสารก็จะมีขนาดที่กว้างกว่า

ภายในห้องโดยสาร New Mazda CX-3 

ภายในห้องโดยสาร New MG ZS

โดยรถทั้งคู่มีปุ่ม Push Start ในการสตาร์ทเครื่องยนต์ซึ่งถ้าไม่มีก็ถือว่าเชยเต็มทีสำหรับรถสมัยนี้ คราวนี้เรามาดูกันที่ฟังก์ชั่นภายในกันบ้าง ด้วยความเป็นตัวท็อป ZS มีความเหนือกว่าในเรื่องของความสะดวกสบายและฟังก์ชั่น ไล่ไปตั้งแต่ระบบปรับอากาศที่เป็นแบบดิจิตอล หน้าจอ Infotainment แบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto มีระบบนำทาง Navigation system ที่พร้อมรายงานจราจรแบบ Real time มีช่องเสียง USB มาให้ถึง 5 ช่อง เชื่อมต่อบลูทูธได้

และที่สำคัญคือฟังก์ชั่นขายของ MG ก็คือ ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย i-SMART เริ่มจาก SMART CHECK ที่ประกอบไปด้วย ระบบตรวจสอบสถานะรถยนต์ , ระบบสั่งการค้นหารถ Find My Car , ระบบเตือนความผิดปกติของรถยนต์ , ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิคส์ , ระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ ต่อด้วย SMART COMMAND ซึ่งจะมี ระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย , ระบบควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศผ่านสมาร์ทโฟน , ระบบวางแผนการเดินทาง , ระบบโทรออก-รับสายจากหน้าจอสัมผัส , ระบบเลขาส่วนตัว MG Call Center , ระบบโทรอัตโนมัติกรณีฉุกเฉิน Emergency Call และปิดท้ายด้วย SMART CONNECT ที่จะมี ระบบเล่นเพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่ง , ระบบช่วยค้นหาร้านอาหารและที่พักบนแผนที่นำทาง , อัพเกรดระบบผ่านออนไลน์ , ระบบเรียกข้อมูลข่าวสารเหตุการณ์ปัจจุบัน , อัพเดทข้อมูลพยากรณ์อากาศ เรียกได้ว่าเกินคุ้ม จะให้อะไรกันมากมายก่ายกองได้ขนาดนี้

ในขณะที่ CX-3 ซึ่งเป็นตัวเริ่มต้น จะมาพร้อมหน้าจอ Infotainment แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุม Center Commander ที่บริเวณคอนโซลกลางหน้าตาเหมือนที่อยู่ในรถยุโรปแคว้นบาวาเรีย สามารถเชื่อมต่อบลูทูธได้ และมีระบบสั่งการด้วยเสียงแต่เป็นภาษาอังกฤษ (สำเนียงไม่ต้องเป๊ะก็สั่งการได้ครับ อย่าไปกลัว)   

 

สมรรถนะ

มาถึงเรื่องสมรรถนะกันบ้าง ซึ่งผมคนนึงล่ะที่ค่อนข้างเน้นมากกว่าอย่างอื่นเพราะมันเป็นส่วนสำคัญอันดับต้นๆ ในด้านการขับขี่ พูดกันตรงๆ ถ้าคุณเป็นคนที่เน้นสมรรถนะการขับขี่เป็นหลัก งานนี้ CX-3 ได้เปรียบสุดๆ ด้วยความที่เป็นรถ Crossover ขนาดกะทัดรัด แต่ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตรพร้อมระบบ Skyactiv-G หัวฉีดยิงตรงลงกระบอกสูบ แรงม้าปาเข้าไป 156 ตัว แถมแรงบิดอีก 204 นิวตันเมตร ซึ่งแรงบิดสูงสุดที่ว่านั้นมาตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ที่ 2,800 รอบ/นาที ไม่พอแค่นั้นยังมี Drive Selection ที่ปรับเข้าโหมด Sport ได้อีกด้วย แต่ก็ยังอุส่าห์มีระบบช่วยประหยัดเชื้อเพลิง i-Stop ที่เป็นระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถหยุด และสตาร์ทอัตโนมัติมาให้ด้วย

MG ZS เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 

 

New Mazda CX-3  เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตรพร้อมระบบ Skyactiv-G 

ทำไมผมถึงบอกว่า CX-3 ได้เปรียบ ก็เพราะ ZS มากับเครื่องยนต์ที่เล็กกว่าเยอะ เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พละกำลังแค่ 114 แรงม้า แรงบิดสูงสุดก็มีมา 150 นิวตันเมตรที่รอบเครื่องปาเข้าไปตั้ง 4,500 รอบ/นาที คือถ้าจะหวังให้ปรู๊ดปร๊าดแบบ Mazda CX-3 ลืมไปได้เลย นอกจากนี้ความเร้าใจในอารมณ์การขับขี่ของ CX-3 ก็ยังเหนือกว่าด้วยการใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งผู้ขับจะได้ความรู้สึกถึงการเปลี่ยนเกียร์ที่เร้าใจโดยเฉพาะการคิกดาวน์เพื่อเร่งแซง โดย ZS เลือกใช้ระบบเกียร์เป็นแบบอัตโนมัติ CVT ซึ่งก็จะมีดีตรงที่ช่วยในเรื่องการประหยัดเชื้อเพลิง แต่ความสนุกเร้าใจในการขับขี่เหรอ....เห็นจะไม่เท่า โดยรถทั้ง 2 คันมาพร้อมน้ำหนักตัวที่ไล่เลี่ยกัน New Mazda CX-3 หนัก 1,291 กก. ส่วน New MG ZS หนัก 1,290 กก.

 

ระบบความปลอดภัย

ด้านระบบความปลอดภัยของ New MG ZS และ New Mazda CX-3 ค่อนข้างใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมสเถียรภาพการทรงตัวโดยแบ่งเป็นระบบย่อยต่างๆ ในชื่อที่อาจต่างกัน แต่ระบบที่ ZS มีมากกว่าก็จะเป็น ระบบชะลอความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control , ระบบควบคุมความเร็ว Active Speed Limit , ระบบหน่วงไฟหน้าขณะดับเครื่องยนต์ Follow Me Home และสัญญาณเตือนแรงดันลมยาง Tire Pressure Monitor

 

แบรนด์ และศูนย์บริการ

ปิดท้ายกันที่เรื่องของแบรนด์และศูนย์บริการ ซึ่งในข้อนี้มาสด้า ได้เปรียบเพราะเป็นรถสัญชาติญี่ปุ่นที่อยู่ในเมืองไทยมานานกว่า แต่จำนวนของศูนย์บริการ ต้องบอกว่า แม้เอ็มจีจะเข้ามาในเมืองไทยช้ากว่า แต่ก็มีโชว์รูมและศูนย์บริการ ในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งก็ต้องถือว่าเอ็มจี มีความเติบโตในเรื่องของการขยายเครือข่ายโชว์รูม และศูนย์บริการได้ดี

ถึงตรงนี้ คงต้องกลับมาถามตัวเองแล้วว่าการจะซื้อรถสักคันคุณต้องการอะไร สมรรถนะ ความสวยงาม ฟังก์ชั่น หรือราคา โดยตัวเลือก 2 คันที่นำมาเทียบกันครั้งนี้ทั้ง New Mazda CX-3 และ MG ZS ก็มีเอกลักษณ์ และคุณสมบัติในตัวเองที่ชัดเจน ก็อยู่ที่คุณตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกใคร??