by Carzanova Team Nat
Hits: 740

รีวิว!! MG ZS EV เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า ขับคันนี้ ชีวิต Intelligent

เชื่อเหลือเกินว่า หลายคนยังลังเลที่จะใช้รถพลังงานไฟฟ้าแบบ EV 100% และยิ่งเป็นรุ่นแรกที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยของค่ายด้วยแล้ว ยิ่งทำให้คิดหนัก แต่ถ้าได้ลองอ่านรีวิวของผมครั้งนี้ เชื่อว่าไม่มากก็น้อย จะช่วยเสริมน้ำหนักในการตัดสินใจ ... ให้ง่ายยิ่งขึ้น 

MG ZS EV ถือเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ครอสโอเวอร์ที่ใช้พื้นฐานเดียวกับ MG ZS ที่ผลิตและจำหน่ายออกมาก่อนหน้านี้ แต่หากถามว่านอกจากเครื่องยนต์และเกียร์ที่ไม่มีแล้ว อย่างอื่นเหมือนกับ ZS ทั้งหมดไหม?? ตอบได้เลยครับว่าไม่ เพราะ ZS EV เป็นรถที่นำเข้ามาจากประเทศจีนแบบทั้งคัน ไม่ใช่ ZS ที่มีการผลิตในเมืองไทย เพราะฉะนั้นวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ก็จะมีความแตกต่างกัน ซึ่งในตัว ZS EV จะดูมีความหรูหรา สมฐานะมากกว่า ส่วนจะมีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง ผมจะไล่เรียงให้ฟังจากด้านนอกเข้าไปด้านในครับ

MG ZS EV 

ภายนอกสังเกตได้ง่ายเลยว่าคันไหนเป็น ZS EV เพราะด้วยสีตัวถังที่ไม่เหมืนตัว ZS ธรรมดา และมีสีเดียวคือ สีฟ้า (Copenhagen Blue) นอกจากนี้ตรงในส่วนของและปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว ส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งโทนสีดำ พร้อมการตกแต่งคอนโซลหน้าด้วยวัสดุนุ่มแบบ Soft touch ให้ความรู้สึกหรูหรามีระดับมากขึ้น พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานในรถที่เชื่อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วได้เพียงปลายนิ้ว และระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลที่มาพร้อมระบบกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งในจุดนี้ผมก็เชื่ออีกว่า หลายคนคงมีคำถามอีกเช่นเดิมแหล่ะ ว่ารถไฟฟ้า 100% ระบบแอร์จะเย็นไหม และยิ่งเมืองไทยเป็นเมืองร้อนระบบแอร์คอนดิชั่นจะรอดไหม?? ผมตอบตรงนี้เลยครับว่ารอด แถมเย็นสะใจอีกต่างๆ นอกจากนี้ทาง MG ยังไม่ลืมหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาติดตั้งมาให้เช่นเดียวกัน

ภายในห้องโดยสาร

ด้านการขับเคลื่อน ZS EV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% โดยมอเตอร์เป็นแบบ Permanent Magnet Synchronous ที่ได้รับการพัฒนาให้ส่งกำลังได้ดีเยี่ยม และช่วยระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ส่วนแบตเตอรี่เป็นแบบลิเธี่ยม ไอออน (Lithium-ion) ความจุ 44.5 kWh ที่ผ่านการรับรองและทดสอบตามมาตรฐานสากล โดยสามารถวิ่งผ่านน้ำที่มีความสูงได้ถึงกว่า 40 เซนติเมตร ในขณะที่แบตเตอรี่ยังคงสามารถทำงานได้ตามปกติ อีกทั้งยังมีระบบการปกป้องแบตเตอรี่แบบ 360 องศา และระบบการจัดการอุณหภูมิอัจฉริยะที่ช่วยให้ระบบการทำงานต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำและสูง ผ่านการควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า กับแรงบิดที่สูงถึง 350 นิวตันเมตร

ซึ่งสมรรถนะการขับขี่ ก็อย่างที่รู้ครับว่ารถไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์ขับ อัตราเร่งมารวดเร็ว ซึ่งใน ZS EV ทำอัตราเร่งจาก 0-50 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในด้วยระยะเวลาแค่ 3.1 วินาที อีกทั้งยังมีโหมดให้เลือกถึง 3 โหมด Eco / Normal / Sport ตามความพอใจหากต้องการอัตราเร่งมากหน่อยก็ไปโหมด Sport เลย หากต้องการประหยัดพลังงานก็มา Eco ส่วนความเร็วปลายไม่ว่าโหมดไหน ก็อั้นไว้ที่ 160 กม./ชม. ขณะที่ระยะทางขับเคลื่อนสูงสุดตามสเปกบอกไว้ 337 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง แต่เท่าที่ลองขับจริง ได้อยู่ประมาณ300 กม. บวกลบนิดหน่อย

โดยสิ่งหนึ่งที่ทำให้เจ้า ZS EV วิ่งได้มากขนาดนี้ ก็เพราะมีระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ (Regenerative) ที่สามารถเลือกระดับการชาร์จพลังงานกลับได้ถึง 3 ระดับ ซึ่งผมได้ลองแล้วทั้ง 3 ระดับ บอกได้เลยว่า ระดับ 3 นี่ มันจะคล้ายๆ กับ One Paddle One Drive ของอีกค่าย คือลักษณะจะคล้ายๆ กับเท้าเราเป็นตัวกำหนดความเร็วของรถ กดเท่าไหร่อัตราเร่งมาเท่านั้น เช่นกันยกเท้าออกจากคันเร่งเท่าไหร่ รถก็จะชะลอมากเท่านั้นเช่นกัน ซึ่งเอาจริงๆ ผมว่าการใช้งานจริงเอาซักระดับ 1 ระดับ 2 ก็พอ ขืนใช้ระดับ 3 ขับไปขับมาเวียนหัวตาย เพราะยกคันเร่งที เหมือนเบรกหัวทิ่มที อะไรประมาณนั้น

นอกจากนี้ในส่วนที่ทำให้ชีวิต Intelligent มากขึ้นไปไปอีกกับระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์เอ็มจี ใน 3 แกนหลัก คือ ด้านการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย หรือ SMART Command ด้านการเชื่อมต่อผ่านหน้าจอภายในรถ หรือ SMART Connect และด้านการตรวจเช็กรถจากมือถือ หรือ SMART Check ซึ่งผู้ขับขี่ NEW MG ZS EV จะสามารถเช็คระดับพลังงานคงเหลือของแบตเตอรี่ การเช็คสถานะและระยะเวลาของการชาร์จแบตเตอรี่แบบเรียลไทม์ การค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้าใกล้เคียง หรือสถานีชาร์จที่โชว์รูมทั่วประเทศ รวมทั้งการสั่งการ MG Home Charger สำหรับการชาร์จไฟที่บ้านได้อีกด้วย 

พร้อมกันนี้ยังมีระบบความปลอดภัยต่างๆ ทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัย (FSF) ระบบความปลอดภัย Synchronized Protection System ทั้งหมด 9 ระบบ และระบบเสริมความปลอดภัยในขณะขับขี่ Advanced Driver-Assistance Systems  ได้แก่ 

*ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)

*ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)

*ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)

*ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)

*ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)

*ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)

*ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)

*ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)

*ระบบเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

ภายในห้องโดยสารด้าหลัง

ยังไม่หมดยังมีความสะดวกสบายเพิ่มเติม อย่างไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light) ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold) ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake) พร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ตลอดจนถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 จุด รวมถึงกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์

ขณะที่เรื่องของการชาร์จไฟที่หลายคนเป็นห่วง ZS EV รองรับการชาร์จไฟได้ 2 รูปแบบ คือ การชาร์จไฟแบบธรรมดา (Normal Charge) ผ่าน MG Home Charger ใช้เวลาชาร์จไฟจาก 0-100% ในระยะเวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง หรือการชาร์จไฟแบบเร็ว (Quick Charge) ผ่านสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะ (Public Charging Station) โดยใช้เวลาชาร์จไฟจาก 0-80% ในระยะเวลาเพียง 30 นาที

ส่วนเรื่องการบำรุงรักษา เรื่องนี้น่าสนใจครับ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ารถไฟฟ้า 100% นั้น ค่าบำรุงรักษาต่ำมาก หากไม่ได้พูดถึงตัวแบตเตอรี่ เพราะชิ้นส่วนอะไหล่น้อยลง ไม่มีพวกของเหลวต่างๆ มากมายให้กังวลใจ 

ปิดท้ายที่ราคา กับค่าตัว 1.19 ล้านบาท แถมผมแอบได้ยินมาว่าซื้อตอนนี้ส่วนลดของแถมเพียบ และของแถมที่สำคัญอย่าง Home Charger ก็มีมาให้ เห็นอย่างนี้แล้ว บอกตามตรง ตัดสินใจไม่ยาก ... ถึงตรงนี้ผมพร้อมแล้วครับที่จะใช้ชีวิตที่ Intelligent ไปอีกระดับ

เรื่อง : ปรม พวงงาม