by Carzanova Team Nat
Hits: 419

ลองขี่!! H SEM มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ประหยัด รักษ์โลก เท่ไม่เหมือนใคร

ต้องบอกว่ากระแสรถไฟฟ้ากำลังมา สำหรับเมืองไทย และทาง H SEM Motor ก็ไม่รอช้า ออกมอเตอร์ไซค์ 2 ล้อไฟฟ้าแบบ 100% ที่สามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ ให้คนไทยได้ใช้ โดยมีทั้งหมด 3 รุ่นใหญ่ 4 รุ่นย่อย ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 4 หมื่นกว่าบาท ไปจนถึง 9 หมื่นกว่าบาท ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีสมรรถนะเป็นอย่างไร ทีมงานของเราได้ไปลองขี่มาแล้วครับ!!   

 

H SEM CIAO … ไซส์เล็ก เน้นออปชั่น จับกลุ่มวัยรุ่น

H SEM CIAO 

ประเดิมรุ่นแรกกันด้วยรุ่น “เชา” ภาษาอังกฤษเขียนแบบนี้ CIAO ครับ โดยรุ่นนี้ถือเป็นเล็กสุด เป็น Entry Level หรือรุ่นเริ่มต้น แต่บอกก่อนเลยครับว่าแม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ออปชั่นที่ไม่เริ่มต้นเลยครับ เรียกว่าจับยัดจับใส่ออปชั่นมาให้แบบเต็มที่เพราะทาง H SEM ตั้งเป้าตัวนี้เป็นตัวขาย โดยเจ้า CIOA มาพร้อมกุญแจรีโมต ปุ่มกดสตาร์ต สัญญาณกันขโมย ไฟหน้าแบบ LED พร้อม Day Light ระบบครุยส์ คอนโทรล สำหรับล็อกความเร็ว ช่องเสียบ USB และดิสก์เบรกทั้ง 2 ล้อ แบบ 1 พอร์ต

ด้านสมรรถนะการขี่ CIAO ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า DC 60V 2000W ที่มีชื่อเรียกว่า Brushless Hub-Motors แบตเตอรี่มีขนาด 60 V / 20 Ah ที่สามารถถอดออกมาชาร์จภายนอกได้ ทำความเร็วได้สูงสุด 60 กม./ชม. โดยมีโหมดการขี่ให้เลือก 3 ระดับ 1. ควบคุมความเร็วไม่เกิน 40 กม./ชม. 2. ควบคุมความความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. และสุดท้ายโหมดความเร็วสูงสุด ด้านระยะทางสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลสุด 60-70 กม. ซึ่งระยะทางจะใกล้จะไกลก็แล้วแต่วิธีการขี่ของแต่ละคนด้วยนะครับ ส่วนเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ต่อครั้งก็ 2-3 ชม. แล้วแต่ปริมาณไฟที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่

ขณะที่ระบบช่วงล่างไม่ได้เน้นการขี่ที่สมบุกสมบันมากนัก เน้นขี่ชิวๆ โดยด้านหน้าเป็นช็อคอัพแบบ Telescopic ที่มีแกนช็อคขนาด 27 มม. กับช่วงยุบ 60 มม. ส่วนด้านหลังเป็นช็อคอัพขนาด 290 มม. ช่วงยุบ 45 มม. ซึ่งทั้งด้านหน้าและหลังมาพร้อมกับยางขนาด 3.00-10 นิ้ว ที่ให้ความสูงจากพื้นถึงเบาะนั่งเพียง 760 มม. เข้ากับไซส์ของตัวรถที่ไม่ใหญ่มากนัก

CIAO มีให้เลือก 4 สี คือ แดง เหลือง ฟ้า และขาว ส่วนค่าตัวก็อยู่ที่ 49,700 บาท

H SEM MOBILA G/S … เน้นการเดินทาง เหมาะกับธุรกิจดีลิเวอรี่

H SEM MOBILA G

สำหรับรุ่นถัดมาเป็นรุ่นโมบิล่า ที่มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ รุ่น G และรุ่น S ซึ่งแตกต่างกันที่ออปชั่น และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยในรุ่น G จะมอเตอร์แบบ Gear Motor ซึ่งมองง่ายๆ ก็จะมีลักษณะคล้ายมอเตอร์พัดลม ที่มีแกนกลาง ซึ่งมีข้อดีคือให้แรงบิดที่มากกว่า Hub Motor ขี่ขึ้นทางชันได้ดีกว่า ขณะที่รุ่น S จะเป็นมอเตอร์แบบ Hub Motor เหมือนรุ่นอื่นๆ ที่มีข้อดีคือไม่มีเสียงรบกวนขณะขี่ และมีเกียร์ถอยหลัง รวมไปถึงมีการบำรุงรักษาที่ง่ายและต่ำกว่า โดยทั้ง 2 รุ่นใช้มอเตอร์ DC72V 3000W ที่ปรับโหมดการขับได้ 2 ระดับ L กับ H ซึ่งในโหมด L จะให้แรงบิดอัตราเร่งที่น้อยกว่า เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่ชิน หรือการขี่ในเมือง ที่ไม่เน้นการขับแบบนุ่มนวล ส่วน H จะให้แรงบิด อัตราเร่งที่มากกว่า เหมาะกับมือเก๋าๆ ที่ชอบออกตัวแรงๆ  ขี่สนุก อะไรประมารนั้น โดยความเร็วสูงสุดทำได้เท่ารุ่น CIAO 60 กม./ชม.

H SEM MOBILA S

นอกจากนี้ยังมีระบบถอยหลัง มาให้ใช้อีก ซึ่งโดยส่วนตัวจริงๆ ไม่ต้องมีระบบนี้มาให้ก็ได้ เพราะตัวรถมีน้ำหนักเบาะอยู่แล้ว เข็นถอยง่าย แต่ทางผู้ผลิตเค้ามองว่า หากกลุ่มลูกค้าที่เป็นดีลิเวอรี่ เพราะในรุ่นนี้มาพร้อมที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาดใหญ่ อีกทั้งยังสามารถติดตั้งกล่องอเนกประสงค์ด้านหลัง พร้อมช่องใส่แบตเตอรี่ที่ใส่ได้ถึง 2 ลูก เข้ามาอีกน้ำหนักรถจะมากขึ้น แล้วเข็นถอยหลังยาก จึงได้ทำฟังก์ชั่นนี้เข้ามาให้ ก็ถือว่ารอบคอบดีครับ

ด้านระบบช่วงล่างการขี่ดูมั่นคงและนุ่มนวลกว่ารุ่น CIAO เพราะตัวรถมีขนาดใหญ่กว่า และช็อคอัพที่ใหญ่กว่า รวมถึงมีช่วงยุบที่มากกว่า โดยด้านหน้าเป็นช็อคอัพแบบ Telescopic ที่มีแกนช็อคขนาด 31 มม. กับช่วงยุบ 60 มม. ส่วนด้านหลังเป็นช็อคอัพขนาด 290 มม. ช่วงยุบ 60 มม. ซึ่งทั้งด้านหน้าและหลังมาพร้อมกับยางขนาด 11/70-12 นิ้ว ที่ให้ความสูงจากพื้นถึงเบาะนั่งเพียง 805 มม. ส่วนระบบเบรกก็เหนือกว่าด้วยดิสก์เบรก 2 ล้อ แต่ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกแบบ 2 พอร์ต

ขณะที่แบตเตอรี่ เป็นแบบ 72 V / 20 Ah วิ่งได้ระยะทางไกลสุด 60-70 กม. ส่วนเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ต่อครั้งก็ 2-3 ชม. แล้วแต่ปริมาณไฟที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่ สำหรับ Mobila มีให้เลือก 4 สี คือ แดง ฟ้า เทา และดำ โดย Mobila-S ราคา 89,900 บาท ส่วน Mobila-G ราคา 92,200 บาท

H SEM WING … ตัวท็อป เน้นดีไซน์ ลักชัวรี่

H SEM WING

ปิดท้ายด้วยตัวท็อป Wing (วิงส์) ตัวท็อป ที่ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อน DC 72V 3000W แบบ Brushless Hub-Motors ปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ดีไซน์ต้องบอกว่าเหนือกว่าทุกรุ่น ดูเรียบหรู สวยงาม ด้วยขอบโครเมี่ยมรอบคัน พร้อมกล่องใส่ของ U Box ใต้เบาะ ไฟหน้าแบบ LED พร้อม Day Light มาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอล พร้อมบอกระยะทางคงเหลือ

ด้านสมรรถนะ Wing สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 60 กม./ชม. เหมือนทุกรุ่น  โดยมีโหมดการขี่ให้เลือก 3 ระดับ 1. ควบคุมความเร็วไม่เกิน 35 กม./ชม. 2. ควบคุมความความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. และสุดท้ายโหมดความเร็วสูงสุด ด้านระยะทางสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลสุด 60-70 กม. โดยแบตเตอรี่ เป็นแบบ 72 V / 20 Ah ใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ต่อครั้งก็ 2-3 ชม.

ขณะที่ระบบช่วงล่างใกล้เคียงกับรุ่น Mobila แต่ทรงรถดูสวยกว่า โดยด้านหน้าเป็นช็อคอัพแบบ Telescopic ที่มีแกนช็อคขนาด 31 มม. กับช่วงยุบ 60 มม. ส่วนด้านหลังเป็นช็อคอัพขนาด 290 มม. ช่วงยุบ 6 มม. ซึ่งทั้งด้านหน้าและหลังมาพร้อมกับยางขนาด 11/70-12 นิ้ว ที่ให้ความสูงจากพื้นถึงเบาะนั่งเพียง 815 มม. ซึ่งถือว่าสูงสุดกว่าทุกรุ่น ส่วนระบบเบรกก็ใช้ชุดเดียวกับ Mobila ดิสก์เบรก 2 ล้อ ที่ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกแบบ 2 พอร์ต

Wing มี 4 สี คือ แดง ขาว เทา และดำ โดยตั้งราคาค่าตัวอยู่ที่ 95,700 บาท

ซึ่งหลังจากที่ได้ทดลองขี่ทั้งในสนามทดสอบ และการใช้งานจริงตามท้องถนนทั่วไป มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของ H SEM ทั้ง 4 รุ่น ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย ใครที่ยังไม่เคยขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า อาจจะคิดว่าคงขี่ไม่สนุก แรงบิด อัตราเร่งคงน้อย ไม่สะใจเท่าเครื่องยนต์ แต่เอาจริงๆ เจ้ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านี่ ออกตัวปรู๊ดปร๊าดมาก จนบางคนที่ประมาทเผลอบิดคันเร่งค้าง ออกตัวทีหน้าเว๋อ ล้อยกบ้างก็มี นอกจากนี้ด้วยน้ำหนักตัวที่น้อย ทำให้ขี่ได้คล่องตัว แต่อาจจะติดตรองท็อปสปีดที่ทำได้เพียง 60 ก.ม/ชม. ซึ่งบางคนบอกว่าน้อยเกินไป

ส่วนปัญหาเรื่องน้ำท่วม ต้องขี่ลุยน้ำ มอเตอร์จะมีปัญหาหรือไม่ ตรงนี้ทางทีมงานได้ลองแล้ว ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร ขับลุยระดับน้ำถึงใต้ท้อง ปั่นน้ำแบบเต็มที่ ออกมาจากแอ่งน้ำก็ยังขี่ได้ต่อ โดยมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของ H SEM ทุกรุ่นรับประกันมอเตอร์สูงสุด 3 ปี หรือ30,000 ก.ม. รับประกันแบตเตอรี่ 2 ปี แต่รุ่นเริ่มต้น CIAO รับประกันแบตเตอรี่แค่ 1 ปี ส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า และตัวรถรับประกัน 1 ปี หรือ 10,000 กม. พร้อมบริการตรวจซ่อมและตรวจเช็กฟรี 3 ครั้ง หรือจะเลือกให้ไปบริการถึงบ้านก็ได้

สำหรับใครที่อยากรู้เรื่องความประหยัด เรามีข้อมูลเปรียบเทียบความประหยัดระหว่างมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากับมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 110 ซีซี ที่ H SEM ทำไว้น่าสนใจ ก็คือระยะใช้งานต่อวัน 60 กิโลเมตร ถ้าเป็นน้ำมันราวๆ 63 สตางค์ต่อ กม. ส่วนไฟฟ้าแค่ 13 สตางค์ต่อ กม. หรือราว ๆ 8 บาทต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (2-3 ชม.) ใช้งานได้ 60 กิโลเมตร

นอกจากนี้ เรื่องการบำรุงรักษาก็น้อยกว่า เพราะไม่มีทั้ง น้ำมันเครื่อง หัวเทียน ไส้กรองอากาศ โซ่ขับเคลื่อน รวมๆ แล้วจะมีส่วนต่างค่าใช้จ่ายที่ประหยัดไปต่อปี 13,570 บาท

ดูตัวเลขแล้วน่าสนใจไม่น้อยทีเดียวใช่มะครับ  อ่อ!! แต่มีข้อควรระวังสิ่งหนึ่งคือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเสียงจะเงียบ เวลาวิ่งในซอยต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพราะคนที่เดิน หรือหมาข้างถนนอาจจะไม่ได้ยินเสียง ทางทีดีควรบีบแตรสักหน่อยน่าจะปลอดภัยขึ้น …