by Carzanova Team Nat
Hits: 232

NEW PORSCHE 718 BOXSTER ... สปอร์ตโร้ดสเตอร์ Daily Use

ปอร์เช่ บ็อกซเตอร์ (Porsche Boxster) เปิดตัวครั้งแรกเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว และเคยสร้างชื่อเสียงด้วยการคว้าชัยชนะในการแข่งขันรายการ Targa Florio และ Le Mans เมื่อปี 1950 และ 1960 ก่อนจะมาเป็นรถในฝันของใครหลายๆ คน ที่อยากเป็นเจ้าของรถปอร์เช่ ก่อนจะข้ามไปรุ่นใหญ่อย่าง 911

PORSCHE 718 BOXSTER 

เอาล่ะครับ!! ไม่ขอเกริ่นอะไรเยอะดีกว่า เชื่อว่าถึงตรงนี้หลายคนคงอยากรู้ถึงฟิลลิ่งของเจ้าสปอร์ตโร้ดสเตอร์ ปอร์เช่ 718 บ็อกซเตอร์ คันนี้กันแล้ว ว่าจะมีสมรรถนะเป็นอย่างไร?? ... ไม่รอช้า มาอ่านรีวิวกันเลยดีกว่าครับ

สำหรับเจ้า ปอร์เช่ 718 บ็อกซเตอร์ ที่อยู่ในมือผมคันนี้ เป็นรถสปอร์ตโร้ดสเตอร์ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงนอน (Boxer) พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ ขนาดความจุเพียง 2.0 ลิตร ที่ให้แรงม้าสูงสุด 300 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,950-4,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด PDK ซึ่งหากดูจากสเปคที่กล่าวไปเบื้องต้นแล้ว อาจจะรู้สึกว่า ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากนัก แต่ไฮไลท์ของมันจริงๆ อยู่ตรงที่โร้ดสเตอร์คันนี้เป็นเครื่องยนต์วางกลางแบบกลางจริงๆ ครับ เพราะหากเปิดฝากระโปรงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ก็จะไม่เห็นเครื่องยนต์เลย แถมห้องโดยสารก็มีขนาดกะทัดรัด นั่งกันได้เพียง 2 คน แบบไม่มี Dog Seat ที่ด้านหลังอีกต่างๆ แล้วเค้าเอาเครื่องยนต์ไปวางตรงไหน นี่ล่ะครับ คือความมหัศจรรย์ของเจ้ารถคันนี้ที่จับเอาเครื่องยนต์ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก มาวางไว้ตรงช่วงหลังของเบาะนั่ง ซึ่งนอกจากจะให้บาลานซ์ของรถที่ดีแล้ว ยังให้ฟิลลิ่งของเสียงเครื่องยนต์ที่แผดร้องอยู่ใกล้ๆ หู ให้ความรู้สึกเร้าใจทุกครั้งที่กดคันเร่ง

ภายในห้องโดยสาร

ด้านฟิลลิ่งของเครื่องยนต์ตัวนี้ ต้องบอกว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ไม่ได้แรงมากนัก ผมถึงบอกว่ามันเป็นสปอร์ตโร้ดสเตอร์ แบบ Daily Use คือมันใช้ได้ทุกวัน เครื่องยนต์มีพละกำลังมาให้ใช้แบบเหลือเฟือ แต่ไม่ใช่จะแรงแบบซาดิสม์ กดคันเร่งทีเทอร์โบบูสต์จนหลังติดเบาะ คอแทบเคล็ด แต่เจ้า 718 บ็อกซเตอร์ มันมาแบบนุ่นๆ แต่ทรงพลัง แถมอัตราเร่งก็มาแค่รอบต่ำเพียง 1,950 รอบ อีกทั้งยังลากได้ยาวๆ จนไปถึงรอบสูง 4,500 รอบ ในขณะที่เกียร์ซึ่ง 718 บ็อกซเตอร์ คันนี้เป็นเกียร์เทพ 7 สปีด PDK ให้ช่วงต่อของเกียร์ที่สมูทและรวดเร็วมากๆ บวกกับมี ชุดแต่งสปอร์ตโครโน ที่เลือกฟังก์ชั่นการขับได้ 3 แบบ Normal, Sport และ Sport Plus (ซึ่งจะมีแต่เฉพาะในรุ่นที่เป็นเกียร์ PDK) นอกจากนี้ยังมี Paddle Shift ให้เล่นเกียร์ขึ้น-ลงได้ แบบที่เรียกว่ากระดิกปุ๊กทำงานปั๊บ ไม่มีรีรอลังเลให้เสียอารมณ์ ส่งผลให้ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 4.9 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดซึ่งผมไม่ได้ลองกดคันเร่งไปถึง แต่สเปคเขียนมาให้คือ 275 กม./ชม. อ่อ!! และที่ผมประทับใจอีกอย่างคือเรื่องประหยัดน้ำมัน ซึ่งในวันที่ผมลองขับ ต้องบอกว่ามีการใช้อัตราเร่งอยู่บ่อยๆ แต่อัตราการบริโภคน้ำมันวิ่งอยู่ที่ประมาณ 8-9 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าประหยัดได้ดีเลยทีเดียวครับสำหรับรถแบบนี้ กับรูปแบบกับขขับแบบนั้น

ระบบเกียร์ PDK 7 สปีด 

ขณะที่ช่วงล่างเป็นระบบที่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ สามารถลดระดับความสูงลงได้ 10 มม. ฟิลลิ่งของช่วงล่างก็ยังยืนยันว่าเจ้า 718 บ็อกซเตอร์ มันเป็นรถ Daily Use มีความสปอร์ตแต่ไม่กระด้างสะเทือนมาก ยังมีความนุ่มนวลให้รู้สึก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการที่เลือกใช้ล้อแม็กขนาดไม่ใหญ่มากนัก ทำให้สามารถใส่ยางที่มีซีรี่ส์แก้มสูงได้พอสมควร โดยสเปคของยางด้านหน้าจะเป็น 235/45 ZR18 ส่วนด้านหลังจะเป็น 265/45 ZR18 ส่วนการควบคุมในตัวของพวงมาลัยที่เป็นแบบอิเล็กโทรเมคคานิกส์ ต้องบอกว่าแม่นยำมาก แต่น้ำหนักพวงมาลัยสำหรับสาวๆ อาจจะรู้สึกหนักไปนิด แต่ก็ให้ความมั่นคงดีเวลาขับที่ความเร็วสูง

 

ล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว

ด้านระบบเบรกที่เป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ โดยด้านหน้ามาพร้อมคาลิปเปอร์เบรก4 พอร์ท ส่วนด้านหลัง 2 พอร์ท ก็ให้ฟิลลิ่งการเบรกที่บอกเลยว่า ไว้ใจได้มากๆ สามารถดรอปความเร็วของรถได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการบาลานซ์น้ำหนักรถที่ดีด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเบรกของแต่ละคนด้วยนะครับ

เอาล่ะ!! หลังจากพูดถึงเรื่องสมรรถนะกันไปเยอะแล้ว คราวนี้มาดูกันที่เรื่องของรูปร่างหน้าตากันบ้างสำหรับ 718 บ็อกซเตอร์ คันนี้ มาพร้อมระบบตัวถังใหม่ ที่ออกแบบเส้นสายของตัวถังให้ดูสปอร์ตแต่ล้ำสมัย โดยมีการขยายความกว้างของกันชนหน้าให้มากกว่าตัวเดิม เพื่อให้สามารถทำช่องดักอากาศเข้าเครื่องยนต์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้ระบายความร้อนของเครื่องได้ดีขึ้น รวมไปถึงไฟหน้าก็เป็นไบซีนอนดีไซน์ใหม่ พร้อม Daytime Running Lights แบบ LED ในโคมเดียวกัน

ไฟหน้าแบบไบซีนอนดีไซน์ใหม่ พร้อม Daytime Running Lights แบบ LED 

ด้านข้างเตะตาทันทีกับช่องดักอากาศพร้อมคลีบขนาดใหญ่ แถมด้วยมือเปิดประตูดีไซน์ใหม่ ใช้งานได้ง่ายดี ส่วนบั้นท้าย เอ้ย!! ด้านท้ายตรงนี้ทีเด็ด เพราะได้มีการดีไซน์ด้านท้ายให้กว้างขึ้น ส่งผลให้ดูเป็นรถสปอร์ตที่เตี้ยราบไปกับพื้น พร้อมกันนี้ยังมีสเกิร์ตหลังแบบไฟฟ้าที่ยกขึ้นยกลงได้ด้วยไฟฟ้า เสริมเสน่ห์ให้ด้านท้ายของรถดูสปอร์ตมากขึ้นไปอีกเวลาขับตาม

สเกิร์ตหลังแบบไฟฟ้า

มาที่ภายในห้องโดยสารกันบ้าง จุดนี้ อาจะเป็นจุดที่หลายคนอาจจะยังรู้สึกว่าไม่ค่อยประทับใจเท่าที่ควร กับวัสดุและออปชั่นที่จัดมาให้ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยที่ยังไม่มีมัลติฟังก์ชั่นมาให้ รวมไปถึงเครื่องเสียงที่ไม่ได้มากับแบรนด์เครื่องเสียงดังระดับคุณภาพ เสียงอาจจะยังไม่ไพเราะเท่าไหร่ แต่ในส่วนของคอกพิทการนั่ง ต้องบอกว่าว่าดีมาก แม้ห้องโดยสารจะถูกกำหนดให้นั่งได้เพียง 2 คน แต่ไม่รู้สึกว่าอึดอัด คอนโซลกลางที่ออกแบบให้เรียวเล็ก ทำให้ไม่เกะกะบริเวณหัวเข่า รวมไปถึงยังสามารถถอยเบาะได้ยาว คนตัวยาว ขายาว ไม่ต้องกลัวว่าจะนั่งแล้วอึดอัด ก็อย่างที่บอกล่ะครับ รถคันนี้ขับได้ทุกวัน

สรุปสุดท้าย สำหรับเจ้า ปอร์เช่ 718 บ็อกซเตอร์ ใหม่ ถือเป็นโร้ดสเตอร์สไตล์สปอร์ต ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้จริง ขับไปทำงาน หรือจะเอาไว้ขับสนุกออกทริปต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ รถคันนี้เค้าให้ได้หมด ส่วนค่าตัวก็ตั้งไว้ไม่สูงไม่ต่ำ 6.8 ล้านบาท เห็นฟิลลิ่งแบบนี้ ราคาแบบนี้ ... อยากมีไว้จอดในบ้านซักคันแล้วล่ะครับ

เรื่อง : ปรม พวงงาม