by Carzanova Team Nat
Hits: 1964

รีวิว!! Ford Ranger Raptor 2020 ... มีอะไรใหม่ แล้วทำไมถึงยอมจ่ายกระบะค่าตัวล้านหกเก้า??

รถกระบะที่มีค่าตัวถึง 1.699 ล้านบาท ทำไมถึงมีคนกล้าควักกระเป๋าซื้อ หลังจากที่ผมได้ลองขับแล้วไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไม?? ก็เพราะความเหนือกว่ากระบะทั่วไป ที่ขายอยู่ในท้องตลาด ทั้งภาพลักษณ์ที่ดูดีกว่า เท่กว่า หรูกว่า สปอร์ตกว่า และขับสบายกว่า ทั้งหมดนี้คือคำตอบว่าทำไมคนถึงกล้าควักกระเป๋าซื้อเจ้า Raptor มาเป็นเจ้าของ ...

ไฟหน้าแบบ Projector Lens แบบ Bi-LED 

สำหรับ Ford Ranger Raptor ที่ผมเอามาลองขับครั้งนี้ เป็นรุ่นโมเดลปี 2020 ที่ได้ถูกเปิดตัวในเมืองไทยเมื่อปลายปีที่แล้วในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ซึ่งในตัวโมเดลนี้ โดยส่วนตัว ผมขอไม่ถือเป็นการปรับโฉมก็แล้วกัน เพราะมีจุดที่เปลี่ยนค่อนข้างน้อย แต่ดูแล้วจะเป็นการอัพเกรดซะมากกว่า ซึ่งได้มีการเพิ่มเติมอะไรมาให้มากกว่าเดิม โดยในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอกนั้นก็จะมีเพียงในส่วนของด้านหน้าที่ใช้ชุดโคมไฟหน้าปรับใหม่เป็น Projector Lens แบบ Bi-LED ส่วนด้านหลังแค่เอาลายสติ๊กเกอร์ที่ติดบริเวณกระบะด้านข้าง และฝาท้ายออก เหลือแต่เพียงโลโก้ Raptor เท่านั้นอย่างอื่นไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไปเลย

กระบะท้ายเอาลายสติ๊กเกอร์ออก เหลือไว้เเต่โลโก้ RAPTOR

ขณะที่ภายในห้องโดยสารมีการเพิ่มช่องเสียบ USB ที่กระจกมองหลัง ไว้สำหรับต่อเข้ากับอุปกรณ์กล้องติดรถที่ต้องชาร์จไฟกับช่อง USB เพื่อไม่ให้สายเกะกะสายตา ไม่ได้มีอะไรที่ปรับเปลี่ยนหรืออัพเกรด จะมีก็แต่เพียงระบบต่างๆ ที่ถูกเสริมเข้ามาไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System), ระบบเบรกอัตโนมัติ ตรวจจับรถ และ คนเดินถนน (AEB : Autonomous Emergency Braking)

รวมไปถึงข้อมูลแสดงการขับขี่ในสไตล์ออฟโรด ที่ดูมุมเอียง มุมก้ม มุมเงยของตัวรถ โดยเป็นจอแสดงผลอยู่ตรงมาตรวัดหลังพวงมาลัย ที่เราสามารถเลือกเข้าไปดูได้ ซึ่งถือเป็นอีกฟังก์ชั่นใหม่ ที่จับมาอยู่ใน Ford Ranger Raptor 2020

เอาล่ะ!! หลังจากที่เราได้รู้ว่ามีอะไรใหม่ใน Ford Ranger Raptor 2020 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็มาถึงเหตุผลว่าทำไมคนที่ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อกระบะคันละ 1.699 ล้านบาท

รูปร่างหน้าตา

จุดแรกที่ทำให้คนตัดสินใจซื้อ คงหนีไม่พ้นเรื่องรูปร่างหน้าตา ซึ่งถ้าพูดกันเรื่องนี้แล้ว ยากที่จะปฎิเสธว่าเจ้า Raptor ไม่ดึงดูดใจให้อยากเป็นเจ้าของ เพราะรูปทรงมันดูโหด ดูสปอร์ต ดูดุดันเหนือกว่ากระบะทั่วไปในท้องตลาด ตั้งแต่ด้านหน้าที่มาพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ สอดรับเข้ากับกันชนหน้าสไตล์ออฟโรด ที่ดูเข้มแข็งบึกบึน ส่วนไฟหน้าก็เป็นแบบ Projector Lens Bi-LED ที่ทำให้ด้านหน้ารถดูหรูหราทันสมัยมากขึ้น ด้านข้างสะดุดตากับโป่งล้อที่ทำให้ตัวรถที่ใหญ่โต รวมไปถึงบันไดข้างที่มาในทรงใหญ่เป็นพิเศษแถมใส่ลูกเล่นด้วยการพ่นทรายให้ดูสปอร์ต โดยเข้าชุดกับล้อแม็กสีดำขอบ 17 นิ้ว ที่มากับยาง All Terrain ของ BF Goodrich ขนาด 285/70 ในขณะที่ด้านท้ายโดดเด่นด้วยกันชนหลังสไตล์รถออฟโรด ที่มาพร้อมหูลากเพื่อคอยช่วยเหลือเวลาเดินทางในเส้นทางทุรกันดาร 

ล้อแม็กสีดำขอบ 17 นิ้ว 

ภายในห้องโดยสาร

ขยับเข้ามาภายในห้องโดยสาร ที่เจ้า Raptor มันให้อะไรมากกว่ากระบะคันอื่นๆ เริ่มกันตั้งแต่เบาะนั่ง ที่มากับทรงบักเก็ตซีท ห่อกระชับกับลำตัว แถมยังมีการผสมระหว่างหนังแท้กับหนัง Alcantara ที่ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยด้ายสีน้ำเงิน พร้อมปักโลโก้ Raptor เด่นสง่าตรงพนักพิง พวงมาลัยก็มาอย่างกับพวงมาลัยรถแข่งโดยมีแถมสีแดงเพื่อบอกตำแหน่งเซ็นเตอร์ของล้อ รวมไปถึงระบบต่างๆ ภายในรถ ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศ เครื่องเสียง ซึ่งจะแสดงผลที่หน้าจอดิสก์เพลย์ตรงกลาง ในขณะที่ระบบการขับขี่ต่างๆ ก็สามารถปรับได้ที่พวงมาลัย โดยจะไปแสดงผลที่มาตรวัดหลังพวงมาลัยนั่นเอง

 

สมรรถนะการขับขี่

มาถึงเรื่องนี้ ไม่ต้องสาธยายอะไรกันให้ยาวยืดอะไรแล้ว เพราะเชื่อว่าหลายคนคงรู้ถึงสมรระนะการขับขี่ที่เจ้า Raptor เหนือกว่ากระบะทั่วๆ ไป กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแชสซีย์ ที่อย่าเข้าใจผิดคิดว่า เพียงแค่ยกชุดแชสซีย์ของ Ranger ตัวธรรมดามาใส่ แต่เป็นการออกแบบแชสซีย์ใหม่ขึ้นมาเฉพาะสำหรับตัว Raptor

ช็อคอัพ Fox ในระบบช่วงล่างด้านหน้า

ช็อคอัพ Fox ในระบบช่วงล่างด้านหลัง

รวมไปถึงระบบช่วงล่างที่ด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกอะลูมิเนียมสองชั้น ส่วนช็อคอัพเป็นของ Fox แบบมีระบบบายพาสภายใน ขณะที่ด้านหลัง เหวี่ยงช่วงล่างแบบแหนบซ้อน ในกระบะที่เราคุ้นเคยทิ้งไป แล้วจับใส่ช่วงล่างหลังแบบวัตต์ลิ้งค์ คอยล์สปริง กับช็อคอัพ Fox แบบมีซับแท็งค์ พร้อมระบบบายพาสภายใน ที่ให้ฟิลความรู้สึกที่นุ่มนวล และเกาะถนนมากๆ รวมไปถึงหากไปวิ่งในเส้นทางออฟโรด ก็ให้ความแข็งแกร่งทนทาน ที่มากกว่า รวมถึงช่วงลดการกระเด้งสะเทือนระหว่างเดินทางได้มากกว่า

อีกทั้งเจ้า Raptor ยังมีโหมดการขับให้เลือกมากมายถึง  6 แบบ

โหมดปกติ เน้นการขับขี่สบายๆ นุ่มนวลทั่วไป

โหมดหิน ใช้เมื่อขับบนพื้นผิวที่เป็นภูเขาลาดชัน ด้วยความเร็วต่ำและเน้นการควบคุมรถให้ขับเคลื่อนไปอย่างช้าๆ

โหมดโคลน/ทราย ระบบจะปรับการตอบสนองของระบบควบคุมการลื่นไถลให้เหมาะสมกับพื้นผิวที่มีความลึกและเปลี่ยนรูปทรงได้ อย่างพื้นทรายหรือโคลน เกียร์จะเปลี่ยนที่รอบเครื่องยนต์สูงขึ้นเพื่อรักษาแรงบิดในการขับเคลื่อน

โหมดหญ้า/กรวดหิน/หิมะ ออกแบบมาให้ขับขี่บนทางที่มีพื้นผิวลื่น ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีจะเพิ่มการทำงานให้ไวขึ้น เพิ่มการเกาะถนน

โหมดสปอร์ใช้ในการขับทางเรียบ เปลี่ยนเกียร์ได้เร็วขึ้น ในขณะที่รอบเครื่องสูง

โหมดบาฮา ระบบจะป้องกันล้อหมุนฟรี รวมถึงเกียร์จะปรับให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด คือจะค้างรอบเครื่องไว้นานขึ้น และเปลี่ยนเกียร์ให้รวดเร็วกว่าเดิม เหมาะกับการขับออฟโรด หรือขับขี่แบบแรลลี่ในทะเลทราย

เครื่องยนต์ ขนาด 2.0 ลิตร ดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบคู่ อินเตอร์คูลเลอร์

เรียกได้ว่าเรื่องช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนนั้นหายห่วง เหนือกว่าตัวเรนเจอร์ธรรมดาอย่างแน่นอน แม้ระบบเกียร์จะเป็นแบบอัตโนมัติ 10 สปีดเหมือนกัน แต่ถูกสั่งงานด้วยกล่อง ECU ที่ตั้งโปรแกรมไว้ต่างกัน หากแต่เครื่องยนต์นั้นเป็นจุดที่ยังรู้สึกว่าให้มาน้อยไปนิด เพราะเป็นเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับตัวเรนเจอร์ ขนาด 2.0 ลิตร ดีเซล คอมมอนเรล เทอร์โบคู่ อินเตอร์คูลเลอร์ ที่ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-5,000 รอบต่อนาที ซึ่งดูตัวเลขแรงม้าแล้วอาจจะรู้สึกว่าแรง ให้แรงม้ามาตั้ง 200 กว่าตัว แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว มันยังเพียงพอ แรงบิดอาจจะดีจริง กับการปีนป่ายทางออฟโรด แต่บนถนนหลวงแล้ว มันค่อนข้างอืด แถมความเร็วปลายยังตันที่ 170 กม./ชม. ไม่มีมากไปกว่านี้ ซึ่งเป็นเพราะระบบต่างๆ ที่ถูกใส่เข้ามา โดยมีผลให้ใช้ขับขี่บนเส้นทางออฟโรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทางออนโรด ขาซิ่งสายดันที่เห็นเป็น Raptor ไม่ต้องมาวัดกันบนถนนนะครับ ขับตามไม่ทันแน่นอน ซึ่งตรงนี้หากได้ปรับจูนเพิ่มพละกำลังเข้าไปอีกหน่อย ไมเนอร์เชนจ์คราวนี้คงลงตัวดีไม่น้อย 

อ่อ!! แล้วในส่วนเรื่องของอัตราการบริโภคน้ำมันนั้น เฉลี่ยวิ่งทางออนโรด ทั้งในเมืองและนอกเมืองอยู่ประมาณ 9 กิโลเมตร/ลิตร

และนี่ก็คือทั้งหมดของ Ford Ranger Raptor 2020 ที่นำมาฝากกันในครั้งนี้ เห็นแล้วหรือยังครับ ว่าทำไมคนถึงกล้าควักกระเป๋าจ่ายรถกระบคันละล้านหกล้านเจ็ดกัน!!!