by Carzanova Team Nat
Hits: 1748

รีวิว!! Audi A6 Avant 45 TFSI quattro S Line Black Edition ... หรูหรา มีสไตล์ สมฐานะ

ทุกครั้งที่ผมเห็นคนขับเจ้า Audi A6 Avant ผมรู้สึกทันทีได้ว่า เขาเป็นคนหรูหรา มีสไตล์ แต่สไตล์ของเขา จะไม่เป็นแบบธรรมดาที่จับต้องได้ง่าย แต่ต้องเป็นสไตล์ที่มีระดับ และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ผมเลือกที่จะนำเจ้า Audi A6 Avant 45 TFSI quattro S Line Black Edition คันนี้มารีวิวในครั้งนี้ครับ... 

Audi A6 Avant 45 TFSI quattro S Line Black Edition

สำหรับ Audi A6 Avant โมเดลนี้ เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยกับรุ่น 55 TFSI quattro S Line ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V6 mild hybrid (MHEV) ขนาด 3.0 ลิตร ที่ให้พละพลังสูงถึง 340 แรงม้า แถมอัดออปชั่นมาเต็มๆ กับราคา 4,999,000 บาท แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงไปนิด ทำให้ไม่ค่อยได้รับความนิยม จึงได้มีการนำเข้ารุ่น Audi A6 Avant 45 TFSI quattro S Line Black Edition เข้ามาเสริม โดยเป็นบอดี้แบบเดิม แต่ปรับขุมพลังลงมาเหลือเพียงเบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตรเทอร์โบ mild hybrid (MHEV)  245 แรงม้า พร้อมราคาค่าตัวที่ขยับลงมา 7 แสนบาท อยู่ที่ 4,299,000 บาท

Audi A6 Avant 45 TFSI quattro S Line Black Editon มาพร้อมขุมพลังเบนซิน 4 สูบ 1,984 ซีซี Direct Injection เทอร์โบชาร์จ ที่พ่วงระบบ mild hybrid (MHEV) ซึ่งระบบไฮบริดนี้ มอเตอร์ไฟฟ้าจะมีบทบาทในการขับเคลื่อนน้อย จะเอาพลังงานส่วนใหญ่ไปใช้กับระบบไฟฟ้าภายในรถ แต่จะมีการใช้พลังงานขับเคลื่อนช่วยช่วงออกตัวบ้างเล็กน้อย โดยให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า ที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 370 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-4,300 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 จังหวะ ผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (quattro) อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในระยะเวลา 6.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กม./ชม.

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1,984 ซีซี Direct Injection เทอร์โบชาร์จ พ่วงระบบ mild hybrid (MHEV)

ซึ่งฟิลลิ่งของเครื่องยนต์ตัวนี้ แม้แรงม้าจะหายไปเกือบร้อยตัว แต่บอกเลยว่า ยังคงความแรงหลงเหลือเอาไว้อยู่ แต่เป็นอารมณ์ผู้ดีที่แอบแฝงความร้ายกาจไว้นิดๆ ไม่ใช่เป็นแบบมปีศาจที่อัดแน่นความแค้น เตรียมปลดปล่อยลงสู่พื้นถนนอะไรอย่างนั้น ช่วงออกตัวอาจจะดูไม่เร้าใจแบบหลังติดเบาะแม้จะมีเทอร์โบพ่วงมาด้วยก็ตาม เพราะต้องแบกน้ำหนักตัวเกือบ 1.8 ตันเอาไว้ ซึ่งจริงๆ แล้วผมกลับชอบอารมณ์ตีนต้นของรถที่เป็นแบบนี้นะแพราะมันเข้ากับบุคลิกของรถที่ดูหรูหรา สมฐานะ แบบนั่งรถคันนี้แล้วใส่สูท เซ็ตผมหล่อๆ ขับสไตล์ผู้ดีๆ ออกตัวทีผมไม่เสียทรง ไม่เสียลุค แต่เมื่อความเร็วผ่านช่วงออกตัวไปแล้ว คราวนี้ล่ะครับ พละกำลังมีมาให้ใช้แบบเหลือเฟือ อีกทั้งหากยังไม่พอใจ เพียงขยับคันเกียร์ที่เป็นแบบไฟฟ้าลงมา ก็จะเข้าสู่โหมด Sport ที่จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับให้สนุกเร้าใจมากขึ้นไปอีก รวมถึงยังมี Paddle Shift หลังพวงมาลัย และ Triptronic ไว้ช่วยควบคุมจังหวะเกียร์ ซึ่งในส่วนของเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 จังหวะ ก็ทำงานได้นุ่มนวล และตอบสนองได้แบบทันใจ

ขณะที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ Quattro ใน A6 Avant  จะเป็นระบบ quattro Ultra ซึ่งจะไม่ได้เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา แต่จะมีบางครั้งที่ตัดระบบขับเคลื่อนให้เหลือแค่ 2 ล้อหน้า โดยใช้ชุดคลัตช์ 2 ชุด ผ่านการสั่งงานด้วยกล่อง ECU ว่าช่วงไหนควรจะขับเคลื่อนระบบไหน อย่างเช่น ช่วงออกตัว ก็จะมีการถ่ายกำลังไปที่ล้อคู่หลังแบบนิดๆ ไม่เยอะมาก ช่วยให้ออกตัวได้ดีขึ้น แต่เมื่อขับแบบธรรมดาก็จะเข้าสู่ระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อหน้า ช่วยประหยัดน้ำมันและลดมลพิษ หรือหากขับแบบใช้ความเร็วสูง มีการเลี้ยวด้วยความรุนแรง ระบบก็จะเข้าสู่ขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อเต็มตัว เพื่อสมรรถนะที่ดีขึ้น

ซึ่งเอาจริงๆ ผมแทบจับความรู้สึกไม่ได้เลยว่ามันกำลังขับแบบ 2 ล้อ หรือ 4 ล้ออยู่ หากแต่เพียงรู้ว่ามันขับสนุกเกาะถนน โดยระบบช่วงล่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบ Five Link ซึ่งโดดเด่นในเรื่องลดแรงสะเทือน แถมยังใช้บุชยางแบบที่จะมีของเหลวอยู่ด้านใน ยิ่งทำให้รู้สึกนุ่มนวล บวกกับการใช้ยางที่ลดขนาดล้อลงมาจากรุ่น 55 TFSI quattro S Line ที่ใช้ขนาดล้อ 20 นิ้ว ลงมาเหลือ 19 นิ้ว กับยางขนาด 245/45 R19 ที่มีแก้มยางไม่บางและก็ไม่หนาเกินไป ให้ความรู้สึกทั้งนุ่มนวล และให้การควบคุมที่ดี

ยางขนาด 245/45 R19  เท่ากันทั้งหน้าและหลัง

ขณะที่พวงมาลัยเป็นแบบเพาเวอร์แบบกึ่งไฟฟ้าที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตควบคู่กับความสะดวกสบายในการปรับเซ็ตน้ำหนักพวงมาลัยตามความเร็ว ส่วนเรื่องเบรกนั้นก็ไว้ใจได้กับระบบดิสก์ 4 ล้อ พร้อมคาลิเปอร์ และจานขนาดใหญ่ ที่ให้การควบคุมการหยุดได้ดี

เกีย์อัตโนมัติ  S tronic 7 สปีด พร้อม Paddle Shift หลังพวงมาลัย

เอาล่ะ!! หลังจากจบเรื่องสรรถนะกันไปแล้ว คราวนี้มาเข้าเรื่องรูปร่างกันบ้างดีกว่า สำหรับ A6 Avant 45 TFSI quattro S Line Black Editon ภายนอก ดูผ่านๆ ก็คล้ายรถสไตล์ Grand Touring โดยมีความยาวเกือบ 5 เมตร (4,939 มม.) ไฟหน้าเป็นแบบ LED-Matrix เช่นเดียวกับตัวรุ่น V6 ส่วนไฟท้ายก็เป็นแบบ LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบวิ่ง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมชุดแต่ง Black Edition ประกอบด้วย กระจังหน้า กระจกมองข้าง และชุดตกแต่งสีดำ

ฝากระโปรงท้าย เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า

ขยับเข้ามาภายในห้องโดยสาร ด้านหน้าถือว่ากว้างขวางโอ่อ่าดี เบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบสปอร์ตปรับไฟฟ้า หุ้มด้วยหนัง Valcona มีโลโก้ S line ที่พนักพิง ส่วนด้านหลัง เอาจริงๆ ต้องบอกว่าไม่กว้างขวางเท่าไหร่ ผมเป็นคนสูง 180 ซม. ปรับเบาะนั่งคนขับแบบปกติ เหลือพื้นที่วางขาไม่เท่าไหร่ แถมตรงพื้นที่วางขาตรงกลางยังมีกระดองที่เว้าเข้ามาสำหรับวางเพลากลาง ยิ่งทำให้รู้สึกว่าคับแคบเข้าไปอีก ซึ่งหากนั่ง 5 คน ต้องบอกว่า ไม่สบายแน่ๆ หากแต่ถ้านั่ง 4 คนน่าจะเหมาะสมกว่า ส่วนเรื่องที่เก็บสัมภาระด้านท้าย A6 Avant มีความจุให้ 565 ลิตร โดยสามารถเพิ่มเป็น 1,680 ลิตร ได้เมื่อพับเบาะนั่งด้านหลังลง

ภายในห้องโดยสารด้านหน้า

ในขณะที่เรื่องของความหรูหรานั้นไม่ต้องห่วง มีหลังคา Panoramic มาให้ ม่านบังแดด และช่องแอร์ที่สามารถปรับอุณหภูมิแยกสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง นอกจากนั้นแล้ว บริเวณคอนโซลหน้าตรงกลาง ยังมาพร้อมจอดิสเพลย์แบบ 2 จอ ที่ทำหน้าที่กันคนละอย่าง โดยจอบน จะมีขนาด 10.1 นิ้ว ทำหน้าที่ควบคุมความบันเทิง เครื่องเสียง ระบบนำทาง แสดงภาพจากกล้องมองหลัง และการตั้งค่าต่างๆ ของรถ ส่วนจอล่าง จะมีขนาดเล็กว่าอยู่ที่ 8.6 นิ้ว ที่มีไว้สำหรับควบคุมระบบปรับอากาศภายในรถ โดยจอทั้ง 2 จะไม่ได้เป็นแบบทัชสกรีน แต่จะต้องกดให้มีเสียงถึงจะทำงาน ซึ่งใช้แรกอาจรู้สึกแปลกๆ แต่พอสักพักก็จะชิน 

หลังคาซันรูฟแบบ Panoramic

พร้อมกันนี้ในส่วนของชุดเครื่องเสียงมากับแบรนด์ดังระดับ Bang & Olufsen ที่ต้องบอกว่าให้เสียงที่อิ่ม ครบทุกรายละเอียด หากแต่จุดนี้ผมอาจไม่ใช่ระดับหูเทพ ซึ่งถ้าใครเป็นคนเล่นเครื่องเสียง จุดนี้ต้องลองมาฟังเองครับ ว่าเพียงพอมั้ย แต่สำหรับผมแล้วแค่นี้เพียงพอครับ 

ห้องเก็บสัมภาระ

สรุปปิดท้าย สำหรับ Audi A6 Avant 45 TFSI quattro S Line Black Editon ที่มาพร้อมค่าตัว 4.299 ล้านบาท ผมถือว่าเป็นรถที่ดูหรูหรา สมฐานะ แถมยังให้ความรู้สึก ดูดีมีสไตล์ แบบมีระดับ ที่ไม่ชอบความเหมือนใคร หากแต่เรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ไม่ได้แรงหวือหวาอะไรมากนัก หากเทียบกับคู่แข่งอื่นในระดับราคาและคลาสเดียวกัน ขณะที่ช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนขึ้นชื่อว่า อาวดี้ แล้วหายห่วง รับประกันความพอใจได้อยู่แล้ว ... คราวนี้ก็อยู่ที่ตัวคุณแล้วว่าจะชอบไหม ซึ่งหากสนใจตอนนี้เค้ามีรถมาให้ลองขับถึงบ้าน หรืออยากไปลองขับที่โชว์รูม ก็สามารถทำได้เช่นกันครับ!!

ภายนห้องโดยสารด้านหลัง มีม่านบังเเดดด้วย

เรื่อง : ปรม พวงงาม