by Carzanova Team Nat
Hits: 597

รีวิวหลังขับ!! ALL NEW MAZDA CX-30 กับความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

All New Mazda CX-30 ถือเป็นรถที่กำลังได้รับความสนใจ เพราะด้วยความเป็นครอสโอเวอร์ที่ยุคนี้ได้รับความนิยม รวมไปถึงดีไซน์ของรถที่สวยโดนใจใครหลายคน แต่ก็มีคนตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับรถคันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขนาดภายในห้องโดยสาร รวมถึงเรื่องสมรรถนะ บลา บลา บลา ... เอาเป็นว่าไม่รอช้า ตามเข้ามาอ่านรีวิวหลังขับกันได้เลย!!   

ALL NEW MAZDA CX-30 

รูปลักษณ์ภายนอก

เริ่มกันที่รูปลักษณ์ภายนอกกันก่อนเลย โดย CX-30 นั้น เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่ามันไม่ใช่โมเดลที่มาทำหน้าที่แทน Mazda CX-3 แต่มันเป็นเซกเมนท์ใหม่ ที่มาอยู่กึ่งกลางระหว่าง CX-3 และ CX-5 โดยใช้แพลทฟอร์มเดียวกับ Mazda3 ใหม่

 

โดย Mazda CX-30 จะมีสไตล์ที่แตกต่างกว่าเอสยูวีรุ่นอื่นๆ ของค่าย ซึ่งจะดูเป็นรถเอสยูวีสายลุยที่แข็งแกร่ง บึกบึน มากกว่า จากขอบชายล่างที่ตกแต่งด้วยวัสดุพลาสติกสีดำ ซึ่งจะเห็นได้จากรถออฟโรดพันธุ์แท้ ที่จะใช้การตกแต่งลักษณะนี้ แต่หากมองให้ลึกซึ้งกว่านั้น เจ้า CX-30 จะดูมีความงดงามพลิ้วไหวมากกว่ารถเอสยูวีสายลุยทั่วๆ ไป จากตัวรถที่ออกแบบให้ดูสไตล์คล้ายๆ รถคูเป้ที่ท้ายลาดลง

ด้านหน้ามาพร้อมกับซิกเนเจอร์วิงอันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้าในยุคนี้ และกระจังหน้าที่ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันมีลักษณะพุ่งไปด้านหน้า และคำนึงถึงแสงที่ตกกระทบดูมีออร่ามากขึ้น ด้านไฟหน้าและไฟท้าย เป็นแบบ LED ในทุกรุ่น ส่วนรุ่นท็อปจะเหนือกว่าด้วย Daytime Running Lamp แบบ LED Signature โดยได้รับการออกแบบให้มีความโฉบเฉี่ยวและได้รูปทรงที่ประณีต และมีไฟเลี้ยว LED ซึ่งพัฒนาขึ้นใหม่โดยสามารถหรี่ความสว่างลงเองได้  ที่ซุ้มล้อด้านหลังยื่นเด่นออกมาจากห้องโดยสาร รวมกับรูปทรงโค้งของประตูท้าย เสริมให้บั้นท้ายมีเสน่ห์และน่าดึงดูดใจเหมือนรถสปอร์ต และมาพร้อมกับล้ออัลลอยด์ ขนาด 18 นิ้ว สี Silver Metallic ลายใหม่ (ในรุ่นกลาง S และรุ่นท็อป SP) ส่วนรุ่นล่าง C จะเป็นล้ออัลลอยด์ ขนาด 16 นิ้ว ที่มองดูแน่นเต็มโป่งล้อ และเสริมบุคคลิคให้ดูโดดเด่น ส่วนประตูท้ายใช้ระบบเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้า ช่วยให้เปิดและปิดได้แค่การสัมผัสเพียงครั้งเดียว 

ไฟหน้าแบบ LED 

ภายในห้องโดยสาร

เมื่อเปิดประตูก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ CX-30 ใหม่ เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามว่า ภายในห้องโดยสาร มีขนาดกว้างขวางใหญ่โตขนาดไหน?? ตรงนี้ขอตอบแยกเป็น 3 ส่วน โดยส่วนแรก ผู้โดยสารตอนหน้า สำหรับจุดนี้ได้ลองนั่งแล้ว ไม่รู้สึกอึดอัดคับแคบ แต่ก็ไม่ได้กว้างเท่ารุ่นพี่ CX-5 เบาะนั่งเป็นไซส์ที่กำลังดี นั่งกระชับเข้ากับลำตัว แม้จะเป็นตัวใหญ่ ก็สามารถนั่งได้แบบไม่อึดอัด ส่วนที่ 2 ผู้โดยสารตอนหลัง จุดนี้หลายคนอยากรู้คำตอบว่า นั่งสบายไหม?? คับแคบไหม?? บอกได้เลยครับว่าเจ้า CX-30 ไม่ได้ถือเป็นรถที่นั่งตอนหลังแล้วสบายมากนัก แต่เอาเป็นว่ากว้างกว่าใหญ่กว่า สูงกว่า CX-3 อยู่สักหน่อย โดยเหนือศีรษะหลังคาจะสูงกว่า CX-3 อยู่ 29 มม. ซึ่งถ้าเป็นคนตัวใหญ่สูงระดับเกิน 180 ซม. ก็จะหัวชนพอดี ส่วนพื้นที่วางขาแม้จะมีพื้นที่มากกว่า CX-3 อยู่ 23 มม. แต่ก็ยังไม่ถือว่ากว้างอะไรมากมายอยู่ดี ส่วนที่ 3 ห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย ซึ่ง CX-30 จัดปริมาตรความจุมาให้ 317 ลิตร ซึ่งก็ถือว่าไม่กว้างไม่แคบเกินไปสำหรับรถไซส์นี้ ขนาดกำลังพอดี ใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ได้สัก 2 ใบ อะไรประมาณนั้น ส่วนถ้าใครจะขนถุงกอล์ฟ คงจะต้องพับเบาะนั่งตอนหลังลงหน่อย เพราะเท่าที่ดูด้วยตาเปล่า ไม่น่าจะวางถึงกอล์ฟแนวขวางได้พอ

ส่วนเรื่องการตกแต่งห้องโดยสารภายใน ยังคงใช้แนวคิดสไตล์เรียบง่ายแต่งดงาม ซึ่งในตัว CX-30 ก็ถือว่าออกแบบได้สวยงามและประณีตดี วัสดุเป็นแบบซอฟทัช ดูใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การเลือกสรรวัสดุไปจนถึงความประณีตของการประกอบและการตกแต่ง บริเวณที่นั่งคนขับนั้นมีความสมมาตรและมีศูนย์กลางอยู่ที่คนขับ ทั้งมาตรวัด และจอแสดงผลส่วนกลางทำมุมเอียงอย่างเหมาะสมไปยังตำแหน่งการขับขี่ โดยบริเวณที่หน้าปัทม์มีหน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD ขนาด 7 นิ้ว อยู่กึ่งกลาง แสดงข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ประกบด้วยมาตรวัดทั้งทางด้านซ้ายและขวาแถมยังมีหน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบ Active Driving Display ที่มองเห็นง่ายเพียงแค่ลดระดับสายตา 

ที่คอนโซลกลางซึ่งเป็นตำแหน่งของคันเกียร์ ที่วางแก้ว และปุ่มควบคุมอัจริยะ เอื้อมใช้งานได้สะดวก การออกแบบโทนสีภายในตกแต่งด้วยสีน้ำตาลเข้ม ดูโอเค สอดคล้องกับรสนิยมที่ทันสมัยและภูมิฐาน มาดูในส่วนของระบบความบันเทิง ตรงกลางมีหน้าจอแสดงผล Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8 .8 นิ้ว ที่ควบคุมได้ด้วยปุ่มควบคุมอัจริยะ และมีระบบ Mazda Connect เหมือนกับที่ใช้ใน Mazda3 ใหม่ แต่มีการพัฒนาในเรื่องของคุณภาพของภาพและเสียงด้วยการแปลงสัญญาณผ่านระบบดิจิทัล และได้ระบบเครื่องเสียงภายในรถยี่ห้อ Bose Corporation ที่มาพร้อมกับลำโพง 12 จุดตัว ที่ช่วยให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น 

มาตรวัดเรือนไมล์แบบ 3 วง

ถัดมาในส่วนของพวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถปรับสูงต่ำได้ 45 มิลลิเมตร และมีช่วงยืดเข้า-ออกได้ถึง 70 มิลลิเมตร ช่วยให้สามารถปรับตำแหน่งการขับขี่ให้เหมาะสมกับขนาดของคนขับ รูปแบบการจัดวางสวิตช์บนพวงมาลัยผสมผสานระหว่างสวิตช์แบบโยกสลับและสวิตช์แบบกดใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้เวลาศึกษาอะไรมากมาย รวมถึงในรุ่นท็อป ยังมี Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยมาให้เพิ่มความสนุกและปลอดภัยในการขับมากขึ้นไปอีก 

ภายในห้องโดยสารด้านหน้า

ด้านทัศนวิสัยและมุมมองของรถ ถือว่ามีมุมมองที่ชัดเจน และไร้สิ่งกีดขวาง ขนาดของเสาเอได้รับการออกแบบให้เล็กลงช่วยลดจุดบอดด้านหน้าทั้งซ้ายและขวา ช่วยให้มองเห็นคนเดินถนน หรือสิ่งกีดขวางได้ง่าย ทั้งในส่วนของเสาซีได้รับการออกแบบให้มีขนาดที่พอดี และสามารถมองเห็นภายนอกได้ชัดเจนเช่นกัน จุดนี้ต้องชมเรื่องความใส่ใจในการออกแบบเพื่อความปลอดภัย รวมไปถึงเรื่องของการเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร ที่ถือว่าเจ้า CX-30 เป็นรถที่มีห้องโดยสารที่เงียบในระดับดี จากการใช้วัสดุบุพนังถึงสองชั้น ทั้งยังเพิ่มความหนาของพรมปูพื้นเพื่อป้องกันเสียงที่มีความถี่สูงจากสภาพของถนนขรุขระเป็นเรียบ รวมถึงการใช้ซีลตรงเส้นขอบประตูหลังช่วยลดเสียงรบกวนที่เกิดจากลมที่พัดผ่านช่องว่างได้เป็นอย่างดี 

ภายในห้องโดยสารด้านหลัง

ขุมพลัง 

CX-30 ใหม่ มาพร้อมกับขุมพลังเบนซิน Skyactiv-G ขนาด 2.0 ลิตร DOHC แบบ 4 สูบ Dual S-VT Electronic Direct Injection บล็อกเดียวกับที่อยู่ใน มาสด้า3 ใหม่ ซึ่งให้พละกำลังที่เท่ากัน โดยมีแรงม้าสูงสุด 165 แรงม้า ที่6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที

เครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G ขนาด 2.0 ลิตร

ซึ่งฟิลลิ่งการขับต้องบอกว่าไม่ได้เป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังอะไรมากนัก แต่มีกำลังมาให้ใช้ต่อเนื่องและเพียงพอ ในขณะที่ถ้าอยากให้ขับสนุกมากขึ้น ก็สามารถปรับไปที่โหมด Sport ได้ โดยในวันที่ลองขับ เราใช้เส้นทางขึ้นเขาด้วยในบางช่วง ทำให้เห็นถึงพละกำลังที่เพียงพอกับการใช้งานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทางราบ หรือทางชัน อัตราเร่งก็ถือว่าทำได้ดี แม้จะไม่โดดเด่นหวือหวามากนัก ซึ่งหลายคนอาจตั้งคำถามว่าทำไมมาสด้ายังไม่ Downsizing เครื่องยนต์ให้เล็กลงแล้วพ่วงเทอร์โบมาแทน โดยมาสด้าก็ตอบว่ายังไม่สนใจในจุดนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นความชอบของแต่ละคน ซึ่งโดยส่วนตัวผมชอบเครื่องยนต์ใหญ่ไม่มีเทอร์โบแบบนี้มากกว่า เพราะเวลาขับในเมืองใช้ความเร็วไม่สูง มันสมูทกว่า คุมคันเร่งได้ง่ายกว่า ไม่เหมือนเครื่องเล็กพ่วงเทอร์โบ ที่ตั้งบูสไว้รอบต่ำๆ ออกตัวทีเทอร์โบทำงาน กระชากหัวหงายเงิบกันเลยทีเดียว 

ในขณะที่เรื่องอัตราการบริโภคน้ำมันซึ่งเราได้วิ่งเฉลี่ยทั้งทางราบและทางเขา ซึ่งตัวเลขที่ได้ก็อยู่ที่ประมาณ 12 กม./ลิตร โดยสามารถรองรับน้ำมันได้สูงสุดถึง E85

 

ระบบส่งกำลัง 

เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 

มาที่เรื่องของระบบส่งกำลังซึ่งยังเป็นจุดเด่นของมาสด้าที่ยังไม่หันไปคบหาเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT เหมือนเจ้าอื่น แต่ยังคงใช้เกียร์อัตโนมัติ SkyActiv 6 สปีด แบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ที่ส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้า โดยฟิลลิ่งของเกียร์ลูกนี้ ถือว่าเป็นเกียร์ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ที่ตอบสนองได้ฉับไว แถมยังให้ความนุ่มนวลในช่วงรอยต่อของเกียร์ได้ดี โดยในรุ่นท็อป ยังเพิ่มออปชั่นเข้าไปให้ โดยมี Paddle Shift หลังพวงมาลัย ที่ตอบสนองการปรับเปลี่ยนจังหวะเกียร์ได้ดี แถมยังมีระบบป้องกันการเชนจ์เกียร์ต่ำจนรอบสูงเกิน เพื่อป้องกันเครื่องยนต์พังให้อีกด้วย

 

ระบบช่วงล่าง 

บอกก่อนเลยว่า หลายคนที่ยังติดดีเอ็นเอความสปอร์ตของมาสด้า ในยุคก่อนต้องลืมมันไปเลย เพราะช่วงล่างของเจ้า CX-30 มันเปลี่ยนอารมณ์เป็นสไตล์นุ่มนวล แบบรถบ้านไปแล้ว โดยด้านหน้าใช้แบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Struts) ขณะที่ด้านหลังเป็นแบบกึ่งอิสระทอร์ชั่นบีม (Torsion beam) เหมือนกับมาสด้า3 ใหม่ โดยมีการปรับความสูงของจุดศูนย์กลางใหม่ให้เหมาะสมกับความสูงของรถ 

ซึ่งฟิลลิ่งที่ขับบอกตามตรงว่าผมยังลืมภาพช่วงล่างสไตล์สปอร์ตของมาสด้ายุคก่อนไปไม่ได้ ทำให้ความรู้สึกยังไม่ค่อยประทับใจกับช่วงล่างของ CX-30 เท่าที่ควร โดยเฉพาะช่วงล่างหลังที่เป็นแบบกึ่งอิสระทอร์ชั่นบีม อารมณ์ความแน่นหนึบมันหายไป กลายเป็นฟิลแบบนุ่มนวล แบบออกแนวยวบยาบเอาซะด้วย ทำให้เวลาขับเร็วๆ ไม่ค่อยมั่นใจ รวมไปถึงการที่เลือกใช้ช่วงล่างหลังแบบทอร์ชั่นบีม ที่แม้จะได้มีการพัฒนาขึ้นมาอีกขึ้นแล้ว แต่อารมณ์ความกระเด้งของช่วงล่างด้านหลังก็ยังสัมผัสได้อยู่ โดยเฉพาะถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ หรือคอสะพาน บวกกับยางในรุ่นท็อป ที่เป็นไซส์ 215/55 R18 ซึ่งก็เป็นยางที่แก้มไม่สูงนัก ส่งอารมณ์จากพื้นถนนมาได้ดีเลยทีเดียว ยิ่งเวลานั่งเบาะหลังยิ่งรับความรู้สึกได้ชัด แต่หากเป็นคนที่ชอบขับรถสไตล์บ้านๆ นุ่มนวล ก็อาจจะชอบช่วงล่างแบบนี้ แต่สำหรับใครที่ยังรักความสปอร์ตแน่นหนึบ ก็อาจจะมีความรู้สึกเหมือนผม

ส่วนเรื่องฟิลลิ่งของพวงมาลัยที่เป็นแบบแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPAS) เซ็ตน้ำหนักมาได้ดี ไม่เบาไม่หนักเกินไป ช่วยให้ควบคุมรถสไตล์เอสยูวียกสูงได้ดี

 

ระบบเบรก 

ในส่วนของเรื่องเบรก สำหรับ CX-30 ที่มีแพลทฟอร์มมาจากมาสด้า3 ใหม่ แต่ต้องบอกก่อนเลยว่า เรื่องของเบรกแทบจะไม่มีการใช้อะไหล่กันได้เลย ยกเว้นแต่จานเบรกเท่านั้น เพราะฉะนั้นฟิลลิ่งของเบรกหากเอาไปเทียบกับมาสด้3 ใหม่ บอกเลยว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยอารมณ์เบรกของ CX-30 จะเป็นสไตล์ที่แข็งกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะน้ำหนักตัวที่มากกว่า รวมถึงความสูงของรถที่มากกว่า ทำให้ CG ของรถสูงขึ้น เกิดน้ำหนักถ่ายเทมากขึ้น ซึ่งก็จะให้อารมณ์การเบรกที่ยากขึ้นเช่นเดียวกัน ตรงจุดนี้โดยส่วนตัวไม่น่าเป็นปัญหากับผู้ชายเท่าไหร่ เพราะคงมีเเรงที่จะกระทำต่อแป้นเบรกเเรงอยู่พอสมควร แต่หากเป็นสาวๆ แรงน้อย อาจต้องปรับตัวกับการให้น้ำหนักเบรกที่มากขึ้น ไม่เช่นนั้นจะรู้สึกเหมือนว่าเบรกมันมีอาการทื่อๆ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันอยู่ แต่เราให้น้ำหนักในการเบรกที่น้อยเกินไปนั่นเอง

 

ระบบความปลอดภัย 

มาดูในเรื่องของระบบความปลอดภัย เจ้า CX-30 ใหม่ ที่ต้องบอกว่าจัดแน่นจัดเต็ม โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกัน i-Activsense ได้แก่ ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced SBS) ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง (SBS-R) ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (SBS-RC) ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (ALH) ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน (LDWS) ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน (LAS) ระบบแจ้งเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (DAA) ระบบควบคุมความเร็วรถอัติโนมัติ (MRCC) และ ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า (CTS) ที่ช่วยลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่โดยช่วยควบคุมความเร็ว เบรก และการบังคับเลี้ยวเมื่อขับรถบนทางหลวงที่มีการจราจรหนาแน่น เมื่อเปิดใช้งาน CTS ระบบจะปรับความเร็วของรถโดยอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสมตามรถข้างหน้า นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมพวงมาลัยเพื่อให้ง่ายต่อการรักษาตำแหน่งรถให้อยู่ในเลนบนทางโค้ง CTS ช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น สร้างความมั่นใจและความสบายมากขึ้นในขณะขับรถในการจราจรหนาแน่น 

รวมไปถึงระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus หรือ G-Vectoring Control Plus ที่ผมชอบเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการเลี้ยวโดยการใช้เบรกเพื่อเพิ่มการควบคุมการหันเหของรถ นอกเหนือจากการควบคุมเครื่องยนต์แบบเดิมด้วย GVC เมื่อผู้ขับขี่ขับรถออกจากโค้งโดยคืนพวงมาลัยกลับไปที่ตำแหน่งกึ่งกลาง GVC Plus จะเพิ่มแรงเบรกเพียงเล็กน้อยที่ล้อหน้าด้านนอก ทำให้เกิดเสถียรภาพซึ่งจะช่วยให้รถกลับมาวิ่งตรงเหมือนเดิมได้ง่ายขึ้น ระบบสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของการหันเห (yaw) การโคลงของตัวรถ (roll) และการกระดกหน้า-หลัง (pitch) แม้อยู่ภายใต้แรงเข้าสู่ศูนย์กลาง เป็นการเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวของรถจากการหมุนพวงมาลัยอย่างกระทันหัน และการออกจากโค้งที่แม่นยำ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวของรถในการหลบหลีกการชนปะทะแบบฉุกเฉิน GVC Plus ให้ความรู้สึกมั่นใจในการควบคุมรถเมื่อเปลี่ยนเลนบนทางหลวงและเมื่อขับบนหิมะหรือพื้นผิวถนนลื่นอื่นๆ 

สรุป

ALL-NEW MAZDA CX-30 ถือเป็นรถเซกเมนท์ใหม่ของมาสด้า ที่มาแทรกกลางระหว่างคนที่อยากได้รถที่ใหญ่กว่า CX-3 แต่ก็ไม่ต้องการให้ใหญ่เท่า CX-5 ซึ่งด้านรูปลักษณ์จุดนี้มาสด้า เค้าผ่านฉลุย เรื่องการออกแบบ ขณะที่ภายใน CX-30 แม้จะใหญ่กว่า CX-3 แต่ก็ยังไม่ก้าวข้าวไปสู่ความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง หากแต่การเลือกใช้วัสดุ รวมถึงการจัดอุปกรณ์ ออปชั่น ต่างๆ ทำได้ดี มีความปราณีต ส่วนเรื่องสมรรถนะจุดนี้ ถือว่า CX-30 ทำมาตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มใหญ่ ที่ชอบรถที่เน้นการใช้งาน สะดวกสบาย ไม่เน้นสมรรถนะอะไรมากมาย  หากแต่หลายคนที่ยังติดดีเอ็นเอเดิมๆ ของมาสด้า อาจรู้สึกขัดจิตขัดใจกับสมรรถนะที่เปลี่ยนไปหน่อยเท่านั้นเอง

ส่วนเรื่องราคาจำหน่าย ที่วางไว้ทั้ง 3 รุ่น โดยในรุ่น 2.0 C ราคา 989,000 บาท รุ่น 2.0 S ราคา 1,099,000 บาท และรุ่น 2.0 SP ราคา 1,199,000 บาท ต้องบอกว่าวางราคาได้น่าสนใจกับตัวเริ่มต้นที่ไม่ถึง 1 ล้านบาท น่าจะเรียกแขกได้พอสมควร ส่วนตัวที่สูงขึ้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของแต่ละบุคคล

เออ!! เกือบลืมบอกไปอีกนิด สำหรับ CX-30 ตัวนี้ประกอบในประเทศไทยนะครับ ส่วนพาร์ทอะไหล่ อุปกรณ์ต่างๆ ส่วนใหญ่ นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคงไม่ต้องบอกถึงคุณภาพ และความละเอียดของชิ้นงานที่มาจากญี่ปุ่นว่าเป็นอย่างไร ส่วนใครจะตัดสินใจอย่างไร ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของท่านได้เลยครับ ...

 

เรื่อง : ปรม พวงงาม