by Carzanova Team Nat
Hits: 366

Bike of the year2020…10คันไหน?? โดนใจ Carzanova

สำหรับการประกาศผลรางวัลBike of the year ประจำปี 2020 ของค่ายกรังด์ปรีซ์ฯ ในปีนี้มีรถจักรยานเข้าร่วมการประกวดทั้งสิ้นรวม8 แบรนด์ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ในกลุ่มของบิ๊กโฟร์ประเทศญี่ปุ่น และแบรนด์ต่างๆจากทางฝั่งยุโรป ทำให้การตัดสินรถจักรยานยนต์ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ มีจำนวนมากกว่า70 รุ่น เลยทีเดียว แต่ในครั้งนี้เราขอคัดมาเพียง10รุ่น ที่โดนใจทีมงานฯ...ลองไปชมกันครับว่าจะตรงใจกันรึป่าว???

Yamaha AeroX 155

Yamaha AeroX 155

สำหรับรางวัลแรกเป็นรถสกู๊ตเตอร์จากแดนปลาดิบกับ Yamaha AeroX 155 ที่คว้ารางวัลประเภท Best Automatic Sport มอเตอร์ไซค์สปอร์ตออโตเมติกดีไซน์โฉบเฉี่ยวกับสีสันสุดเร้าใจ โดดเด่นด้วยไฟLED รอบคันติดตั้งถังน้ำมันไว้กลางตัวรถแบบCenter Tunnel เติมน้ำมันสะดวกไม่ต้องลงจากรถ ได้เบาะนั่งแบบหนาเล่นระดับ ถูกออกแบบให้ดูสปอร์ต แต่ยังคงความนั่งสบายในแบบรถออโตเมติก พร้อมมีมือจับกันตกที่ด้านท้าย

ส่วนของความแรงมาพร้อมขุมพลังแบบ Blue Core เครื่องยนต์ 155 ซีซี 4 จังหวะ สูบเดี่ยว SOHC 4 วาล์วแปรผัน VVA ที่ช่วยในการประหยัดน้ำมันจากการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างสมดุล ระบายความร้อนด้วยน้ำอย่างเต็มระบบ มาพร้อมกระบอกสูบทีมีความทนทานและแข็งแกร่ง อีกทั้งระบายความร้อนได้ดีกว่าให้ทุกการขับเคลื่อนประหยัดน้ำมัน พร้อมทั้งยังมาพร้อม คลัตช์แห้ง ชนิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางอัตโนมัติ สตาร์ทด้วยระบบไฟฟ้าแบบ Smart Motor Generatorจุน้ำมันได้ถึง 4.6 ลิตร

 

Honda Super Cub

Honda Super Cub

ลำดับถัดมาในกลุ่มรถครอบครัวได้แก่ Honda Super Cub ที่ได้รับรางวัลประเภท Best Family Fashion รถครอบครัวสไตล์แฟชั่น เจแปนนิสเรโทร ให้สัมผัสถึงความเป็นต้นตำรับรถจักรยานยนต์จากญี่ปุ่นได้เบาะนั่งแบบแยกสองตอนพร้อมสายจับสำหรับผู้ซ้อน โช๊คแข็งแรงทนทาน รองรับน้ำหนักได้ดี

ด้านพละกำลัง มาพร้อมเครื่องยนต์ 110 ซีซี PGM-FI 4 จังหวะ SOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด ระบบเกียร์ 4 สปีด อัตราการใช้น้ำมัน 60.6 กม./ลิตร ระบบสตาร์ทด้วยมือและเท้า

 

Honda Monkey

Honda Monkey

อีกคันหนึ่งจากค่ายฮอนด้าตกเป็นของเจ้าลิงน้อยHonda Monkey ที่ได้รับรางวัลประเภท Mini Bike Best Designถือเป็นรถจักรยานยนต์ระดับตำนานที่ถูกปลุกชีพขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เคยปิดสายการผลิตไปแล้วในญี่ปุ่นกับรุ่น Monkey 50แต่กลับมาคราวนี้ ได้รับการประกอบในไทยพร้อมพิกัดที่เพิ่มขึ้นเป็น125 ซีซี ที่แม้จะมีราคาอยู่ที่ระดับแสน แต่ก็มีสาวกหลายคนที่พร้อมจะยอมแลกกับการได้รถในระดับตำนานคันนี้ มาขี่หล่อๆ และได้ใช้งานกันแบบไลฟ์สไตล์

ด้านขุมพลังใช้เครื่องยนต์สูบเดี่ยว124.9 ซีซี SOCH ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันด้วนระบบหัวฉีด PGM-FI พละกำลังขับเคลื่อนยังคงเท่าเดิมคือ 9.7 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 9.4 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยผ่านคลัทช์มือสู่เกียร์ 4 สปีดลังใช้เครื่องยนตารได้รถในระดับตำนานที่รอคอย มาขี่กันหล่อๆ และใช้งานในแบบไลฟ

 

Royal Enfield Interceptor

 

Royal Enfield Interceptor

คันต่อมาคือรถจักรยานยนต์ลูกผสมอังกฤษ-อินเดียRoyal Enfield Interceptorที่ได้รับรางวัลประเภท Best Modern Classic Middle Weight บิ๊กไบค์สไตล์คลาสสิกย้อนยุคที่ได้รับความนิยมจากผู้ที่รักการผจญภัยแบบ 2 ล้อ ทั่วโลก รวมถึงแฟนๆ ในบ้านเรา ด้วยการออกแบบในแนวคลาสสิกแฮนด์สูงและกว้างอานแบนที่สร้างความรู้สึกนั่งสบาย เป็นมิตรสำหรับผู้ใช้ จึงเหมาะสมแล้วที่จะได้รับรางวัลนี้ไปครอง

Interceptor 650 ใช้เครื่องยนต์ 648 ซีซี 2 สูบให้กำลังขับเคลื่อน 47 แรงม้าที่ 7,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 52 นิวตันเมตรที่ 7,100 รอบ/นาที พร้อมระบบคลัตช์แบบเปียก ระบบเกียร์ 6 สปีด

 

Yamaha MT-09

Yamaha MT-09

ถัดมาเป็นคิวของ Naked Bike กันบ้าง ซึ่งงานนี้Yamaha MT-09 คว้ารางวัลประเภท Best Naked Heavy Weightกลับบ้านสำหรับเจ้า Yamaha MT-09 รุ่นใหม่ คันนี้ มีการอัพเกรดหลายๆอย่าง ทำให้รถมีความคล่องตัวสูง เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมืองได้เป็นอย่างดี ได้เบาะแบบใหม่เป็นเบาะแบบยาวราบและมีความสูงเพิ่มขึ้น และยังมีเสริมเทคโนโลยีภายในมาแบบเต็มที่ แฮนด์ยกสูง ช่วยในการควบคุมรถได้เป็นอย่างดี รูปลักษณ์ของรถมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากภายใต้คอนเซปต์Eyes of Darkness

ด้านขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์ 847 ซีซี 3 สูบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด (Denso EFI) ระบบเกียร์ 6 สปีด ให้กำลังขับเคลื่อน 115 แรงม้า ที่ 10,000 รอบ/นาทีและแรงบิดสูงสุด 87.5 นิวตันเมตร ที่ 8,500 รอบต่อนาที ความจุของถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด14 ลิตร

 

Yamaha YZF-R6

Yamaha YZF-R6

เปลี่ยนมาดูแนวสปอร์ตกันบ้างกับYamaha YZF-R6 ที่ได้รับรางวัลประเภท Best Sport Middle Weightรถซุปเปอร์สปอร์ตไบค์ในคลาส 600 ซีซี ที่ได้รับการดีไซต์และออกแบบใหม่ให้ดูล้ำสมัย สวยงาม และคล้ายกับรุ่นพี่อย่าง “YZF-R1”  เจ้า YZF-R6 ตัวล่าสุด ถูกปรับปรุงในเรื่องของการควบคุมตามหลักแอโรไดนามิคด้วยระบบอิเลคทรอนิคส่งผลให้มีท่านั่งที่สามารถขับขี่ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

Yamaha YZF-R6 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 599 ซีซี DOHC 4 สูบ 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังขับเคลื่อน 117 แรงม้าที่ 14,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตันเมตรที่ 11,500 รอบ/นาที ใช้ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดอิเล็กทรอนิกส์ด้วยเทคโนโลยี YCC-T และ YCC-I ระบบเกียร์ 6 สปีด อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง 6.6 ลิตร/ 100 กม. 

 

BMW S1000RR Best Sport Heavy Weight

BMW S1000RR Best Sport Heavy Weight

ต่อกันที่ซุปเปอร์ไบค์รุ่นใหญ่จากทางฝั่งยุโรปกับBMW S1000RRที่คว้ารางวัลประเภท Best Sport Heavy Weightไปได้ตามคาดถือเป็นรถบิ๊กไบค์ซูเปอร์สปอร์ตในฝันของใครหลายๆคนอย่างแท้จริง เชื่อได้ว่าไม่มีไบเกอร์ท่านใดที่ไม่รู้จักกิตติศัพท์ของรถซุปเปอร์ไบค์สัญชาติเยอรมันอย่างเจ้า S1000RR คันนี้อย่างแน่นอน เพราะถือเป็นรถซุปเปอร์ไบค์ขวัญใจมหาชนชาวไทยมาอย่างยาวนาน

ด้านขุมพลัง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 999 ซีซีและได้มีการติดตั้งระบบ ShiftCamเพื่อทำให้เครื่องยนต์มีความนุ่มนวล และสามารถรีดพละกำลังได้มากขึ้นกว่าเดิมสามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 207 แรงม้า และยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ถึง4 โหมด ได้แก่ Rain, Road, Dynamic และ Race รวมถึงในส่วนของระบบ ABS ยังสามารถปรับโหมดได้ด้วย ได้แก่โหมด Race ABS และ ABS Pro

 

BMW R1250 GS Adventure

BMW R1250 GS Adventure

ถัดมาจากค่ายเดียวกัน ถึงคิวของสายแอดเวนเจอร์รุ่นใหญ่กันบ้างกับBMW R1250 GS Adventure ที่คว้ารางวัลประเภท Best Adventure Heavy Weight ไปครองรถมอเตอร์ไซค์สายแอดแวนเจอร์คันนี้ถูกพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์Grand Touring Enduroให้สมรรถนะสูงทั้งในการวิ่งแบบ Off-road, On-road และวิ่งทางไกล เป็นรถมอเตอร์ไซค์สมรรถนะสูงเครื่องยนต์สองสูบและแชสซีที่ปราดเปรียว

แอดเวนเจอร์รุ่นใหญ่คันนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ Boxer 4 วาล์ว/สูบ 4 จังหวะ 125 แรงม้า ที่ 7,750 รอบ/นาที 1,170ซีซี  ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำ เกียร์ 6สปีด ระบบจุดระเบิด Electronic Intake Pipe Injection ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย หัวฉีดมีความจุถังน้ำมันขนาดใหญ่ถึง30 ลิตร

Honda Rebel 500

Honda Rebel 500

มาต่อกันที่แนวครุยเซอร์กันบ้างกับ Honda Rebel 500 ที่ได้รับรางวัลประเภท Best Cruiser Light Weightจากงานดีไซน์ ภายใต้คอนเซปต์ “Express Yourself” ทำให้สามารถปรับแต่งได้แบบอิสละ ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองหรือท่องเทียวทางไกลได้อย่างสบายๆ เพราะรถมีดีไซน์ท่านั่งมาให้นั่งสบาย ทำให้การขับขี่ทางไกลไม่เหนื่อยจนเกินไป ดูเท่มีสไตล์กับโทนสีดุๆของรถ ผสานโครงสร้างแบบมินิมอล ไฟหน้าทรงกลมเดี่ยวสไตล์รถคลาสสิค ไฟท้ายเป็นเหลี่ยมสวยงาม กระจกมองข้างทรงกลม เบาะนั่งเป็นแบบสองตอนแยกให้อารมณ์คลาสสิกได้เป็นอย่างดี

ด้านขุมพลัง มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 2 สูบ DOHC 8 วาล์ว ขนาดเครื่องยนต์ 471ซีซีใช้ระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ กำลังสูงสุดอยู่ที่ 44 แรงม้า ที่ 8,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 44.6 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบ/นาที ใช้ระบบคลัทช์มือ ระบบสตาร์ตไฟฟ้า ระบบจุดระเบิด Computer-Controlled Digital Transistorized with Electronic Advance ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด (PGM-FI) รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซิน 91, แก๊สโซฮอล์95 (E10), แก๊สโซฮอล์91, เบนซิน 95

 

Suzuki Boulevard Best Cruiser Middle Weight

Suzuki Boulevard Best Cruiser Middle Weight

ปิดท้ายกันที่รถแนวครุยเซอร์อีกคันกับSuzuki Boulevard ที่ได้รับรางวัลประเภท Best Cruiser Middle Weightเจ้าครุยเซอร์ ขนาด 800 ซีซี ที่ให้ความคลาสสิกในแบบสุดๆถูกออกแบบได้อย่างหรูหราแต่ยังคงความดิบในตัว ให้รูปลักษณ์ที่ดูดุดัน ทรงพลัง มีความโดดเด่นด้วยชิ้นงานชุบโครเมี่ยมรอบคัน เบาะเป็นแบบสองตอนแยก แฮนด์ยกสูงได้อาศา เหมาะสำหรับการใช้งานแบบท่องเที่ยวไปในเส้นทางที่ไม่ลุยมากเท่าไร ให้ท่านั่งที่ขับสบาย ทั้งยังมีกำลังเครื่องยนต์ที่สูง ล้อเป็นล้อแบบซี่ลวดถัง ให้ความคลาสสิกในแบบสุดๆ ไปเลย

ด้านพละกำลังมาจากเครื่องยนต์แบบ 2 สูบ V ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว ขนาดเครื่องยนต์ 805 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบเกียร์แบบ 5 สปีด Constant Mesh ระบบจุดระเบิดแบบ Transistorized ระบบจ่ายน้ำมันแบบ หัวฉีด อิเล็กทรอนิกส์ (ทรานซิสเตอร์) ขนาดความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 15.5 ลิตร

 

แหละนี้ก็คือเหล่า Top 10 Bike of the year 2020 ที่ทีมงาน Carzanovaถูกใจ และเก็บมาฝากกันครับ!!