เชื่อว่าสำหรับประเทศไทย ณ ปัจจุบัน รถยนต์สัญชาติฝรั่งเศสนามว่า Citroën หรือที่คนไทยออกเสียงว่า “ซีตรอง” เริ่มถูกลืมไปพอสมควร ด้วยประชากรรถยนต์ Citroën ในประเทศไทยที่มีค่อนข้างน้อยถึงน้อยมาก โดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ ที่แทบไม่มีให้เห็นแล้ว แต่หากคุณเป็นแฟนรถยนต์ Citroën เป็นคนยุคก่อนหน้าผม หรือโตมารุ่นเดียวหรือใกล้เคียงกับผมที่ตอนนี้อายุ 43 จะรู้เลยว่า Citroën เป็นรถที่มีเทคโนโลยีสูงมากมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพียงแต่เราไม่ค่อยได้เห็นกันในบ้านเราเท่านั้นเอง ยกตัวอย่างระบบช่วงล่างแบบไฮดรอลิคที่ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลกว่ารถคันอื่นในยุคเดียวกัน รวมถึงยกรถให้สูงขึ้นเพื่อให้สามารถขับขี่ในเส้นทางเสี่ยงต่อการกระแทกใต้ท้องรถหรือการลดความสูงขณะจอดลงมาหมอบกับพื้นเพื่อให้การเข้า-ออกรถสะดวกมากขึ้น หรือแม้กระทั่งเมื่อหลายสิบปีที่แล้วที่ได้เห็นไฟหน้าเลี้ยวตามการหมุนพวงมาลัยเพื่อการส่องแสงสว่างเมื่อเลี้ยวโค้ง ผมก็เห็นในรถ Citroën เป็นยี่ห้อแรกนี่แหละครับ

 

Citroën C3 Aircross

 

ซึ่งในช่วงที่ผมโตมา Citroën ที่ได้รับความนิยมมากๆ ในประเทศไทย ซึ่งในขณะนั้นคือ CX, BX ไล่มาจนถึงช่วงผมเรียนมหาวิทยาลัยก็เป็นรุ่น Xantia ที่จำได้ว่าตอนปี 1 มีเพื่อนร่วมชั้นปีขับมาเรียน สวยทั้งรถทั้งเจ้าของ หลังจากนั้น Citroën ก็ค่อยๆ เริ่มหายไปจากถนนเมืองไทย จะมีก็น้อยมากและมักอยู่ในมือเจ้าของวัย “ผู้ใหญ่” จนกระทั่งไม่นานมานี้เริ่มกลับมาเห็นอีกครั้งกับ Citroën DS3 ที่เป็นแนวแฮทช์แบคสีสันสดใสเอาใจวัยรุ่นและที่สำคัญเป็นรถที่มีสมรรถนะขับขี่สนุกไม่แพ้รถยุโรปไซส์ใกล้เคียงกัน แต่ก็เช่นเคยคือนานๆ จะเห็นวิ่งสักคัน เพราะความนิยมรถยุโรปในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไปอยู่ที่ MINI

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะถึงสิ้นปี 2564 ไม่กี่วัน มีเสียงของคนคุ้นเคยแว่วมากระซิบข้างหูว่า “ปีหน้า Citroën จะกลับมาแล้วนะ” เลยชักเริ่มตื่นเต้นว่าถ้ามาจริงคงสนุกไม่น้อย เพราะ Citroën เป็นรถที่ดีมากๆ แบรนด์หนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องของสมรรถนะที่ไม่แพ้ใคร ดูเอาง่ายๆ ถ้ารถไม่เจ๋งจริงคงไม่ได้อยู่ในการแข่งขันแรลลี่ระดับโลกอย่าง World Rally Championship (WRC) ต่อเนื่องมาหลายปีติดต่อกันแน่นอนครับ คราวนี้ถ้า Citroën จะกลับมาทำตลาดในประเทศไทยจริงตามเสียงกระซิบนั้น เรามาเดากันเล่นๆ มั้ยครับว่า จะมีรุ่นไหนมาบ้าง

 

Citroën C3 Aircross

 

Citroën C3 Aircross

รุ่นแรกผมเดาว่าด้วยกระแสเซ็กเมนท์ยอดฮิตของประเทศไทยอย่าง B-SUV หรือ SubCompact Crossover นั้นรุ่นที่น่าเข้ามาร่วมสนุกในกลุ่มนี้น่าจะเป็น Citroën C3 Aircross ด้วยขนาดพอเหมาะ หน้าตาเก๋ไก๋ขับได้ทั้งวัยรุ่นและผู้ใหญ่ ใช้งานได้หลากหลาย ฟังก์ชั่นลูกเล่นมีมาเพียบ ในยุโรปมีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งเบนซิน และดีเซล แต่ผมเดาว่าสำหรับสเปคที่ถ้ามาบ้านเราน่าจะเป็นเบนซิน Puretech ขนาด 1.2 ลิตร 4 สูบ มีให้เลือกทั้ง 110 แรงม้า และ 130 แรงม้า แต่มาทั้งทีก็ขอเป็น 130 แรงม้าแล้วกัน ไม่งั้นตามใครไม่ทันแน่ ส่วนระบบเกียร์คงไม่พ้นอัตโนมัติ 6 สปีด

 

Citroën C5 Aircross

 

 

Citroën C5 Aircross

รุ่นต่อมาที่น่าสนใจคือ Citroën C5 Aircross SUV Plug-in Hybrid เป็น SUV ขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกนิดไซส์ประมาณ Honda CR-V หรือ Peugeot 3008 ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในประเภทและขนาดที่คนไทยกำลังนิยมอยู่เหมือนกัน รูปร่างหน้าตาเป็นส่วนผสมของความเก๋ไก๋และภูมิฐาน เอาเป็นว่าไม่ได้เฟี้ยวฟ้าวระดับวัยรุ่นแต่ขับไปไหนไม่มีคำว่าเชย

 

Citroën C5 Aircross

 

ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร 4 สูบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 178 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

 

Citroën Grand C4 Spacetourer

 

Citroën Grand C4 Spacetourer

รุ่นที่ 3 ขอแบบใจถึงๆ ลุยตลาด MPV 7 ที่นั่งกันไปเลยกับ Citroën Grand C4 Spacetourer จริงๆ แล้วความต้องการรถประเภทนี้ไซส์นี้ในประเทศไทยมีอยู่ไม่น้อย แต่กลับไม่ค่อยมีค่ายไหนเอามาขายสักเท่าไหร่ ซึ่งถ้าทำราคาดีๆ ผมว่ามีคนอยากได้แน่นอน Citroën Grand C4 Spacetourer เป็นรถ 7 ที่นั่งที่ใช้เดินทางไปได้ทั้งครอบครัวจริงๆ (รถ 7 ที่นั่งบางรุ่นเอาเข้าจริงเบาะนั่งที่ 6-7 แทบนั่งไม่ได้) เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในกว้างขวางนั่งสบาย รูปร่างหน้าตาภายนอกออกแนวเรียบๆ แต่หรูดูได้นาน

 

Citroën Grand C4 Spacetourer

 

ท้ายรถได้ดีไซน์คล้ายแฮทช์แบคไม่แข็งทื่อน่าเบื่อเหมือน MPV จากหลายๆ ค่าย ในยุโรปมีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งเบนซิน PureTech 130 แรงม้า และดีเซลเทอร์โบ BlueHDi พละกำลัง 130 แรงม้าเท่ากัน ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ซึ่งถ้าเป็นผมคงเลือกเอารุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเข้ามาขาย เพราะด้วยแรงม้าที่เท่ากัน แต่แรงบิดในรอบต่ำของเครื่องดีเซลเทอร์โบมีมาให้ใช้มากกว่าและเร็วกว่า จึงเหมาะกับขนาดของรถโดยเฉพาะหากมีผู้โดยสารเต็มทุกที่นั่ง ตัดปัญหาที่เซลส์จะต้องมาตอบลูกค้าว่าเครื่องยนต์เบนซินแรงม้าแค่นี้กับรถไซส์นี้จะวิ่งไหวเหรอ

 

Citroën ë-C4

 

Citroën ë-C4

รุ่นสุดท้ายที่ถ้าผมอยู่ในทีม Product Planning ที่จะเอารถเข้ามาขาย ผมจะเอาให้ว้าว! ด้วย Citroën ë-C4 เอามาตอบรับนโยบายลดภาษีนำเข้าและสรรพสามิตสำหรับรถ BEV ไฟฟ้า 100% เสียเลย Citroën ë-C4 เป็นรถพลังงานไฟฟ้า 100% มาในรูปแบบแฮทช์แบค 5 ประตูรูปร่างหน้าตาล้ำสมัยไม่ซ้ำใคร ขนาดตัวรถใกล้ๆ กับ Nissan LEAF ภายนอกว่าล้ำสมัย เจอภายในเข้าไปถูกใจคนรุ่นใหม่เข้าอีกโดยเฉพาะดีไซน์เบาะนั่งที่ยังไม่เคยเห็นในรถรุ่นไหนมาก่อน Citroën ë-C4 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยใช้แบตเตอรี่ขนาด 50 kWh มีพละกำลัง 136 แรงม้า สามารถเดินทางได้ระยะทางสูงสุดประมาณ 350 กม. ต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้ง

 

Citroën ë-C4

 

ปัจจุบันรถยนต์ Citroën อยู่ในกลุ่ม PSA Group ที่มีรถยนต์หลายแบรนด์อยู่ในนั้นทั้ง Citroën, Peugeot, DS Automobiles , Opel , Vauxhall ถ้าเสียงกระซิบเป็นจริงก็ต้องมาดูกันว่า ใครจะมาเป็นผู้แทนจำหน่ายรายใหม่ในประเทศไทยต่อจากเจ้าเดิมที่ขาย Citroën มาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ผมว่าถึงตรงนี้คุณคงเดาไม่ยากแล้วครับ แล้วเรามาดูกันว่า Citroën จะกลับมาโลดแล่นบนถนนเมืองไทยอีกครั้งจริงหรือไม่ และจะมีรุ่นไหนเข้ามาบ้าง จะตรงกับที่คุณหรือผมเดากันไว้หรือไม่ ... มาคอยดูกันครับ!!

 

Photo Credit : www.carbuyer.co.uk
                       www.ev-database.org
                       www.motor1.com