มีข่าวออกมาว่ารถไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) คันล่าสุดจาก Mercedes-AMG อย่าง “One” จะเป็นไฮเปอร์คาร์คันสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์จาก F1 เนื่องมาจากกฎหมายเรื่องสิ่งแวดล้อมและการปล่อยไอเสียที่เข้มงวดมากขึ้น โดยที่ผ่านมาทางผู้บริหารของ AMG ออกมายอมรับว่ามันยากเหลือเกินกับการที่จะทำให้ One ผ่านมาตรฐาน WLTP ว่าแต่…WLTP มันคืออะไร?

 

 

 

ก่อนที่เราจะไปต่อกันเรื่องรถไฮเปอร์คาร์ของ AMG ผมอยากอธิบายคร่าวๆ สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า WLTP คืออะไรกันก่อนนะครับ WLTP หรือ Worldwide Harmonised Light Vehicle Test Procedure คือ มาตรฐานการวัดระยะทางที่ใช้งานของรถยนต์ในยุโรปซึ่งใกล้เคียงการใช้งานจริงมากกว่ามาตรฐานอื่น โดยกำหนดไว้สำหรับรถยุโรปทุกคันที่ออกขายในประเทศผู้ผลิตหรือนอกประเทศต้องวัดด้วยมาตรฐานนี้ ทั้งนี้จะทำการตรวจสอบทั้งระดับการปล่อยมลพิษ คาร์บอนไดออกไซด์ อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงของทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริด และที่สำคัญคือระยะทางวิ่งต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็มของรถพลังงานไฟฟ้า

 

 

คราวนี้เรากลับมาที่ AMG กันต่อ ทางผู้บริหารกล่าวย้ำว่าทาง AMG ไม่ได้บอกว่าจะเลิกสร้างรถไฮเปอร์คาร์คันใหม่ๆ ออกมา สำหรับตอนนี้ยังไม่มีแผนสำหรับรถคันใหม่ แต่ที่แน่ๆ เรื่องที่จะเอาเครื่องยนต์ของ F1 มาใช้นั้นเลิกคิดไปได้เลย ซึ่งถ้าคุณอยากได้รถที่ใช้เครื่องรถแข่ง F1 ที่วิ่งบนถนนได้อย่างถูกกฎหมาย ตอนนี้ก็มีเพียง One เท่านั้นแหละ ทั้งนี้เนื่องมาจากความเข้มงวดของ Euro 7 ที่เป็นมาตรฐานควบคุมมลพิษรถยนต์ที่สูงสุดในโลก กำลังเป็นประเด็นสำคัญ และเป็นตัวกำหนดทิศทางการพัฒนารถของทุกค่าย

 

 

ดังนั้นการที่เราจะได้เห็นรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เครื่องยนต์สันดาปแรงๆ หรือรถที่เอาเครื่องยนต์ F1 มาใส่มันแทบเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับการพัฒนารถไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ในอนาคตก็คือ Electric Hypercar หรือรถไฮเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% นี่แหละครับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากหรือของใหม่สำหรับ AMG เพราะพวกเขาก็พัฒนารถประเภทนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ที่เราได้เห็นกันมาแล้วก็คือเจ้า SLS AMG Electric Drive ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าถึง 4 ตัว ซึ่งเผยโฉมให้เห็นตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว สร้างออกมาทั้งหมด 9 คัน และเมื่อปีที่แล้วทาง Mercedes-AMG ยังได้เผยโฉมรถต้นแบบอย่าง Vision AMG ออกมาอีกด้วย จึงเป็นที่แน่นอนว่าเราจะได้เห็นผลงานไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าจาก AMG ออกมาอย่างต่อเนื่องในอนาคต

 

 

อย่างไรก็ตาม AMG ได้เริ่มทำการผลิต One และส่งมอบคันแรกให้กับลูกค้าไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับรถไฮเปอร์คาร์อย่าง One จะถูกผลิตจำนวนจำกัดเพียง 275 คันเท่านั้น และทั้งหมดนั้นถูกจับจองมีเจ้าของไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง One ถือเป็นรถโปรดักชั่นวิ่งใช้งานบนถนนที่วิ่งทำเวลาเร็วที่สุดในสนามดังๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะที่ Nordschleife , Hockenheim และ Red Bull Ring ดังนั้นหากคุณอยากได้นั่นหมายความว่าไม่ทันแล้วครับ คงต้องรอเศรษฐีขี้เบื่อปล่อยแบ่งมาเป็นรถมือสองในลักษณะสมบัติผลัดกันชม ไหนๆ ก็หมดสิทธิ์เป็นเจ้าของ Mercedes-AMG One แล้ว

 

 

เรามาดูสเปคความแรงของเจ้าคันนี้กันขำๆ ดีกว่าครับ One จัดเป็นไฮเปอร์คาร์แบบ Plug-in Hybrid โดยทาง AMG ใช้ชื่อว่า e-Performance ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ต้ว สองตัวแรกขับเคลื่อนล้อคู่หน้า ตัวที่สองหมุนที่เพลาเพื่อเสริมกำลังไปที่ล้อหลัง ส่วนตัวสุดท้ายทำงานร่วมกับเทอร์โบเพื่อช่วนอัดอากาศเข่เครื่องยนต์ โดยตัวเครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเบนซินขนาด 1.6 ลิตร V6 พร้อมเทอร์โบ ซึ่งลำพังเฉพาะเครื่องยนต์จะส่งกำลังไปที่ล้อคู่หลัง ระบบเกียร์เป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ 8 สปีด ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 8.4 kWh พร้อมด้วยระบบ ERS ที่จะนำพลังงานจากการเบรกมาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า เพิ่มแรงม้าได้อีกถึง 161 แรงม้า และยังทำหน้าที่แปลงพลังงานความร้อนจากไอเสียมาเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อส่งไปเก็บสำรองไว้ที่แบตเตอรี่ พละกำลังของ One รวมทั้งหมดแล้วทั้งเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า ออกมาที่ 1,063 แรงม้า ไม่มีการแจ้งเรื่องอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. แต่ 0-200 กม./ชม. ทำได้เร็วกว่า 7 วินาที กับความเร็วสูงสุดที่ 352 กม./ชม.   

 

 

Photo Credit:      https://www.mercedes-benz.co.th/ https://www.topgear.com/car-news/electric/sls-amg-electric-drive-will-set-you-back-eu1m https://supercarblondie.com/cars/mercedes-vision-amg-red-exhaust-pipes-electric-supercar/