เมื่อไม่นานมานี้มีรายการแข่งขันรถยนต์รายการใหม่เกิดขึ้นภายใต้ชื่อ Extreme E เป็นลักษณะออฟโรดที่เส้นทางมีแต่อุปสรรค พิ้นผิวของเส้นทางที่ใช้เป็นพื้นทรายเสียส่วนใหญ่ มีทั้งทางเรียบและเนินกระโดดมากมายโดยจะเปลี่ยนโลเคชั่นไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละภูมิประเทศที่จัดการแข่งขัน และมีทีเด็ดตรงที่รถที่ใช้แข่งขันเป็น SUV EV พลังงานไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมารถที่ใช้แข่งคือ Odyssey 21 ที่สร้างโดย Spark Racing Technology ใช้แบตเตอรี่จาก Williams Advance Engineering ส่งกำลังผ่านมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังถึง 536 แรงม้า

 

 

Cupra Tavascan 

แต่ที่งาน Munich Motor show ที่เพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ แบรนด์รถยนต์อย่าง Cupra ได้เปิดตัวรถแข่งต้นแบบรุ่นใหม่ Cupra Tavascan ที่จะใช้ลงแข่งขันในรายการ Extreme E ในฤดูกาลหน้านี้ และที่สำคัญรถคันนี้เป็นต้นแบบของรถที่จะผลิตออกขายสำหรับการใช้งานทั่วไปในปี 2024 ซึ่งจะเป็น Cupra พลังงานไฟฟ้ารุ่นที่สองที่ออกสู่ตลาดต่อจากรถรุ่นแรกอย่าง Cupra Born ที่เป็นรูปแบบแฮทช์แบคพลังงานไฟฟ้า

 

 Cupra Born 

 

Cupra เป็นแบรนด์รถยนต์สัญชาติสเปน ที่แยกตัวออกมาจาก SEAT ซึ่งยังอยู่ร่วมกันใน VW Group อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าเบอร์แรกของแบรนด์คือ Cupra Born เป็นรถ EV พลังงานไฟฟ้าล้วนขนาดกระทัดรัดเน้นใช้งานในเมือง เป็นคู่แข่งสำคัญของ Nissan Leaf และ Tesla Model 3 โดย Cupra Born ใช้พื้นฐานโครงสร้าง MEB แบบเดียวกับที่อยู่ใน VW ID.3 และยังใช้แบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเดียวกันเป๊ะ โดยในเกรดสูงสุดใช้แบตเตอรี่ขนาด 58kWh พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุดในโหมด e-Boost ถึง 228 แรงม้า ขับได้ระยะทางสูงสุด 540 กม. ส่วนอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ถ้าใช้โหมด Overboost ทำได้  6.6 วินาที

 

ภายในห้องโดยสาร  Cupra Born 

 

ย้อนกลับมาที่ Cupra Tavascan ที่จะใช้ลงแข่ง Extreme E ในฤดูกาลหน้า รูปร่างหน้าตายังคงคล้ายกับรถแข่งที่ใช้ในปัจจุบัน แต่จะปรับรูปทรงในส่วนของกันชนหน้า และปรับปรุง Diffuser หลังรวมถึงอีกหลายอย่างให้เหมาะกับรูปแบบสนามมากขึ้นทั้งการแข่งในทะเลทราย พื้นน้ำแข็ง และชายฝั่งมหาสมุทร โดยทางวิศวกรได้มีการปรับใช้วัสดุประกอบตัวถังไปเป็นไฟเบอร์เส้นใยชนิดพิเศษเพื่อลดการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งการผลิตวัสดุดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าคาร์บอนไฟเบอร์นั่นเอง โดยสเป็ครถที่ใช้ลงแข่งจะใช้แบตเตอรี่ขนาด 54kWh ติดตั้งอยู่หลังห้องโดยสารเพื่อการบาลานซ์น้ำหนักหน้า-หลังที่ดีที่สุด โดยทาง Cupra แจ้งว่าอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ของรถแข่งคันนี้ทำได้อยู่ราวๆ 4 วินาที ส่วนเรื่องพละกำลังของรถแข่ง Cupra Tavascan ว่าจะมีกี่แรงม้า หรือมีแรงบิดเท่าไหร่นั้น ตอนนี้ยังไม่เป็นที่เปิดเผย

 

 

คราวนี้มาถึง Cupra Tavascan เวอร์ชั่นที่จะออกขายในปี 2024 รถคันนี้มาในรูปแบบของสปอร์ต SUV พลังงานไฟฟ้า ใช้แพลทฟอร์ม MEB ของ VW Group ได้รับการออกแบบและพัฒนาที่เมืองบาเซโลน่า ประเทศสเปน โดยเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าในยุโรปเป็นหลัก Tavascan เป็น SUV ที่มีรูปทรงแบบคูเป้ดูโฉบเฉี่ยวไม่เทอะทะ โดยรถคันต้นแบบใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 77kWh ส่งกระแสไฟฟ้าไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวหน้า-หลัง ให้กำลังสูงสุด 302 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 6.5 วินาที ส่วนระยะทางการวิ่งต่อการชาร์จไฟฟ้าเต็มทำได้ 450 กม. สบายๆ และที่สำคัญทาง Cupra แจ้งว่า ราคาในรุ่นเริ่มต้นของ Tavascan จะทำให้ได้ยอดขายเทน้ำเทท่าเลยทีเดียว และจะมาเป็นรถที่ช่วยกอบกู้สถานการณ์การเงินของ Cupra และ SEAT หลังจากที่โดนพิษจาก Covid-19 เล่นงานมาก่อนหน้านี้จนทำให้บริษัทฯ มีรายได้น้อยลงไปมาก

 

 

ดีไซน์ของ Cupra Tavascan เน้นความเรียบง่าย แต่แฝงด้วยสเน่ห์ โดยทางทีมออกแบบของ Tavascan กล่าวว่า รถคันนี้อาจดูเรียบเกินไปสำหรับบางคน แต่สำหรับบางคนอาจถึงขั้นหลงใหลตัวถังของรถต้นแบบนอกจากจะโดดเด่นด้วยคาร์บอนไฟเบอร์แล้ว ดีไซน์โดยรวมเน้นเรื่องของแอโรไดนามิคเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นตัวช่วยในเรื่องของสมรรถนะและการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าเป็นอย่างดี ด้านหน้าโดดเด่นด้วยช่องรับอากาศรูปตัว ‘S’ ดักลมเข้าไปแล้วระบายออกที่ช่องบนฝากระโปรงหน้า รวมถึงรูปทรงกันชนที่กลมกลืนไปกับตัวถัง ดูแล้วไม่มีชิ้นส่วนไหนที่ต้านลมเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ท้ายรถดูเรียบๆ ดึงดูดสายตาด้วยไฟท้าย LED ที่รูปทรงคล้ายไฟหน้า เหนือกระจกหลังเป็นครีบจัดเรียงอากาศเพื่อลดอาการท้ายยกเมื่อใช้ความเร็วสูง ล้อใช้ขนาด 22 นิ้ว แต่เด็ดตรงที่ลวดลายของล้อที่เป็นครีบช่วยลดอาการลมหมุนวนบริเวณล้อให้เหลือน้อยที่สุด ส่วนภายในห้องโดยสารของรถคันต้นแบบ ดูแล้วมีแนวโน้มใกล้เคียงกับรถที่ผลิตออกขาย มีหน้าจอ Infotainment ขนาด 13 นิ้ว พร้อมลายกราฟฟิคล้ำสมัย ซึ่งคาดว่าหน้าตาหน้าจอแบบนี้น่าจะได้ไปอยู่ใน Cupra กับ SEAT รุ่นใหม่ๆ แน่นอน ส่วนหน้าจอแสดงผล (หลังพวงมาลัย) ใช้เป็นขนาด 12.3 นิ้ว

 

ภายในห้องโดยสาร

 

บอกเลยว่าการแข่งขันของรถยนต์ EV ในตลาดยุโรปโหดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะบรรดากรุ๊ปใหญ่ที่ตอนนี้เริ่มประกาศกันแล้วว่าจะเลิกผลิตเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงกันในปีไหน ซึ่งหลังจากนั้นรถทุกคันในค่ายจะมีแต่แบตเตอรี่กับมอเตอร์ไฟฟ้า เจ้าของปั๊มน้ำมันถ้าไม่รีบวางแผนรองรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในอนาคตให้ดี รับรองได้ขายที่ปั๊มกินแน่นอนครับ   

 

 

Photo Credit : https://www.autoexpress.co.uk/cupra/107779/new-cupra-tavascan-concept-revealed-ahead-of-frankfurt-debut-pictures