Mercedes-Benz กำลังจะเผยโฉม Roadster SL รุ่นล่าสุดเร็วๆ นี้ แน่นอนว่าตอนนี้รถจริงยังไม่มีใครเห็น โดยมีอัพเดทสุดก็แค่รถต้นแบบคาดลายพรางที่ออกวิ่งทดสอบแล้วถูกแอบถ่ายรูปมา อย่างไรก็ตาม รายละเอียดต่างๆ ถูกเปิดเผยออกมาบ้างแล้ว จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยครับ

 

 

ก่อนอื่นเลยคือภายในห้องโดยสาร Mercedes SL รุ่นล่าสุดจะมากับภายในแบบ “Hyperanalogue” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก SL รุ่นบุกเบิกอย่าง 300 SL Roadster แห่งยุค 1950 โดยจากรูปที่เราเห็นคือทุกอย่างจะโฟกัสไปที่คนขับ พร้อมด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ที่คอนโซลกลางควบคุมระบบโดย MBUX (Mercedes-Benz User Experience)

 

ทาง Mercedes-Benz อธิบายถึงคอนเซ็ปต์ภายในแบบ Hyperanalogue ว่าเป็นการผสมผสานรูปแบบดั้งเดิมของหน้าปัดแบบเข็มไปกับระบบการทำงานที่ทันสมัยแบบดิจิทัล ซึ่งการแสดงผลทุกอย่างเป็นแบบดิจิทัลทั้งหมด แต่อยู่ภายใต้เกจ์วัดทรงกลม และสร้างความกลมกลืนเป็นรูปทรงเดียวกับช่องแอร์ที่คล้ายกับอุโมงค์ใบพัดของเครื่องบิน ซึ่งหน้าจอ Infotainment ขนาด 11.9 นิ้ว ที่คอนโซลกลางนี้ก็เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากหน้าจอใน AMG GT และ GT 4 ประตูนั่นเอง และที่สำคัญหน้าจอดังกล่าวสามารถปรับองศาการเอียงโดยอัตโนมัติเพื่อเลี่ยงการสะท้อนแสงแดดโดยเฉพาะตอนขับเปิดหลังคา ส่วน MBUX ที่ใช้ก็จะเป็นเวอร์ชั่นเดียวกับที่อยู่ใน Mercedes S-Class แต่มีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมที่ได้จาก AMG โดยเฉพาะเรื่องของโหมด Performance และ Track Pack นอกจากนี้ก็จะมีอ๊อพชั่นเสริมเป็น Head-up Display แสดงขึ้นที่กระจกหน้าโดยแสดงผลเป็นรูปเกจ์วัด 3 ตัว เหมือนกับที่จอหน้าปัดเป๊ะๆ พร้อมด้วยเครื่องเสียงสุดกระหึ่มจาก Burmester

 

หน้าจอ Infotainment ขนาด 11.9 นิ้ว

 

เบาะนั่งดูเหมือนมีขนาดเล็กลงรวมถึงหมอนพิงศีรษะเป็นทรงแคบและเป็นชิ้นเดียวกับพนักพิงหลัง วัสดุหุ้มมีให้เลือกทั้งแบบหนัง Nappa สีทูโทน หนัง Nappa สีเดียวเย็บลวดลาย Diamond และแบบที่เป็นผสมระหว่างหนัง Nappa และผ้าหุ้ม Dinamica แต่ที่สะดุดตาเห็นจะเป็นรูปแบบของที่นั่งที่มาในแบบ 2+2 ซึ่งถือเป็น SL รุ่นแรกที่กลับมาใช้ลักษณะเบาะนั่งแบบนี้หลังจากที่เราได้เห็นใน SL ก่อนหน้านี้ในรหัสตัวถัง R129 ที่เปิดตัวในปี 1989 อย่างไรก็ตามเบาะนั่งด้านหลังก็เหมือนจะออกแบบมาให้คนที่มีส่วนสูงไม่เกิน 150 ซม. ซึ่งด้านหลังพนักพิงเบาะหลังเป็นที่อยู่ของแผ่นดักอากาศลดการหมุนของลมในห้องโดยสารขณะเปิดหลังคาขับที่ความเร็วสูง

 

เบาะแบบหนัง Nappa

 

 

ภายในห้องโดยสาร

 

นอกจากภายในห้องโดยสารแล้ว เรายังได้ข้อมูลเกี่ยวกับอย่างอื่นเพิ่มเติมมาด้วย เริ่มจากแชสซีส์ของ SL เจเนอเรชั่นที่ 7 คันนี้จะประกอบไปด้วยวัสดุหลายอย่างทั้งอลูมิเนียม เหล็กกล้า แมกนีเซียม ไฟเบอร์ ทั้งหมดนี้เพื่อการลดน้ำหนักเป็นจุดมุ่งหมายหลัก โดยทาง Mercedes เองก็ย้ำว่าแชสซีส์ของ SL รุ่นใหม่นี้ เป็นของใหม่ทั้งหมด ไม่ได้ยกมาจากรถรุ่นอื่นแม้กระทั่ง AMG GT Roadster แต่ก็ยังไม่วายมีแอบเม้าท์กันว่ามันเป็นแชสซีส์เดียวกับที่จะใช้ใน AMG GT รุ่นต่อไป ตัวถังของ SL ใหม่ได้รับการยืนยันว่ามีแนวข้างที่แข็งแกร่งกว่า AMG GT รุ่นปัจจุบันถึง 50%  ส่วนแนวตรงแข็งแกร่งกว่า 40% ทั้งนี้จะช่วยในเรื่องของการบังคับควบคุมรถที่ดีขึ้น รวมถึงความคล่องตัวโดยเฉพาะเวลาเข้าโค้งหนักๆ นอกจากนี้ยังเน้นหนักในเรื่องของจุดศูนย์ถ่วงของ SL ที่พยายามทำให้ต่ำที่สุดเพื่อการเกาะถนน โดยเฉพาะการติดตั้งเครื่องยนต์ในตำแหน่งที่ต่ำลงและร่นเข้ามาใกล้กับห้องโดยสารมากที่สุด

 

แชสซีส์

 

ทาง Mercedes-Benz ประกาศแล้วว่า SL รุ่นใหม่นี้จะออกขายภายใต้ตรา AMG และจะเป็นครั้งแรกที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC+ แบบเดียวกับที่อยู่ในซีดานบ้าพลังอย่าง AMG E 63 S ทำให้เราพอเดาได้ว่า SL ใหม่รุ่นเริ่มต้นน่าจะมากับตัวเลข 43 ต่อท้ายตัวอักษร ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียง ส่วนอีกรุ่นน่าจะเป็น SL 63 ที่มากับเครื่อง AMG ขนาด 4.0 ลิตร V8 ทวินเทอร์โบ 604 แรงม้า

 

 

นอกจากนี้ยังแว่วๆมาว่า ด้วยความที่ SL ใหม่นี้เป็นลักษณะของรถสปอร์ตที่เน้นการขับทางยาวๆ ดังนั้นเป็นไปได้ที่จะมีเวอร์ชั่นที่เป็นไฮบริดออกมาด้วย ซึ่งที่ผ่านมาทาง Mercedes ก็ได้พัฒนาระบบนี้และใส่ไปใน AMG S 73 e ที่เป็นรถ PHEV พละกำลัง 800 แรงม้า เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนระบบช่วงล่างของ SL รุ่นใหม่ ทาง AMG ได้ทำการปรับเซ็ตเพื่อให้เข้ากับคาแร็คเตอร์ของรถ โดยจะยังคงไว้ซึ่งความหนึบแน่น แต่จะให้ความนุ่มสบายว่า AMG GT

 

 

มาถึงรูปร่างหน้าตาของรถบ้าง เท่าที่ได้เห็นจากรถต้นแบบภายใต้รูปทรง Roadster หน้ายาว-ท้ายสั้นที่ยังคาดลายพรางวิ่งทดสอบ เรามองว่ามันได้บางอย่างมาจาก Mercedes-AMG GT ชัดๆ โดยเฉพาะกระจังหน้าและปลายท่อไอเสีย นอกจากนี้หลังคาก็เปลี่ยนจากหลังคาแข็งพับได้ มาเป็นหลังคาผ้าใบเปิดประทุนซึ่งน่าจะช่วยลดน้ำหนักได้พอสมควร

 

 

การเปิดตัวจะมีขึ้นในอีกไม่นานเกินรอ สำหรับลูกค้าคนไทยไม่น่าพลาดที่จะได้เป็นเจ้าของ เพราะ ณ ปัจจุบันไม่ว่า Mercedes-Benz หรือ Mercedes-AMG จะเป็นตัวรถรุ่นใดก็ตาม เรามักจะได้ขับกันหลังจากต่างประเทศไม่นานครับ

 

ช่องแอร์ปรับอากาศ