เรารอกันมาพักใหญ่แล้วว่า Lotus คันแรกที่จะออกมาหลังจากที่แบรนด์นี้ไปอยู่ในมือนายทุนจีนจะเป็นอย่างไร และในที่สุดมันก็ถูกเผยโฉมหน้าแล้ว Lotus Emira ยังคงเอกลักษณ์ของ Lotus เอาไว้ด้วยการเป็นรถสปอร์ตเครื่องวางกลางพร้อมด้วยโครงสร้างน้ำหนักเบา โดยการใช้แชสซีส์อลูมิเนียมลักษณะเดียวกับที่อยู่ใน Elise ก่อนหน้านี้ แต่จะแตกต่างที่ขนาด โดยคาดว่า Emira น่าจะมีน้ำหนักตัวอยู่ราวๆ 1,405 กก. และที่สำคัญมีเครื่องยนต์ให้เลือกสองแบบคือทั้ง 4 สูบ และ 6 สูบ

 

 

ตัวถังภายนอกถูกออกแบบโดย Russell Carr หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Lotus โดยมีเค้าของรถ EV ของค่ายอย่าง Lotus Evija อยู่พอสมควร Lotus Emira มีขนาดความยาวตัวถังอยู่ที่ 4,412 มม. กว้าง 1,895 มม. ซึ่งใหญ่กว่า Evora ด้านหน้าของ Emira โดดเด่นด้วยไฟ LED แนวตั้ง และฝากระโปรงหน้าที่เจาะช่องลมดีไซน์สุดเก๋ ท้ายรถมีความคล้ายกับ Evija โดยเฉพาะกันชนท้าย ส่วนบนของท้ายรถก็เป็นสปอยเลอร์ในตัวดูแล้วคล้ายๆ กับ Elise เวอร์ชั่นแรกเหมือนกันรูปทรงโดยรวมยังคงความเป็นสปอร์ตดุดันสไตล์ Lotus

 

 

อย่างที่กล่าวตอนต้นว่าเครื่องยนต์มีเลือก 2 แบบ โดยหนึ่งในนั้นเป็นเครื่องยนต์ที่เราคุ้นเคยกันดีคือ เบนซินขนาด 3.5 ลิตร V6 ซูเปอร์ชาร์จ จาก Toyota ที่เคยใช้มาแล้วใน Evora และ Exige ส่วนเครื่องยนต์อีกตัวที่จะออกตามมาภายหลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ จาก Mercedes-AMG รหัส M139 ซึ่งถือเป็นเครื่องที่แรงที่สุดในพิกัดนี้ และเป็นแบบเดียวกับที่อยู่ใน Mercedes A45 S AMG แต่ Lotus จะได้ระบบดูดอากาศ และระบบท่อไอเสียใหม่เพื่อให้เหมาะกับการเป็นรถสปอร์ตเต็มตัว ซึ่งงานนี้ได้ AMG มาเป็นผู้สนับสนุนด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการ แต่ตอนนี้ทาง Lotus ยังไม่ได้เปิดเผยว่าจะมีแรงม้าจริงๆ เท่าใด แต่เราเดาว่า Emira น่าจะมีพละกำลังอยู่แถวๆ 355 – 395 แรงม้า

 

 

 

Lotus Emira จะเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหลังเท่านั้น รุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ V6 จะมีระบบเกียร์ให้เลือกทั้งธรรมดาและอัตโนมัติ ส่วนรุ่นที่มากับเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร จะมีเพียงระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่เท่านั้น อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. คาดว่าจะทำได้เร็วกว่า 4 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดก็น่าจะไปถึง 290 กม./ชม. ได้ไม่ยาก ระบบช่วงล่างมีให้เลือก 2 โหมดคือ Tour ที่จะให้ความนุ่มสบายในขณะขับขี่ กับ Sports ที่จะทำให้ช่วงล่างแข็งขึ้นซึ่งจะเหมาะกับการขับในแทร็คเป็นอย่างยิ่ง ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ใช้เป็นแบบไฮดรอลิค

 

 

ภายในห้องโดยสารค่อนข้างแตกต่างจาก Lotus ที่เราคุ้นเคย เทคโนโลยีที่ทันสมัยถูกใส่เข้าไปเพิ่มมากขึ้น อย่างเช่นหน้าจอแสดงผลหลังพวงมาลัยใช้เป็นแบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมด้วยหน้าจอ Infotainment ขนาด 10.25 นิ้วแบบสัมผัสที่ติดตั้งอยู่กลางแดชบอร์ด และแน่นอนว่าต้องเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ได้ พวงมาลัยทรงสปอร์ตรูปทรงตัดตรงบน-ล่าง แต่ไม่ต้องห่วงว่าพวกปุ่มสวิทช์ต่างๆ จะเป็นแบบที่เห็นใน Geely ของเถ้าแก่ใหญ่ เพราะยังไงคันนี้มันคือ Lotus ครับ สำหรับความกว้างภายในถือว่ากว้างที่สุดถ้าเทียบกับ Lotus รุ่นผ่านๆ มา คนตัวสูงๆ นั่งได้สบาย รวมถึงบริเวณขนสัมภาระก็มีเพียงพอต่อการไปช้อปปิ้ง ที่วางของต่างๆ ก็มีมาให้เพียบพร้อมทั้งหลุมวางแก้วหรือขวดน้ำ ที่วางสมาร์ทโฟน ถาดวางของ แถมยังมีพนักวางแขนตรงกลาง และช่องเสียบ USB กับรูเสียบชาร์จไฟ 12V ด้วยอีกต่างหาก ด้านหลังเบาะนั่งคู่หน้าเป็นพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดความจุ 208 ลิตร และถ้ายังไม่พอ มีช่องเก็บของท้ายรถอยู่หลังเครื่องยนต์อีกกับพื้นที่ความจุ 151 ลิตร ซึ่งทาง Lotus แจ้งว่าช่องเก็บของท้ายรถดังกล่าวสามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดย่อมหรือแม้กระทั่งเหล็กกอล์ฟทั้งชุดก็ยังได้ (ไม่ได้บอกว่าใส่ถุงกอล์ฟได้นะครับ ต้องรอชม)

 

 

ดูแล้ว Lotus Emira น่าจะจัดเป็นซูเปอร์คาร์ขนาดย่อม ที่ทั้งขับสนุกและยังเป็นรถที่ขับใช้งานสะดวกสบายได้ทุกวัน และเท่าที่รู้มาราคาตั้งของเจ้าคันนี้ไม่น่าเกิน 60,000 ปอนด์ หรือ 2.7 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษี

 

 

และที่สำคัญ สำหรับแฟนๆ โลตัส ในเมืองไทย ไม่รู้ว่าหลังจากเปลี่ยนมือผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรายใหม่แล้ว จะเอาตัวนี้เข้ามาขายในเมืองไทยทันทีเลยมั้ย เรื่องนี้ต้องรอติดตาม...