by Carzanova Team Nat
Hits: 183

LEXUS LF-Z คอนเซปต์คาร์ BEV เปิดตัวครั้งแรกของโลก

ในวันนี้เลกซัสจัดการเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกสำหรับ “LF-Z Electrified” คอนเซปต์คาร์ BEV โดยวางยุทธศาสตร์ให้เป็นจริงได้ภายในปี 2025 รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมกับความสมดุลในการขับขี่ที่เกิดจากการจัดวางแบตเตอรี่ และมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีควบคุมพลังขับเคลื่อนสี่ล้อแบบใหม่ที่เรียกว่า “DIRECT4” ที่จะสร้างสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นและยืดหยุ่นอย่างมาก ทำให้ LF-Z Electrified มีความแตกต่างจากรถยนต์ในรูปแบบเดิม ๆ นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้ เลกซัสยังวางแผนที่จะนำเทคโนโลยีและฟังก์ชันอินโฟเทนเมนต์ชั้นสูงเข้ามาใช้งาน ซึ่งจะทำให้ประสบการณ์การเดินทางของลูกค้าของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

LEXUS LF-Z 

รถยนต์ไฟฟ้า LF-Z คือรถยนต์คอนเซปต์ BEV ที่เป็นสัญลักษณ์ของการพลิกโฉมแบรนด์เลกซัส ซึ่งรวมไว้ด้วยสมรรถนะการขับขี่ สไตล์ และเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งมีกำหนดให้ใช้งานจริงได้ภายในปี 2025

 

วิวัฒนาการครั้งสำคัญของสมรรถนะยานยนต์ที่มีพื้นฐานมาจากการใช้เทคโนโลยีไฟฟ้า อันเป็นเป้าหมายของวิสัยทัศน์ด้านพลังงานไฟฟ้าของเลกซัสหรือ “Lexus Electrified” รถยนต์ไฟฟ้า LF-Z จะใช้แพลตฟอร์ม BEV ที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยมีเทคโนโลยีควบคุมพลังขับเคลื่อนสี่ล้อแบบใหม่ที่เรียกว่า “DIRECT4” ซึ่งตอบสนองการขับเคลื่อนฉับไวด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าควบคุมล้อทั้งสี่ของรถยนต์ได้อย่างอิสระ เพื่อประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือกว่าและมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้แตกต่างจากรถทั่วไป ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีการใช้ไฟฟ้าเข้ากับเทคโนโลยีควบคุมการขับเคลื่อนของรถยนต์ที่ได้รับการพัฒนามายาวนาน เลกซัสมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประสิทธิภาพการขับขี่ในรูปแบบที่จะเชื่อมต่อผู้ขับเข้ากับรถยนต์ได้ดียิ่งขึ้น

 

รูปลักษณ์ภายนอกที่เร้าอารมณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า LF-Z ได้รับการออกแบบด้วยความประณีต ตอกย้ำเอกลักษณ์ด้านการออกแบบของรถยนต์เลกซัส แสดงออกถึงความรู้สึกในการขับขี่ที่กระฉับกระเฉง และว่องไวด้วยพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง

 

นอกจากนี้ ยังมีระบบ AI ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลไลฟ์สไตล์ ผ่านการสนทนาโต้ตอบรวมถึงการเรียนรู้พฤติกรรมและความชอบของผู้ขับขี่เพื่อแนะนำเส้นทาง ทั้งยังสามารถจองโต๊ะในร้านอาหารและอื่น ๆ ได้อีกด้วย เมื่อพัฒนาระบบป้องกันภัยและระบบรักษาความปลอดภัยควบคู่ไปด้วยแล้ว AI จะช่วยให้ประสบการณ์การเดินทางสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

 

การจัดวางชุดแบตเตอรี่ไว้ใต้พื้นรถในแนวยาวทำให้แชสซีมีความแข็งแรงมากขึ้น และจุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำลงเพื่อเพิ่มความคล่องตัว นอกจากนี้การออกแบบลักษณะนี้ยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและเสียงไม่พึงประสงค์ที่เข้าสู่ห้องโดยสารอีกด้วย DNAความเงียบและความสบายของเลกซัสได้ถูกพัฒนาขึ้นมากอย่างครบถ้วน

 

เทคโนโลยีควบคุมพลังขับเคลื่อนสี่ล้อแบบใหม่หรือ DIRECT4 ช่วยให้สามารถควบคุมการขับเคลื่อนของมอเตอร์แรงบิดสูงได้อย่างอิสระ ทำให้สามารถควบคุมอาการของตัวรถได้อย่างละเอียดตามสัมผัสและการสั่งงานของมนุษย์ นอกจากนี้ การควบคุมล้อขับเคลื่อนหน้าและหลังเป็นอิสระจากกัน ยังทำให้ระบบสามารถเลือกใช้ระบบขับเคลื่อนได้อย่างเหมาะสม เช่น ขับเคลื่อนล้อหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง หรือขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อ ตามสถานการณ์การขับขี่แต่ละแบบ ระบบจะควบคุมการส่งแรงขับเคลื่อนโดยการประมวลผล และคำนวณการกดแป้นคันเร่งและการควบคุมพวงมาลัยแบบไร้รอยต่อ ทำให้ได้อัตราเร่งที่ทรงพลังและประสิทธิภาพการบังคับเลี้ยวที่เร้าใจตรงกับความต้องการของผู้ขับขี่

 

การใช้ระบบบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าจะตัดความจำเป็นในการเชื่อมต่อด้วยกลไกผ่านแกนพวงมาลัยออกไป ส่งผลให้เกิดการโต้ตอบโดยตรงระหว่างส่วนควบคุมพวงมาลัยและแรงขับเคลื่อน การใช้ระบบนี้ทำให้รถยนต์มีมุมบังคับเลี้ยวที่แคบลง และมีความแม่นยำมากขึ้นในการตอบสนองการขับขี่ท่ามกลางสภาวะต่าง ๆ

 

รถยนต์ไฟฟ้า LF-Z ตัวรถประกอบด้วยเส้นสายที่ต่อเนื่องโดยมีศูนย์กลางอยู่ภายในห้องโดยสารที่เรียบเนียน วงล้อที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ได้รับการจัดวางให้ใกล้กับมุมทั้งสี่ของตัวรถมากที่สุด เพื่อเพิ่มระยะฐานล้อให้ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ โดยเลกซัสรับนำความท้าทายในการพัฒนารูปทรงแกนหมุนอันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัสให้กลายมาเป็นตัวถังรถยนต์รูปทรงแกนหมุน ซึ่งเป็นการถ่ายทอดสถาปัตยกรรมตัวถังรถยนต์โดยรวมออกมาในรูปแบบใหม่ เป้าหมายคือเพื่อออกแบบรูปทรงสามมิติที่แปลงรูปทรงตัวถังรถยนต์เองให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์เลกซัส

 

ด้านหลังของตัวรถมีการออกแบบพื้นที่แนวนอนที่เรียบง่ายสะอาดตา ผนวกกับลวดลายตัวถังที่นำสายตาไปสู่วงล้อ เน้นให้เห็นฐานล้อขนาดใหญ่ที่รองรับพละกำลังการขับเคลื่อนด้วยแรงบิดมหาศาล นอกจากนี้ยังมีสัญลักษณ์ “LEXUS” ทอดตัวตามแนวนอนภายในโคมไฟรูปทรงปราดเปรียวที่รวมไฟสัญญาณทุกดวงเข้าไว้ด้วยกัน เมื่อรวมกับการออกแบบด้านหน้าของตัวรถแล้วจึงเสริมสไตล์การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของเลกซัสในเจเนอเรชันถัดไป

 

เพื่อแสดงถึงแนวทางการวางผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางของเลกซัสในระดับที่สูงยิ่งขึ้น อันเป็นรากฐานของแบรนด์เลกซัสมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ส่วนควบคุมการขับขี่จึงได้รับการออกแบบตามคอนเซปต์ใหม่ที่เรียกว่า "ทาซึนะ" (“ทาซึนะ” ภาษาญี่ปุ่นหมายถึง “บังเหียน”) คอนเซปต์นี้ได้แรงบันดาลใจจากความสัมพันธ์ระหว่างม้ากับคนขี่ม้าที่สื่อสารกันผ่านบังเหียนเพียงเส้นเดียว สวิตช์ควบคุมต่าง ๆ จึงติดตั้งอยู่ที่พวงมาลัย ตัวรถมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลที่ออกแบบให้สอดรับกันอย่างดีเยี่ยม เพื่อสร้างพื้นที่ที่สามารถใช้งานได้หลายฟังก์ชัน เช่น ระบบการนำทาง ระบบเครื่องเสียง และการเลือกโหมดการขับขี่ที่เข้าถึงได้ขณะที่ผู้ขับขี่ใช้สมาธิกับการขับรถโดยไม่ต้องละสายตาหรือควบคุมสั่งการปุ่มต่าง ๆ ที่ซับซ้อน

 

ส่วนควบคุมการขับขี่เป็นหัวใจหลักของตัวรถ โดยมีการจัดวางแผงควบคุมไว้ในระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับผู้ที่นั่งอยู่ในห้องโดยสาร รวมถึงใช้วิธีการอื่น ๆ เพื่อสื่อถึงความ “มินิมอล” อันสดใหม่ และพื้นที่ที่ให้ความรู้สึก “โอโมเตนาชิ” อย่างแท้จริง

 

ภายในทั้งหมดออกแบบให้สะอาดตาและอัดแน่นด้วยคุณภาพ ด้วยรูปทรงแบบไร้รอยต่อที่เชื่อมชายกระจกบังลมเข้ากับประตูหน้าและยาวต่อไปจนถึงประตูหลัง นอกจากนี้หลังคา “พาโนรามิก” ยังใช้แผ่นกระจกยาวที่สร้างความรู้สึกโปร่งโล่ง เน้นย้ำบรรยากาศของความ “มินิมอล”

 

ภายในห้องโดยสาร

หน้าจอแสดงผลเสมือนจริง มาตรวัด หน้าจอสัมผัส และฟังก์ชันให้ข้อมูลอื่น ๆ จัดกลุ่มรวมกันเป็นโมดูลเดียว ฟังก์ชันระบบการขับขี่ต่าง ๆ จะรวมกันอยู่รอบพวงมาลัย แสดงถึงทิศทางการออกแบบภายในเจเนอเรชั่นหน้าของเลกซัสที่จะขยายการมองเห็นออกไปด้านหน้ารถ และเชื้อเชิญให้ผู้ขับขี่มองไปด้านหน้าโดยธรรมชาติ

 

นอกจากการควบคุมตัวรถด้วยสมาร์ทโฟนอย่างเช่นการล็อกและปลดล็อกประตูรถแล้ว การใช้กุญแจดิจิทัลยังช่วยให้ครอบครัวและเพื่อนสามารถเข้าถึงตัวรถได้โดยไม่ต้องมีการส่งมอบกุญแจเหมือนเคย การอนุญาตให้ผู้บริการใช้กุญแจดิจิทัลเข้าสู่ตัวรถได้จะทำให้บริการต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับตัวรถเป็นไปได้ อย่างเช่นการนำส่งพัสดุที่ตัวรถหรือบริการคาร์แชร์ริง ทำให้ชีวิตของผู้มีรถยนต์มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

ระบบล็อกประตูอิเล็กทรอนิกส์ (อี-แลตช์) ช่วยให้การเปิดและปิดประตูราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น ขณะขึ้นรถ มือจับประตูแบบซ่อนได้ โดยจะยกตัวขึ้นเหนือพื้นผิวตัวถังรถอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารเข้าใกล้ตัวรถและถือกุญแจไว้ในมือ จะสามารถล็อกและปลดล็อกประตูได้อย่างง่ายดาย โดยแตะที่เซ็นเซอร์บริเวณด้านในของมือจับประตู ขณะลงจากรถก็สามารถเปิดประตูรถได้โดยกดที่สวิตช์เปิดประตู ประโยชน์ที่เพิ่มเข้ามาก็คือ เซ็นเซอร์ของรถยนต์ไฟฟ้า LF-Z จะตรวจสอบพื้นที่โดยรอบว่ามีรถสวนมาหรือเบียดด้านข้างหรือไม่ก่อนที่ผู้โดยสารจะออกนอกตัวรถ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่งให้แก่ผู้โดยสาร

 

หลังคากระจกพาโนรามิกช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งใช้กระจกแบบปรับระดับความเข้มอ่อนด้วยไฟฟ้า พร้อมติดตั้งระบบความบันเทิงอย่างเช่น การปรับลดแสงเพื่อความเป็นส่วนตัวและลดความร้อน หรือปรับให้สว่างขึ้นเพื่อให้มองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน ที่บริเวณกลางกระจกมีแผงควบคุมแบบสัมผัสที่เชื่อมเบาะนั่งตอนหน้ากับตอนหลังเข้าด้วยกันและใช้ในการสื่อสารระหว่างผู้โดยสาร เบาะหลังสามารถปรับเอนได้พร้อมด้วยฟังก์ชันเบาะนวดเพื่อให้การเดินทางของผู้โดยสารทุกคนเป็นช่วงเวลาที่สงบและผ่อนคลาย

 

 

ความยาว (มม.)

4,880

ความกว้าง (มม.)

1,960

ความสูง (มม.)

1,600

ความยาวฐานล้อ (มม.)

2,950

น้ำหนักรถ (กก.)

2,100

ระยะการขับขี่ [WLTP] (กม.)

600

ความจุแบตเตอรี่ (กิโลวัตต์-ชั่วโมง)

90

พลังงานการชาร์จ (กิโลวัตต์)

150

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน

ระบบหล่อเย็น

ของเหลว

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. (วินาที)

3.0

ความเร็วสูงสุด (กม./ชม.)

200

กำลังสูงสุด (กิโลวัตต์)

/แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร)

400/700