by Carzanova Team Nat
Hits: 5527

4 เส้นทาง น่าขี่ช่วงหน้าหนาวนี้

เผลอแป๊ปเดียวก็เข้าสู่หน้าหนาวอีกแล้ว เชื่อว่าบรรยากาศแบบนี้คงไม่มีใครอยากนอนอยู่บ้านเฉยๆโดยเฉพาะไบเกอร์นักเดินทาง ที่หน้าหนาวเป็นช่วงเวลาทองแห่งการออกทริป เพราะไม่มีอะไรจะฟินไปกว่าการออกโร้ดทริปสัมผัสธรรมชาติและลมหนาวที่ได้แอบอิงขุนเขาและเอนกายท่ามกลางสายหมอกที่งดงาม วันนี้เราได้คัดสรร 4 เส้นทางขับขี่หน้าหนาวสุดประทับใจมาแนะนำไบเกอร์ ถ้าพร้อมแล้วเก็บกระเป๋า หยิบหมวกกันน็อค คว้าแจ็คเก็ต แล้วออกเดินทางกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจกันได้เลย!

ชมธรรมชาติใกล้กรุง ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก
ออกสตาร์ทกันที่เส้นทางระยะสั้นวันเดย์ทริป ขับชิลล์ๆ ใกล้กรุงเทพฯ เหมาะสำหรับไบเกอร์มือใหม่ที่อยากออกทริป หรือมีเวลาน้อยและไม่อยากเดินทางไกล เพราะถนนเส้นนี้ขับขี่ง่ายด้วยลักษณะถนนที่เรียบและกว้าง ระยะทางไปกลับไม่เกิน 300 กิโลเมตร จึงสามารถไป-กลับได้ภายในวันเดียว ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงที่หมาย นั่นคือ “เขื่อนขุนด่านปราการชล” จ. นครนายก ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักขับขี่ เพราะจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และอากาศที่บริสุทธิ์  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ได้เพลิดเพลิน คือ การนั่งเรือออกเที่ยวเขื่อน ชม 3 น้ำตกชื่อดัง เพื่อสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ได้แก่ น้ำตกผางามงอน น้ำตกคลองคราม และน้ำตกช่องลม เพลิดเพลินกับการเดินชมและถ่ายรูปกับธรรมชาติอันสวยงาม ปล่อยตัวเองให้ผ่อนคลายด้วยการหยุดพักเอาขาแช่น้ำเย็นๆ สูดอากาศเอาลมเย็นที่พัดเอาความสดชื่นมา ถือเป็นการชาร์จแบตเพิ่มพลังให้ตัวเองจากสัปดาห์ที่หนักหน่วงที่ดีไม่น้อย

หนีฝุ่นควัน ไปซบ ‘เขา’ พร้อมสูดโอโซนให้ฉ่ำปอด ที่เขาใหญ่ - วังน้ำเขียว จ. นครราชสีมา 

“เขาใหญ่” และ “วังน้ำเขียว” ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางการขับขี่ที่สวยงามและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่อยากพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ เนื่องด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ทั้งยังเป็นแหล่งโอโซนบริสุทธิ์อีกหนึ่งแห่งในประเทศไทย และเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เหมาะสำหรับทริปผ่อนคลายกายใจไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ฉ่ำปอดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยมีเวลาค้างคืนชิลล์ๆ สักหนึ่งคืน 

สำหรับเส้นทางการขับขี่ ให้ใช้เส้นทาง บางน้ำเปรี้ยว จ. ฉะเชิงเทรา – จ. ปราจีนบุรี มุ่งหน้าสู่ วังน้ำเขียว หรือที่ใครๆ ต่างเรียกขานว่า ‘สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน’ ซึ่งไบเกอร์จะได้พบกับทัศนียภาพอันเขียวชอุ่มและเต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์ตลอดสองข้างทาง ให้แวะหยุดถ่ายภาพได้เรื่อยๆ นอกจากนั้น ที่วังน้ำเขียวยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้เราไปเยี่ยมเยือน อาทิ แวะส่องกระทิงและเหล่าสัตว์ป่าในโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ หรือ “เขาแผงม้า” และจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดที่ผาเก็บตะวัน แลนด์มาร์คสำคัญของวังน้ำเขียว ตั้งซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน รุ่งเช้าออกเดินทางต่อไปยัง เขาใหญ่ ดินแดนที่เต็มไปด้วยขุนเขาสลับซับซ้อน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและหลากหลายทั้งด้านธรรมชาติและสถาปัตยกรรม ดังนั้น แวะเขาใหญ่ ได้เช็คอินฟินครบทั้งที่กิน เที่ยว ช้อปแน่นอน พร้อมออกเดินทางกลับด้วยเส้นทางจากเขาใหญ่เส้นถนนมิตรภาพมุ่งตรงมากรุงเทพฯ ได้เลย

เยือนชุมชนกลางสายหมอก สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งสังขละบุรี จ. กาญจนบุรี   

เพิ่มความฟินขึ้นอีกระดับให้กับทริปหน้าหนาวนี้ กับการเดินทางที่แนะนำสำหรับช่วงวันหยุดยาวอย่างน้อย 3 วัน เพื่อมุ่งสู่จังหวัดกาญจนบุรี หนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักขับขี่ ที่เชื่อว่าใครได้มาต้องได้ความทรงจำดีๆ กลับไปอย่างแน่นอน เพราะตลอดเส้นทางมีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดทาง

สำหรับทริปนี้ แนะนำให้ออกเดินทางกันแต่เช้าเพื่อแวะชมธรรมชาติอันสวยงามริมสะพานข้ามแม่น้ำแคว ก่อนออกเดินทางมุ่งหน้าสู่อำเภอทองผาภูมิ เพื่อเยี่ยมเยือนหมู่บ้านเล็กในหุบเขา “บ้านอีต่อง” ชุมชนกลางสายหมอก แห่งตำบลปิล๊อก ที่เต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ และยังคงเสน่ห์ของเมืองเหมืองเก่าที่เคยรุ่งเรืองในอดีต

ก่อนเดินทางออกจากปิล๊อก แนะนำให้แวะน้ำตกจ๊อกกระดิ่น ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามที่ต้องมาเยือนซักครั้ง หลังจากนั้นจึงออกเดินทางเพื่อไปค้างคืนเพื่อปักหมุดความฟินที่ “สังขละบุรี” ชุมชนชาวมอญซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ กิจกรรมที่พลาดไม่ได้ คือการเดินทอดน่องชมบรรยากาศยามเช้าที่สายหมอกลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือผิวน้ำ บนสะพานไม้อุตตามานุสรณ์ หรือสะพานมอญ และก่อนมุ่งหน้ากลับเข้ากรุงเทพฯ หากมีเวลาแนะนำให้หยุดเช็กอินที่เขื่อนศรีนครินทร์ ลิ้มลองกับความสุดยอดของธรรมชาติอย่างแท้จริงกับเมนูปลาอร่อยๆ ปิดท้ายทริปนี้ไปอย่างประทับใจ

ฝ่าลมหนาวสู่เส้นทางแห่งขุนเขาและม่านหมอก กรุงเทพฯ – เขาค้อ – น่าน – พะเยา – เชียงใหม่

เมื่อลมหนาวมาเยือน ไม่อยากให้พลาดกับเส้นทางสุดโรแมนติก กับเส้นทางระยะไกล กรุงเทพฯ – เขาค้อ – น่าน – พะเยา – เชียงใหม่ โดยทริปนี้ขอแนะนำสำหรับไบเกอร์ที่มีเวลาและต้องการออกทริปพักผ่อนแบบเต็มที่ เพราะนักขับขี่จะได้สัมผัสกับอากาศหนาวดื่มด่ำกับความสวยงามของทิวทัศน์ธรรมชาติที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและสายหมอกที่งดงามตลอดเส้นทางอย่างจุใจ

พร้อมออกเดินทางจากกรุงเทพฯ แต่เช้ามุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางแรก คือ “เขาค้อ” ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร แวะสูดบรรยากาศบริสุทธิ์ ชมธรรมชาติที่งดงาม ก่อนจะไปจบวันที่ทุ่งกังหันลม
เขาค้อ เพื่อถ่ายภาพตะวันตกดินอย่างงดงาม และหากได้แวะพักค้างคืนกางเต็นท์นอนนับดาวเคล้าลมหนาวก็คงสุขใจไม่น้อย ออกจากเขาค้อ ตรงไปยังจังหวัดน่าน เพื่อปล่อยกายคลายใจ สัมผัสวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ในดินแดนท้องนาและขุนเขาเขียวขจี กับเส้นทาง ปัว –  บ่อเกลือ – สันติสุข ที่มีจุดให้เราเช็คอินมากมาย เดินทางต่อไปยังจังหวัดพะเยาด้วยเส้นทาง 1148 ทะลุเฉียดอุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน ผ่านภูลังกา ซึ่งเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่งดงามน่าประทับใจ หลังจากนั้นจึงมุ่งสู่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแห่งสายหมอกและยอดดอย จุดหมายปลายทางหน้าหนาวที่ทุกคนปรารถนาจะมาเยือน

นอกจากได้สัมผัสกับบรรยากาศและทิวทัศน์ที่โอบล้อมด้วยขุนเขาและสายหมอกที่งดงามตลอดเส้นทางแล้ว นักขับขี่ในเส้นทางนี้จะได้ผจญภัยบนถนนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกจากการเข้าโค้ง คนที่ชอบขับขี่เล่นโค้งชมวิว ต้องไม่พลาดเส้นทางนี้ และหากใครที่เป็นไบเกอร์มือใหม่จบทริปนี้ได้เทิร์นโปรอย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูล : รอยัล เอนฟิลด์