by Carzanova Team Nat
Hits: 561

จับตา 12 เทคโนโลยีรถยนต์สุดล้ำ!! ของ BOSCH ที่จะมีผลต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ในอนาคต

บ๊อชโชว์ความล้ำที่ตอบโจทย์ “เทคโนโลยีรถยนต์ในอนาคต”มาจัดแสดงในงาน CES2020 ที่ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งจะมีเทคโนโลยีอะไรบ้างนั้น เราไปดูพร้อมๆ กันเลยครับ

 

  1. จอแสดงผล 3 มิติจอแสดงผล 3 มิติของบ๊อชใช้เทคโนโลยี 3 มิติแบบ passive เพื่อให้เกิดภาพและสัญญาณเตือนแบบ 3 มิติที่สมจริง จากการจับข้อมูลภาพที่เร็วขึ้นกว่าจอธรรมดา ลดโอกาสที่ผู้ขับขี่จะเสียสมาธิหรือละสายตาไปที่อื่น นอกจากนี้ หน้าจอยังแสดงผลที่ให้รายละเอียดความลึกของภาพได้ดี โดยไม่ต้องมีฟีเจอร์เพิ่มเติมอย่างการติดตามการมอง(eye tracking) หรือแว่น 3 มิติ

 

  1. แว่นตาอัจฉริยะ Light Drive– Bosch Sensortec นำเสนอแว่นตาอัจฉริยะ Light Driveที่นับได้ว่าเป็นโซลูชั่นแรกในโลกที่ทำให้แว่นตาธรรมดากลายเป็นแว่นอัจฉริยะได้ ด้วยการทำงานของระบบฉายภาพครบวงจรประกอบด้วย กระจกระบบไฟฟ้าเครื่องกลจุลภาค (MEMS mirror)กลไกการมองเห็น ตัวเซนเซอร์ และซอฟต์แวร์เชื่อมต่ออัจฉริยะ สำหรับแว่นตาอัจฉริยะ Light Drive ตัวนี้ มีความบางเพียงหนึ่งในสามของโซลูชั่นที่เคยมีในตลาด และมีน้ำหนักไม่ถึง 10 กรัม ให้ภาพที่ใสและคมชัด ผู้ใช้มองเห็นได้ชัดเจนแม้ในภาวะแสงจ้า แสดงข้อมูลและข้อความให้เห็น รวมไปถึงปฏิทินและคำสั่งการทำงานต่างๆ ตามที่ได้รับมาจากสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ทวอช

 

  1. ระบบติดตามภายใน เพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบายสำหรับทุกคนในรถ (AI inside) - ระบบติดตามภายในรถยนต์ของบ๊อช สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเปลือกตา ทิศทางการเหลือบมอง และท่าทางการนั่ง และตรวจจับได้ว่าผู้ขับกำลังง่วงหรือมองที่สมาร์ทโฟนอยู่หรือไม่ จากนั้นจึงส่งสัญญาณเตือนผู้ขับให้ระวังเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ นอกจากนี้ ยังติดตามด้วยว่าภายในรถยนต์นั้นมีผู้โดยสารกี่คนและนั่งอยู่ในที่หรือไม่ เทคโนโลยีนี้จึงช่วยให้มั่นใจได้ว่าระบบความปลอดภัยเช่นถุงลมนิรภัย จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น ระบบยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับทุกคน เช่น จะทำงานโดยอัตโนมัติตามข้อมูลการปรับที่นั่งที่ระบบบันทึกไว้ ในอนาคตเมื่อรถยนต์ขับเคลื่อนในโหมดกึ่งอัตโนมัติสำหรับการเดินทางบางช่วงเช่นบนทางด่วน ระบบติดตามผู้ขับขี่จะกลายเป็นเทคโนโลยีคู่ใจที่ขาดไม่ได้ เพราะกล้องติดตามจะช่วยให้ผู้ขับขี่กลับมาบังคับรถได้อย่างปลอดภัย

 

  1.  Bosch IoT Shuttleในอนาคตผู้ให้บริการการขับเคลื่อนจะใช้รถโดยสารมาให้บริการตามสั่งกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสินค้าหรือรับส่งผู้โดยสาร บ๊อชได้นำเทคโนโลยี IoT สำหรับรถโดยสารมาแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะด้านโซลูชั่นส์ที่บ๊อชสามารถตอบสนองแก่ค่ายรถต่างๆ ได้ รวมทั้งสามารถให้บริการระบบการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ระบบขับขี่อัตโนมัติ ระบบเชื่อมต่อ และการปรับแต่งรถโดยสารให้เข้ากับความต้องการ ซึ่งยกระดับไปไกลกว่าอุปกรณ์ชิ้นส่วนที่รวมกันเป็นตัวรถ แต่ให้ได้ครอบคลุมถึงบริการการขับเคลื่อนที่มีระบบเชื่อมต่อกัน ให้ความยืดหยุ่นแก่ผู้ใช้ เพราะสามารถปรับให้เข้ากับการใช้งาน การจัดการ การชาร์จพลังงาน และบำรุงรักษา รวมทั้งช่วยให้การเดินทางแต่ละครั้งปลอดภัย

 

  1. กล้องหน้อัจฉริยะ -เข้าใจโลกของคอมพิวเตอร์และ AI (AI inside)ตัวกล้องทำหน้าที่ตรวจจับวัตถุและจำแนกเป็นกลุ่มๆ เช่น กลุ่มรถยนต์ คนเดินเท้า หรือ จักรยาน พร้อมทั้งวัดค่าการเคลื่อนไหวเหล่านั้นด้วย นอกจากนี้ยังสามารถแปลสิ่งที่เห็นและแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นช่องทางวิ่ง ไหล่ทางที่มีหญ้า หรือสิ่งก่อสร้างข้างถนน แม้จะไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ บนถนน หากอยู่ในเมืองที่มีรถติด กล้องก็สามารถจับภาพและแยกแยะสิ่งที่เห็นชัดบางส่วนหรือวิ่งตัดหน้า ไม่ว่าจะรถยนต์ คนเดินเท้า หรือคนขี่จักรยาน ได้อย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ ช่วยให้รถยนต์ส่งสัญญาณเตือนหรือเบรกฉุกเฉินได้ ระบบกล้องอัจฉริยะทำงานด้วยความเชี่ยวชาญของบ๊อชที่รวมกันอยู่ในชิปหนึ่งตัว เรียกว่า V3H ผลิตโดยบริษัท Renesas จากญี่ปุ่น เทคโนโลยีนี้ ยังช่วยพัฒนาการทำงานของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ และต่อยอดการนำไปใช้ให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น สามารถนำไปเสริมประสิทธิภาพของระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้รถไปชนสัตว์ต่างๆ ได้

      6.เรดาร์เซนเซอร์ เซนเซอร์รอบด้านเพื่อรับมือกับสถานการณ์การขับขี่ที่ซับซ้อน: เรดาร์เซนเซอร์รุ่นล่าสุดของบ๊อช มีประสิทธิภาพตรวจจับสิ่งต่างๆ ที่แวดล้อมรถยนต์ได้ดีขึ้น ซึ่งรวมทั้งสภาพอากาศที่ย่ำแย่และแสงที่ไม่เอื้ออำนวย               เซนเซอร์ใหม่สามารถตรวจจับในระยะที่ไกลขึ้น รูรับแสงกว้างขึ้น และมีความละเอียดเชิงมุมมากขึ้น ส่งผลให้ระบบเบรกอัตโนมัติมีปฏิกิริยาตอบสนองที่เชื่อมั่นได้มากขึ้น

      7.ระบบบริการที่จอดรถอัตโนมัติอย่างครบวงจร - ผลงานความร่วมมือระหว่างบ๊อชและเดมเลอร์ (Daimler)ตามมาตรฐานสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ (SAE) ระดับ 4 ที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นรายแรกในเยอรมนี              โดยตัวเซนเซอร์ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของที่จอดรถและเทคโนโลยีการสื่อสารที่ใช้นั้นมาจากบ๊อช ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปี 2021 จะมีที่จอดรถ 12 แห่งที่ติดตั้งระบบบริการที่จอดรถอัตโนมัติ ปัจจุบัน บ๊อชทำงานร่วมกับผู้ให้บริการที่จอด           รถ และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายสำคัญ

  1. คอมพิวเตอร์ในรถยนต์ กุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่อนาคตแห่งระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเชื่อมต่อกันและทำงานโดยอัตโนมัติ ก็คือสถาปัตยกรรมระบบอิเล็กทรอนิกส์ การมีระบบควบคุมรถยนต์แบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่เพียงทำให้ยานยนต์มีสมรรถนะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต แต่การที่จำนวนกล่อง ECU ก็ลดลงด้วยนั้น ทำให้น้ำหนักของยานยนต์ลดลง และทำให้การทำงานของอุปกรณ์ชิ้นส่วนประสานกับระบบต่างๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อนระบบคอมพิวเตอร์ในรถยนต์ของบ๊อชจะมีพลังการประมวลผลเพิ่มขึ้นได้ถึงพันเท่าในช่วงต้นทศวรรษหน้า โดยบ๊อชได้เริ่มสร้างคอมพิวเตอร์ลักษณะนี้ขึ้นมาแล้ว เพื่อรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติ ระบบส่งกำลังรถยนต์ และการผนวกระบบอินโฟเทนเมนต์เข้ากับฟังก์ชันช่วยเหลือผู้ขับขี่

  1. คีย์เลสโฟนเป็นกุญแจรถ -ในอนาคต ระบบคีย์เลสสมบูรณ์แบบจะทำได้ โดยอาศัยบลูทูธสื่อสารระหว่างรถยนต์และสมาร์ทโฟน รวมทั้งใช้เทคโนโลยีสื่อสารใหม่บนสัญญาณ UWB (ultra-wideband) ที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟนบางรุ่นแล้ว สัญญาณ UWB จะทำให้สมาร์ทโฟนปรับค่าให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใกล้ๆ ในระยะ 2-3 เซนติเมตร ช่วยให้การสื่อสารกับรถยนต์มีความปลอดภัยมากขึ้นเป็นพิเศษ ปัจจุบันบ๊อชทำงานร่วมกับพันธมิตรในการวางมาตรฐานการโอนถ่ายข้อมูลระหว่างสมาร์ทโฟนและรถยนต์ ในงาน CES2020 ครั้งนี้ บ๊อชจะนำเสนอรถยนต์สาธิตที่ใช้ระบบคีย์เลสสมบูรณ์แบบผ่านทางสัญญาณ UWB เป็นครั้งแรก

 

  1. ระบบเซลล์เชื้อเพลิง การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสำหรับการเดินทางไกลๆ: เซลล์เชื้อเพลิงเคลื่อนที่ ที่สามารถพกพาไปไหนต่อไหนได้ ทำให้มีพลังงานใช้ได้ยาวนานขึ้น พร้อมกับใช้เวลาเติมเชื้อเพลิงน้อยลง อีกทั้งผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน ช่วยให้การใช้รถขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันบ๊อชร่วมกับบริษัทสัญชาติสวีเดนชื่อ Powercellพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิงในเชิงพาณิชย์นอกจากมีหน่วยเซลล์เชื้อเพลิงที่แปลงไฮโดรเจนให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้แล้ว บ๊อชยังพัฒนาองค์ประกอบที่จำเป็นต่อระบบโดยรวมขึ้นมา เพื่อให้พร้อมก้าวสู่ขั้นตอนการผลิต

 

  1.  ระบบช่วงล่าง (Rolling chassis)แพลตฟอร์มของระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าระบบส่งกำลังด้วยไฟฟ้า ระบบบังคับเลี้ยว และเบรก ต่างเป็นองค์ประกอบของระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าที่บ๊อชสร้างขึ้นมารองรับ โดยได้พัฒนาร่วมกับบริษัท Benteler ที่มีความเชี่ยวชาญด้านแชสซีและเทคโนโลยียานยนต์ และบริษัทได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ผลิตภัณฑ์ของบ๊อชทั้งหมดที่มีสำหรับยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าจะสามารถนำไปใช้ร่วมกันได้ ระบบช่วงล่างก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยให้บ๊อชปรับเปลี่ยนให้ตอบโจทย์ได้

 

  1. เทคโนโลยี SiC สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง(E-axle) –-บ๊อชได้นำเสนอชุดขับเคลื่อนสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ e-axle ที่ใช้โซลูชั่นส์เทคโนโลยีใหม่เข้ามาเสริมประสิทธิภาพและกำลังไฟฟ้าที่อัดแน่นในระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ชุดส่งกำลังรุ่นใหม่นี้ โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพของระบบที่ดีขึ้นได้ถึง 96% ทำให้รถเดินทางได้นานขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์จากรอบการทดสอบตามมาตรฐาน WLTP ด้วยกำลังไฟฟ้า 3 กิโลวัตต์ต่อกิโลกรัม ทำให้ชุดขับเคลื่อนนี้มีกำลังไฟที่หนาแน่นกว่า e-axle รุ่นเดิมถึง 50% พัฒนาการเหล่านี้เป็นผลมาจากวิทยาการเชิงวิศวกรรมของซิลิคอนคาร์ไบด์เซมิคอนดักเตอร์ในระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า รวมทั้งการจัดวางอุปกรณ์มอเตอร์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์กำลัง และระบบส่งกำลัง ที่ช่วยประหยัดพื้นที่ได้มาก